ข้อควรรู้ การตั้งค่าพื้นที่การทำงานในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่าพื้นที่การทำงาน หรือ Workspace ในโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Workspace
 กันก่อนนะคะ เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาก็จะพบว่า
มีแถบเครื่องมืออยู่บริเวณหน้าจอเต็มไปหมดเลย ทั้งหมดเราเรียกว่าพื้นที่การทำงาน หรือ  Workspace นั่นเอง
แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า หากเราจะทำงานตัดต่อภาพ หรือทำโปรเตอร์ เราควรใช้เครื่องมือไหนบ้าง
เพราะในการทำงานจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทุกชิ้นค่ะ เราสามารถเลือกตั้งค่าพื้นที่การทำงาน
เพื่อให้สะดวกกับเราค่ะ

โดยไปที่ Window > Workspace > เลือก Workspace ที่เหมาะกับการทำงานของเรา

เรามาดูกันค่ะว่าหน้าตาของพื้นที่การทำงานต่างๆเป็นอย่างไร


1. Essentials [Default] เป็นการตั้งค่าการทำงานเบื้องต้น


2. Motion เหมาะสำหรับการทำงานภาพเคลื่อนไหว เช่น Gif animation ,CINEMAGRAP เป็นต้น


3. Painting เหมาะสำหรับการวาดรูป ลงสี เพ้นท์ภาพ


4. Photography เหมาะสำหรับงานตัดต่อ ตกแต่งภาพ


5. Typography เหมาะกับงานที่เน้นตัวอักษร มีข้อความเยอะๆ

แล้วถ้าเราต้องการทำงานโปสเตอร์ที่จะต้องแต่งภาพด้วย และ ใส่ข้อความลงไปด้วยเราก็สามารถสร้าง Workspace
ที่เหมาะกับการทำงานของเรา โดยสามารถเลือกกล่องเครื่องมือเพิ่มเติมได้ที่
Window > เลือกเครื่องมือที่ต้องการ
หากมีเครื่องมือไหนที่อยู่บนพื้นที่การทำงานของเรา จะมีลูกศรติ๊กถูกอยู่ค่ะ
หากเครื่องมือไหนที่เราไม่ได้ใช้ เราก็สามารถกด x ลบทิ้งได้เลยค่ะ

เมื่อจัดเลือกเครื่องมือที่ต้องการใช้ และลบเครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องใช้บนพื้นที่การทำงานของเราแล้วให้ไปที่
Window > Workspace > New Workspace…


แก้ไขเป็นชื่อตามที่เราชอบเลยค่ะ จากนั้นกด Save

ทีนี้เมื่อเราเปิดมาที่ Workspace ก็จะมี Workspace ของเรา โดยที่ไม่ต้องมานั่งหากล่องเครื่องมือทุกครั้ง
ที่เราเปิดโปรแกรมแล้วละค่ะ มาตั้งค่า Workspace ให้การทำงานของเราง่ายขึ้นกันนะคะ 🙂

การสร้างรูปทรงด้วยเส้นในโปรแกรม illustrator

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสร้างรูปทรงด้วยเส้นในโปรแกรม illustratorกันครับ หลายๆคนอาจคิดว่ามันทำยังไง ค่อยๆ เอาเส้นทีละเส้นมาวางเรียงกันให้เกิดเป็นรูปร่างรึเปล่า ?
ไม่ใช้ครีบวิธีมันไม่ได้ยากขนาดนั้น แค่ 10 วิธีง่ายๆ เราก็สามารถทำได้ครับ แม้แต่คนไม่เคยใช้โปรแกรม illustrator ก็สามารถทำได้ครับ
เพียง 10 ขั้นง่ายๆ เราก็สามารถได้งานแล้ว !!

เรามาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า !!!

ขั้นที่ 1
สร้างรูปทรงหรือข้อความที่เราต้องการขึ้นมา (ถ้าเป็นข้อความต้องทำการ create outline ก่อนจึงจะใช้ได้)

ขั้นที่ 2
สร้าง layer ขึ้นมาใหม่ด้านบน layer เดิม (หากใครไม่มีหรือหาไม่เจอให้ไปที่ window > layer )

ขั้นที่ 3
สร้างเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้นโดยปรับความหน้าของเส้นตามใจชอบ

ขั้นที่ 4
ทำการ copy เส้นแล้วนำไปวางข้างๆเส้นเดิมโดยความห่างของทั้งสองเส้นตามใจชอบ

ขั้นที่ 5
จากนั้นให้กด ctrl+D จะเป็นการทำซ้ำให้เส้นทับรูปทรงให้หมด

ขั้นที่ 6
เลือกทั้งหมด (ทั้งรูปทรงและเส้น)จากนั้นกดที่อุปกรณ์ shape builder tool

ขั้นที่ 7
กด alt +shift ค้าง และลากเส้นไปบรเวณเส้นที่เกินออกมาจากรูปทรง จะเป็นการลบเส้นที่เกินออกมาและให้เหลือไว้แค่เส้นที่พอดีกับรูปทรงของเรา

ขั้นที่ 8
เมื่อได้แล้วให้เราทำการปิดตา layer รูปทรงของเรา

ขั้นที่ 9
ปรับ stroke ให้เป็นหัวมน หรือปรับเป็นแบบที่เราต้องการตามใจชอบ (หากใครหาไม่เจอให้ไปที่ window > stroke)

ขั้นที่ 10
เปลี่ยนสี

แค่ 10 ขั้นตอนง่ายๆเราก็สามารถทำได้แล้ว และยังสามารถนำมาประยุกค์ใช้กับงานโลโก้หรือกราฟฟิกได้จริงๆอีกด้วย !!

10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAPH ในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้ 10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAP ด้วยโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
เทคนิค CINEMAGRAP ที่ดูแล้วเราจะสามารถทำได้ไหมนะ ? จะยากเกินไปสำหรับท่านที่ไม่เก่งหรือเปล่า ?
ไม่เคยเรียน Photoshop มาก่อนเลย จะทำได้ไหมนะ ?

แต่ขอบอกเลยว่าแม้คุณจะไม่เคยเรียน Graphic หรือ
โปรแกรม Photoshop มาก่อน ก็สามารถทำ CINEMAGRAP แบบง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Photoshop
ภายใน 10 ขั้นตอนเท่านั้นค่ะ!!

มาเริ่มกันเลยค่ะ 🙂

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมไฟล์ VDO
เราสามารถถ่าย VDO โดยใช้กล้อง หรือมือถือที่มีความละเอียดสูง ถ่าย VDO ที่เราต้องการได้เลย
หากยังนึกไม่ออกว่าจะทำแบบไหน เราก็สามารถเสิร์จคำว่าCINEMAGRAP เพื่อหาตัวอย่างสวยๆ
เป็นแรงบันดาลใจก่อนได้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 : ตั้งค่า Work Space ในโปรแกรม Photoshop
เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop เราควรจะตั้งค่า Work Space หรือพื้นที่การทำงานของเรา
ให้เหมาะสมกับงานที่เราทำค่ะ

CINEMAGRAP เป็นกึ่งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว เราจึงควรตั้งค่าพื้นที่การทำงานของเราเป็นภาพเคลื่อนไหวค่ะ
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน Window > Work Space > Motion
จะสังเกตุเห็นว่าหน้าต่างของเราจะมีแถบ Timeline ขึ้นมานะคะ ซึ่งเจ้าตัว Timeline นี่ละ
ที่จะช่วยเราในการทำ CINEMAGRAP กัน

ขั้นตอนที่ 3 : New File
เราจะสร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะกำหนดขนาดของงานกันนะคะ หากเราจะนำ CINEMAGRAP ไปโพสใน
website หรือ Facebook เราควรกำหนดขนาดของงานให้เหมาะสมค่ะ และตั้งค่าความละเอียดอยู่ที่ 72 dpi

ขั้นตอนที่ 4 : นำไฟล์ VDO เข้ามา
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน File > Place Embedded > เลือกไฟล์ VDO ที่ต้องการ

สาเหตุที่เราเลือก Place Embedded เพื่อที่เป็นการฝังเจ้าตัว VDO นี้ลงในไฟล์นี้เลย แม้เราจะลบ VDO ไปแล้ว
ไฟล์ที่เราฝังก็จะยังอยู่ เมื่อนำ VDO เข้ามาเรียบร้อยให้กด Create vdo timeline บนแถบเมนู timeline ค่ะ

เราก็จะเห็นว่าไฟล์ VDO ของเราอยู่บน timeline เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 : เลือกช่วงภาพเคลื่อนไหวที่ Loop ที่สุด
เพื่อที่จะให้ภาพเรา loop หรือเล่นวนไปเรื่อยๆ แบบไม่สะดุด ให้เราเลือกตัดช่วงที่ภาพเคลื่อนไหวแล้วเนียนที่สุดค่ะ
โดยเราสามารถกด Play หรือเลื่อนแถบสีแดงไปมา เพื่อเลือกช่วงของ VDO ที่เราต้องการค่ะ หากไม่ต้องการช่วงไหน
เราสามารถใช้เครื่องมือ กรรไกร ตัด VDO ช่วงที่เราไม่ต้องการออกแล้วกด delete ตรง Layer นั้นทิ้ง
ตรงกล่อง Layer ได้เลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 :  SNAP SHORT
เลือกภาพนิ่งที่เราต้องการโดยเลื่อนแถบสีแดงไปยังช่วงที่เราต้องการได้เลยค่ะ
จากนั้น SNAP SHORT ด้วยคำสั่ง Control + Alt + Shift + E  [Pc] หรือ Command + Alt + Shift + E
เราก็จะได้ Layer ภาพนิ่งมา 1 อันค่ะ เลื่อนให้ตรงกับไฟล์ VDO ของเรา ตามตัวอย่างภาพนี้นะคะ

ขั้นตอนที่ 7 : Add layer mask
กดที่ layer ที่เราเพิ่ง SNAP SHORT ไปในขั้นตอนที่แล้ว แล้วกดไปที่ไอค่อนคล้ายรูปกล้อง หรือเรียกว่าคำสั่ง
“Add layer mask”

ขั้นตอนที่ 8 : ใช้ Bursh ระบายตรงส่วนที่ต้องการให้ขยับ
เลือกใช้ Bursh ฟุ้งๆ เพื่อให้ได้การขยับที่เนียน หรือจะเลือก Bursh ตามที่เราชอบได้เลย

ขั้นตอนที่ 9 : กด Play
กดปุ่ม Play บนแถบเครื่องมือ timeline เพื่อดูว่าส่วนที่เราต้องการให้หยุด และ เคลื่อนไหวนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่
หากเราต้องการเปลี่ยนส่วนที่จะขยับ เราสามารถแก้ไขได้ โดยใช้ เครื่องมือ Eraser ลบบริเวณที่เราอยากให้หยุดนิ่ง
และใช้ Bursh ระบายในส่วนที่เราต้องการให้ขยับ

ขั้นตอนที่ 10 : SAVE
file > save for web
คลิ๊ก GIF
คลิ๊ก Forever
> Save

เรียบร้อยแล้วค่า ! เพียงเท่านี้ เราก็ได้เรียนรู้วิธีการตั้งค่าที่ถูกต้อง และ ขั้นตอนง่ายๆในการทำ
CINEMAGRAPH ของเราแล้ว ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ ไม่ยากเกินความสามารถเราแน่นอนค่ะ

แล้วไว้พบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ 🙂

มารู้จักเครื่องมื่อ width tool กันเถอะ!!

width tool เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในโปรแกรม illustrator ที่ใช้ในการปรับขนาดของเส้นได้ตามใจชอบ หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ใช้อย่างไร หน้าตาเป็นแบบไหน เครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นมากๆ เลยวันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องมือตัวนี้กัน


หน้าาของเครื่องมือ width tool
วิธีารใช้

 

ให้เราสร้างเส้นขึ้นมา 1 เส้นด้วย pentool


จากนั้นให้คลิ๊กไปที่ width tool ในแถบเครื่องมือ

เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้ที่เส้นจะปรากฏจุดขึ้นมาตามรูป

เราสามารถเพิ่มลดขนาดของเส้นได้ด้วยการเลือกจุดที่เราต้องการเพิ่มหรือลดขนาด
แล้วคลิ๊กล้างไว้จากนั้นให้เราลากเมาส์เข้า – ออก เพิ่อเพิ่ม – ลด ขนาดเส้น

เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วให้ปล่อยเมาส์

ใน1 เส้นเราสามารถเพิ่มหรือลดขนาดกี่ครั้งก็ได้


โดยเมื่อเราทำการเพิ่ม – ลดขนาดแล้วเมื่อเรานำเมาส์มาวางตริงเส้นจะปรากฏจุดขาวๆไว้

เราสามารถปรับบริเวณที่เราเพิ่มหรือลดได้ เช่นเราไม่ต้องการขยายตรงนี้แล้วต้องการขยายที่ปลายเส้น เราก็สามารถขยับได้
โดยการนำเมาส์ไปคลิ๊กค้างไว้ที่จุดขาวๆ จากนั้นก็ลากไปซ้าย ขวา ได้ตามใจ

หรือหากเราคิดว่าบริเวณที่เราเพิ่ม – ลดขนาดไปนั้นมากหนือน้อยเกินไปก็สามารถปรับได้เช่นกันโดยการเอาเมาส์ไปวางไว้ที่จุด จะปรากฏจุด 2 จุดบริเวณขอบเส้นขึ้นมา ให้เราคลิ๊กจุดบริเวณขอบเส้นจากนั้นก็สามารถเพิ่มความหนา หรือลดความหนาใหม่ได้

 

มาใส่ text หรือข้อความต่างๆ เข้าไปใน shape กัน!

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาสอนเรื่องการใส่ text เข้าไปใน Shape กันครับ
แค่ 5 ขั้นตอนง่ายๆ เราก็สามารถสร้างงานให้ออกมาดูดีได้เหมือนเรียน graphic มา
เราไปดูกันเลยดีกว่า !!

ขั้นที่ 1
เริ่มจากสร้างรูปทรงขึ้นมา

ขั้นที่ 2
พิมพ์ข้อความที่เราต้องการมา

ขั้นที่ 3
เลือกรูปทรงและข้อความที่เราต้องการจะรวม

ขั้นที่ 4
จากนั้นให้ไปที่ object ที่อยู่บนแถบด้าบน แล้วเลือก Envelope Distore > Make with top object

ขั้นที่ 5
แค่นี้เราก็เสร็จสมบูรณ์ ถ้าเรามีวัตถุมากกว่า 1 ชิ้นเราก็สามารถพิมพ์คำอื่นๆ ใส่เข้าไปเพิ่มได้ หรือหากต้องการแก้สีก็เพียงแค่กด Double click ในข้อความที่เราต้องการแก้ไขแล้วเปลี่ยนสีได้เลย

 

* ข้อควรระวัง รูปทรงนั้นไม่สามารถเป็น Font ด้วยกันได้ถึงแม่จะทำการ create outline แล้วก็ตาม

*ข้อควรระวัง หากข้อความของเราอยู่บนรูปทรงจะไม่สามารถรวมได้ ให้นำข่อความลงไปอยู่ด้านล่างรูปทรงโดยใช้คำสั้ง Ctrl + Shift + ]

มาทำให้ข้อความดูมีมิติ ใน photoshop กันเถอะ

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสอนการทำให้ข้อความดูมีมิติหรือการใส่เงาให้กับข้อความในโปรแกรม Photoshop กันครับเพียงไม่กี่ขั้นตอน
ก็สามารถทำได้แล้วครับ และยังง่ายอีกด้วยเราไปดูกันเลยดีกว่า !

ขั้นที่ 1
สร้างคำที่เราต้องการขึ้นมาโดยให้แยกเลเยอร์ระหว่าตัว font และ Background

ขั้นที่ 2
ใช้ magic wand tool เลือกบริเวณ font ทั้งหมด

ขั้นที่ 3
สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาระหว่างเลเยอร์ fontและ background

ขั้นที่ 4
ไปที่ edit >> Fill หรืแใช้คำสั่งลัด Shift + f5

ขั้นที่ 5
เปลี่ยน โหมตให้เป็น color

ขั้นที่ 6
เมื่อเปลี่ยนเป็น color แล้วจะมีแถบหน้าต่างสีขึ้นมาให้เราเลือกสีได้หรือจะดูดสีก็ได้เช่นกัน เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้วห็กด ok

ขั้นที่ 7
ไปที่ลูกศรขอาวหรือ Move tool

ขั้นที่ 8
วางตำแหน่งเงาตามใจชอบ สามารถใช้ลูกษรขึ้นลงเพื่อขยับได้

ขั้นที่ 9
ทำการตกแต่โดยไปที่ filter > Blur > gaussianblur จะขึ้นหน้าต่างขึ้นมาให้เราเปลี่ยนเลขตามใจชอบ (เลขยิ่งมากก็จะเบลอมากตามไปด้วย) เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วให้กด ok

ขั้นที่ 10
เสร็จสมบูรณ์

 

ตารางเรียน Exclusive Graphic Academy

MG+ รุ่น 42  ( เต็มทุกที่นั่ง )
Class  1 : เสาร์ 23  ก.ย. 60 เวลา 12:00-15:00 น.
Class  2 : เสาร์ 30  ก.ย. 60 เวลา 12:00-15:00 น.
Class  3 : เสาร์ 7  ต.ค. 60 เวลา 12:00-15:00 น.
Class 4 : เสาร์  14  ต.ค. 60 เวลา 13:00-17:00 น.
(Workshop Class4 รวม 2 รุ่น รวม 16 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้าง Connection)
รายชื่อผู้จอง แล้ว 1.Bambam 2.TUDTOO 3.ทราย AMN 4. Pon 5. Reena T สหพันธ์กาชาด  6. may 7. – beam ∞ 8.Jajaa


MG+ รุ่น 45  (เต็มทุกที่นั่ง)

Class 1 : อาทิตย์ 8 ต.ค. 60 เวลา 16:00-19:00 น.
Class 2 :อาทิตย์ 15 ต.ค. 60 เวลา 16:00-19:00 น.
Class 3 :อาทิตย์ 22 ต.ค. 60 เวลา 16:00-19:00 น.
Class 4 : อาทิตย์ 29 ต.ค. 60 เวลา 16:00-19:00 น.
(Workshop Class4 รวม 2 รุ่น รวม 16 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้าง Connection)
รายชื่อผู้จอง แล้ว 1.S-Thida 2. Poj 3. PUNTHIRA 4. Nut 🙂 5.MissWang 6.KA-PONG 7. ! Snoopy*Wink 8.Pla บริษัท ไพร์มแคทช์แอสเสท


MG+ รุ่น 46  (เต็มแล้วทุกที่นั่ง)
Class 1 :อังคาร 19 ก.ย. 60 เวลา 12:00-15:00 น.
Class 2 :อังคาร 26 ก.ย. 60 เวลา 12:00-15:00 น.
Class 3 :อังคาร 3 ต.ค. 60 เวลา 12:00-15:00 น.
Class 4 :อังคาร 10 ต.ค. 60 เวลา 12:00-15:00 น.
(Workshop Class4 รวม 2 รุ่น รวม 16 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้าง Connection)
รายชื่อผู้จอง แล้ว 1. Chompu 2.toss-up 3.benN 4. Kratae 5.Sandy 6. nok บริษัทหลักทรัพย์ 7. Suchaaa 8.Jaijai

 

MG+ รุ่น 41
เดือนสิงหาคมเรียนทั้งหมด 4 สัปดาห์  (เต็มทุกที่นั่ง)
Class  1 : พุธที่ 16 ส.ค. 60 เวลา 16:00-19:00 น. (กลุ่มเล็ก 8 ท่าน)
Class  2 : พุธที่ 23 ส.ค. 60 เวลา 16:00-19:00 น. (กลุ่มเล็ก 8 ท่าน)
Class  3 : พุธที่ 30 ส.ค 60 เวลา 16:00-19:00 น. (กลุ่มเล็ก 8 ท่าน)
Class  4 : เสาร์ ที่ 9 ก.ย. 60 เวลา 13:00-17:00 น.
(Workshop Class4 รวม 2 รุ่น รวม 16 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้าง Connection)
ชื่อ Line ผู้ที่จองแล้ว 1. Nutjaree 2. K.zea 3. เพื่อนคุณ.Siriporn K.zea
4.Chawanwit.W  5.ApinyaTaych /Chayakorn  6. mild 7.Goby 8.Babu



MG+ รุ่น 40
ทุกวันเสาร์เดือนสิงหาคมเรียนทั้งหมด 4 สัปดาห์  (เต็มแล้วทุกที่นั่ง)
Class  1 : เสาร์ที่ 19 ส.ค. 60 เวลา 13:00-16:00 น. (กลุ่มเล็ก 8 ท่าน)
Class  2 : เสาร์ที่ 26 ส.ค. 60 เวลา 13:00-16:00 น. (กลุ่มเล็ก 8 ท่าน)
Class  3 : เสาร์ที่ 2 ก.ย. 60 เวลา 13:00-16:00 น. (กลุ่มเล็ก 8 ท่าน)
Class  4 : เสาร์ ที่ 9 ก.ย. 60 เวลา 13:00-17:00 น.
(Workshop Class4 รวม 2 รุ่น รวม 16 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้าง Connection)
ชื่อ Line ผู้ที่จองแล้ว 1.Soonsakee 2.Kay Panadda  3.เพื่อน Kay (Patcharapong) 4. Nathan 5. NessSydney 6.อ้อนแอ้ 7.JuRnJuRn 8. Mint สำรองที่นั่ง


 

มาทำให้ โลโก้ ข้อความ ไอคอนเรืองแสงกันเถอะ !

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาทำ logo icon text หรือ element ต่างๆ เรืองแสงด้วยโปรแกรม illustrator กันครับ
บางคนอาจจะสงสัยว่า illustrator หรือ ai ก็ทำได้หรือ? ไม่เคยเรียนgraphic มาก่อนจะทำได้ไหม?
ทำได้ครับและทำได้ง่ายๆ เลยด้วยเพียงแค่ 7 ขั้นตอนเท่านั้น

 

ขั้นที่ 1
สร้่างพื้นสีดำ และวัตถุหรือโลโก้หรืออะไรก็ตามที่เราต้องการทำให้เรืองแสงขึ้นมา โดยให้แยกเลเยอร์ของพื้นหลังและล็อคไว้
และทำการ copy วัตถุนั้นไว้

 

ขั้นที่ 2
ให้ไปที่ effect > Blur > gaussian blur

ขั้นที่ 3
จะขึ้นหน้าต่างขึ้นมาให้เราไปคลิกที่ Preview เพื่อที่จะสามารถปรับได้ง่ายขึ้น และทำการปรับเลขตามความต้องการของเรา (ยิ่งเลขมากเท่าไรก็ยิ่ง blur มากเท่านั้น)

ขั้นที่ 4
เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วก็กด okเราก็จะได้ภาพที่ ถูก blur ถ้าเราไม่พอใจก็สามารถแก้ไขสีได้

ขั้นที่ 5
จากนั้นให้เรา paste รูปที่เรา copy ไว้ตั้งแต่แรกโดยให้รูปที่เรา paste มานั้นอยู่ตรงกับรูปที่เรา blur (สามารถใช้คำสั่งลัด ctrl+ Shift+ v)

 

ขั้นที่ 6
ให้เราเลือกรูปที่เราพึ่ง pasteไปและไปที่ที่ transparency แล้วเลือกโหมตให้เป็น overlay (หากหาtransparencyไม่เจอให้ไปที่ window แล้วเลือก transparency)

ขั้นที่ 7
เสร็จสมบูรณ์ และถ้าเราไม่พอใจเราสามารถปรับแก้สี หรือแก้ความฟุ้งของการ blur เพิ่มได้หรือถ้าต้องการให้มากกว่าให้อีกเราก็สามารถทำการ copy เลเยอร์ที่เราทำ blur ไว้แล้วทำการ paste ซ้ำเพื่อเพิ่มความฟุ้งได้

การใส่เงาให้ไอคอนในโปรแกรม illustrator

สวัสดีครับวันนี้เรามาเรียนรู้การใส่เงาให้วัตถุหรือไอคอนต่างๆ ในโปรแกรม ai หรือ illustrator
ถึงแม้ไม่เคยเรียน graphic หรือไม่ถนัดโปรแกรม ก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ ให้ออกมาดูดี
หลายคนอาจคิดว่าถ้าใส่เงาต้องใส่ใน photoshop รึเปล่านะ ?  แต่จริงๆแล้ว illustrator ก็สามารถทำได้เหมือนกันแถมยังง่ายอีกด้วย
เรามาดูกันเลยดีกว่า XD 

ขั้นที่ 1
สร้างวัตถุขึ้นมา 1 ชิ้น

ขั้นที่ 2
กำหนดทิศทางที่แสงที่จะเข้า จากภาพจะกำหนดให้แสงเข้าจากด้านขวาบน

ขั้นที่ 3
สร้างกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวขึ้นมา ปรับมุมตามทิศทางแสงที่เรากำหนดไว้

ขั้นที่ 4

ปรับ Opacity ของสี่เหลี่ยมลงตามที่ต้องการ (ในภาพใช้ 30) เพื่อให้เกิดเป็นแสงตกกระทบนั่นเอง

 

ขั้นที่ 5
เลือกทั้งหมดและใช้คำสั่ง Divide ใน Pathfinder(สำหรับใครที่หา pathfinder ไม่เจอให้ไปที่ window แล้วหา pathfinder)

ขั้นที่ 6
เมื่อใช้ Divide แล้วให้ทำการเลือกทั้งหมดและคลิกขวาเลือก Ungroup จากนั้นให้ลบกล่องสีขาวที่อยู่รอบๆ วัตถุออกไป

ขั้นที่ 7
สำหรับวัตถุที่มีความมัมวาว เพื่อให้วัตถุของเราดูดูมีความมันวาวให้เพิ่ม hight light เข้าไป

ขั้นที่ 8
เราจะมาเริ่มสร้างเงากันโดยเริ่มจากสร้างสี่เหลี่ยมหรือรูปทรงที่ใกล้เคียงกับวัตถุที่เราสร้างขึ้นมา 1 ชิ้นโดยใสสีดำให้

ขั้นที่ 9
ปรับ opacity ของสีดำลง (ในรูปใช้ 40) เพื่อไม่ให้เงานั้นเข้มเกินไป

ขั้นที่ 10
จากนั้นนำสีดำไปอยู่ด้านหลังสุดโดยใช้คำสั่ง Ctrl+Shift+[ (หรือตัว บ)

 

ขั้นที่ 11
เราจะเริ่มสร้างฉากหลังกันโดยเริ่มจากสร้างlayerใหม่ขึ้นมาโดยกดไปที่ New Layer (หากใครไม่มีหน้าต่างนี้ให้ไปที่ window แล้วคลิกที่ Layer )

ขั้นที่ 12
เลือกสีพื้นหลังตามที่เราต้องการเมื่อได้สีที่ต้องการแล้วให้ทำหารล็อก layer พื้นหลังเอาไว้และกลับมาทำงานใน layer แรก

ขั้นที่ 13
เราจะเริ่มทำเงาตกกระทบกันโดยดริ้มการทำการ copy วัตถุของเราขึ้นมาและทำการจัดวางเพื่อจะกำหนดเงาโดยดูจากทิศทางแสงที่เรากำหนดไว้ตอนแรก (แสงเข้าทางไหนเงาต้องอยู่ฝั่งตรงข้าม)

ขั้นที่ 14
เมื่อกำหนดได้แล้วก็สร้างรูปทรงขึ้นมาตามที่เรากำหนดไว้โดยใช้ pen tool

ขั้นที่ 15
นำเงาที่เราพึ่งสร้างไปอยู่ด้านหลังสุดโดยใช้คำสั่ง Ctrl+Shift+[ (หรือตัว บ)

ขั้นที่ 16
ให้เลือกที่เงาแล้วไปคลิกที่ gradient (หากใครไม่มีหน้าต่างนี้ให้ไปที่ window แล้วคลิกที่ gradient )

ขั้นที่ 17
จากนั้นให้เราไปคลิกที่ลูกศรเลข 1 ในภาพ โดยให้เลือกเป็น white and black จากนั้นให้เราไปเปลี่ยนสีตรงบริเวณเลข 2 โดยให้ double click เข้าไปแล้วเลือกสีโดยสีที่เลือกฝั่งซ้ายควรเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีของพื้นหลังมากที่สุด และฝั่งขวาให้เลือกสีที่เข้มขึ้นมา หรือปรับเปลี่ยนตามทิศทางเงาของเรา

ขั้นที่ 18
เมื่อเลือกสีที่ต้องการได้แล้วเราสามารถปรับการ gradient ได้โดยการเลื่อนกล่องสีไปมาได้ตามความต้องการ และอาจจะปรับ opacity ของเงาเพิ่มเติมได้หากคิดว่ามันเข้มไป

ขั้นที่ 19
เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้วก็มาสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการ crop โดยเริ่มจากการสร้างรูปทรงที่มีขนาดเท่ากับพื้นหลังของเราขึ้นมาโดยวางไว้ด้านบนสุดตามภาพและอย่าลืมทำหารปลดล็อก layer 2 ที่เป็น layer พื้นหลังด้วย

ขั้นที่ 20
จากนั้นให้เลือกทั้งหมดแล้วคลิกขวาเลือกคำสั้ง make clipping mask หรือใช้คำสั่งลัด ctrl+7

ขั้นที่ 21
เมื่อ clipping mask เสร็จก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

 

 

อาจารย์วิน วารินทร์ วิทยากรอบรมหลักสูตรการออกแบบให้กับบริษัท (มหาชน) หลายแห่ง

อาจารย์ วิน วารินทร์

สำหรับวิชาที่อาจารย์วิน วารินทร์ ได้ออกแบบหลักสูตร และเป็นผู้สอนให้กับ Motion Graphic Plus ดังนี้
1. Exclusive Graphic Academy สอนเน้น AI Illustrator cc2017 ที่เน้นหลักการออกแบบ และระบบการทำงานแบบ Agency
2. Exclusive Photoshop Academy สอนเน้น Photoshop cc2017 ที่เน้นหลักการออกแบบ และระบบการทำงานแบบ Agency
3. Exclusive Motion Graphic Academy สอนเน้น After Effects cc2017 ที่เน้นการทำ Infographic Animation และหลักการด้าน Animation
4. Advance Academy เน้นการต่อยอดด้าน Graphic Design ให้ไปสู่ระดับสูง