Photoshop และงานบนโลกออนไลน์

Ps กับธุรกิจออนไลน์

Photoshop และงานบนโลกออนไลน์

บทบาทของโปรแกรม Photoshop หรือ Ps ในการทำงานสื่อโฆษณาหรืองานต่างๆ บนโลกออนไลน์นั้นมีอะไรบ้าง Photoshop มีหน้าที่อะไรและสามารถใช้ทำงานอะไรได้บ้าง

 

การทำงานบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการขายของออนไลน์ การทำงานโฆษณา หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ในการทำงานต้องมีการใช้งานรูปภาพต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งการที่เราจะจัดการกับรูปภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งภาพ เปลี่ยนสีภาพ ตัดต่อรูปภาพ ต่างๆ นั้นเราก็สามารถจัดการได้ด้วยโปรแกรม Photoshop ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานเกี่ยวกับรูปภาพโดยเฉพาะ

 

ในการทำงานสื่อโฆษณาออนไลน์หรือแม้แต่การขายของออนไลน์ การที่เราจะถ่ายภาพสินค้าและนำมาลงในสื่อเพื่อที่จะให้คนอื่นๆ ได้มาเห็นในตัวสินค้าหรือนำไปใช้ทำโฆษณาต่างๆ การที่เราถ่ายภาพได้สวยอย่างเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอเพราะทุกคนต้องการให้สินค้าหรือสื่อของเราออกมาดูดีที่สุด การที่เรานำ Photoshop เข้ามาใช้งานเพื่อใช้ในการตัดต่อหรือแต่งภาพ เปลี่ยนสีภาพต่างๆ เพื่อให้ภาพสินค้าหรือบริการของเรานั้นออกมาสมบูรณ์ ดูดีที่สุด นี่คือหน้าที่หลักๆ ของ Photoshop ที่ใช้ในการทำงาน

 

หรือบางครั้งเราเห็นบางสินค้าจ้างนางแบบมาถ่ายรูปกับสินค้าในฉากต่างๆ บางคนอาจจะคิดว่านี่คือการจัดฉากให้นางแบบมาถ่ายเพื่อให้ได้งานออกมาแต่จริงๆ แล้วการทำงานแบบนี้จะใช้งาน Photoshop ในการทำงานมากกว่าโดยถ่ายภาพนางแบบแยกออกมา 1 ภาพถ่ายภาพสินค้ามาอีก 1 ภาพและหาฉากหลังมาอีก 1 ภาพนำมาเข้า Photoshop แต่งภาพแต่งสีให้เรียบร้อยและตัดฉากหลังของนางแบบและสินค้าออกและนำมาจัดวางในฉากหลังอีกทีหนึ่ง ซึ่งการที่จะทำงานแบบนี้ได้ต้องอาศัย Photoshop ในการทำงานนั่นเอง

 

จะเห็นได้ว่า Photoshop สามารถจัดการกับรูปภาพต่างๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาใช้กับสื่อออนไลน์ต่างๆ ได้ดีมากโดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพแต่บางคนอาจจะสงสัยว่าแล้ว Photoshop สามารถทำงานกราฟิกได้ด้วยไหมคำตอบคือสามารถทำได้แต่ไม่แนะนำให้ทำเพราะโปรแกรม Photoshop ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานที่เกี่ยวกับรูปภาพต่างๆ โดยเฉพาะแต่ไม่ได้รองรับการทำงานกราฟิกต่างๆ ถึงแม้จะสามารถใช้ทำได้แต่ก็ยุ่งยากและใช้เวลานานในการทำงานหากต้องการทำงานกราฟิกแนะนำให้ไปใช้งานโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำงานกราฟิกโดยเฉพาะอย่าง Illustrator เลยจะดีกว่า

 

แต่ในบางครั้งเราจะเห็นงานที่มีการผสมกันระหว่างรูปภาพและงานกราฟิก แล้วถ้าเราอยากทำแบบนั้นบ้างเราจะสามารถทำบน Photoshop ได้เลยไหมแน่นอนว่าเราสามารถทำได้แต่ก็ไม่แนะนำเช่นกันเพราะหากต้องทำงานที่มีทั้งรูปภาพและกราฟิกด้วยกัน Photoshop นั้นจะมีหน้าที่จัดการกับรูปภาพให้กับเราโดยการแต่งภาพ เปลี่ยนสี ตัดต่อ ต่างๆ ให้เรียบร้อยจากนั้นค่อยนำภาพที่เสร็จแล้วไปทำการจัดวาง ใส่กราฟิก และจบงานใน Illustrator ต่อไปเพราะถึงแม้ Photoshop จะสามารถทำได้เหมือนกันแต่สามารถทำได้ยาก ซับซ้อนและใช้เวลาในการทำมากกว่าจึงไม่แนะนำให้ใช้ทำงานกราฟิกนั่นเอง

 

สรุปแล้ว Photoshop จะมีหน้าที่หลักๆ ที่สำคัญคือการจัดการกับรูปภาพให้กับเรา โดยเฉพาะงานสื่อออนไลน์หรืองานขายของออนไลน์ที่ต้องใช้รูปภาพเกี่ยวข้องด้วยแล้ว Photoshop ยิ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะช่วยให้เราจัดการกับภาพต่างๆ ของเราทำการตกแต่ง เปลี่ยนสี หรือรีทัชภาพต่างๆ ให้ออกมาดูดีและน่าซื้อมากยิ่งขึ้น

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

Graphic Design นำไปทำอะไรได้บ้าง

Ai ทำอะไรได้บ้าง

Graphic Design นำไปทำอะไรได้บ้าง

 

สำหรับคนที่อยากทำงาน graphic เป็นหรือสนใจอยากเรียน graphic design แต่ไม่รู้ว่าจะสามารถนำไปใช้งานอะไรได้บ้างหรือสามารถนำไปใช้กับอะไรได้บ้างเรามาดูกัน

 

Graphic Design ในตอนนี้กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ในทุกวันนี้ รอบๆ ตัวเรานั้นล้วนแต่มี Graphic ทั้งสิ้นการที่เราจะรู้และสร้างงาน Graphic Design ได้จะช่วยให้เราสามารถทำงานที่ดีและสะดุดตาออกมาจากงานอื่นๆ ได้

 

งาน Graphic นั้นเราสามารถนำมาใช้ในงานต่างๆ ของเราได้มากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้กับการนำเสนองานของเราจะทำให้การนำเสนองานของดูลงตัวและเข้าใจง่าย หรือทำสื่อต่างๆ เช่นสื่อสิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ หนังสือ โฆษณาต่างๆ ก็สามารถทำได้หรือจะเป็นงานสื่อทางด้านออนไลน์ โฆษณาลงที่ต่างๆ Facebook Line Youtube ก็สามารถทำได้ด้วยงาน Graphic Design เช่นกันหรือเราสามารถใช้งาน Graphic เข้ามาประกอบธุรกิจของเราเองก็ได้เช่นกันเช่นใช้ในการออกแบบลายเสื้อผ้า แก้วน้ำต่างๆ หรือใช้งานเพื่อทำลวดลายต่างๆ ได้

 

หรือสำหรับเจ้าของธุรกิจแล้วการที่เราเรียน Graphic ก็สามารถเข้ามาช่วยงานของเราได้เช่นกัน เมื่อเราเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วและเราไม่มีเวลาว่างพอที่จะทำงาน Graphic เองแต่ถ้าเรามีความรู้เอาไว้เราจะสามารถจ้าง Graphic Designer มาทำงานให้เราได้และเราจะสามารถพูดคุยสื่อสารกับเขาได้ง่ายขึ้นจะทำให้เราสามารถเข้าใจงานต่างๆ ได้ตรงกันและรู้ขอบเขตการทำงานได้มากขึ้น

 

จะเห็นได้ว่างาน Graphic นั้นสามารถใช้งานได้หลากหลายและสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่ระดับนักเรียนนักศึกษาไปจนถึงระดับหัวหน้างานต่างๆ ก็สามารถเรียนรู้และนำมาใช้งานได้ทั้งนั้น และยิ่งในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง Graphic จึงเข้ามามีผลกับธุรกิจมากๆ ในตอนนี้

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

งานกราฟิกกับสื่อออนไลน์

Ai กับโลกออนไลน์

งานกราฟิกกับสื่อออนไลน์

การทำงานเพื่อใช้ในสื่อออนไลน์ต่างๆ นั้นเราต้องทำอย่างไร ต้องเตรียมพร้อมอย่างไร หรือต้องดูอะไรบ้าง

การทำงานกราฟิกลงบนสื่อออนไลน์ต่างๆ สิ่งที่เราต้องรู้มีอะไรบ้างเพื่อลดโอกาสผิดพลาดในการทำงาน สำหรับคนที่อยากทำงานลงสื่อออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบนเว็บ หรือ Facebook IG หรืออื่นๆ มีอะไรบ้างที่เราต้องให้ความสนใจและตรวจสอบให้ดีก่อนทำงาน

 

การทำงานลงสื่อต่างๆ บนโลกออนไลน์สิ่งแรกที่สำคัญมากๆ คือ สี

การใช้สีสำคัญอย่างไรในการทำงาน ต้องอธิบายก่อนว่าระบบสีนั้นหลักๆ มีอยู่ 2 ระบบด้วยกัน นั่นคือระบบสีสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์หรือ CMYK นั้นเองระบบนี้จะใช้สำหรับการทำสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆและอีกระบบหนึ่งคือสีสำหรับงานดิจิทัลหรือสี RGB ซึ่งเป็นสีของแสงนั่นเอง หากเราเลือกใช้งานสีผิดระบบจะเกิดอะไรขึ้น หากเราทำงานที่เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ แต่ไปใช้ระบบสีของแสงอย่าง RGB ในการทำงานแน่นอนว่าในขั้นตอนการทำงานนั้นอาจไม่มีอะไรผิดพลาดแต่เมื่อส่งเข้าโรงพิมพ์หรือทำงานพิมพ์งานออกมาสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือสีเพี้ยนนั้นเอง เพราะว่าสีของแสงนั้นจะมีความสด ความสว่างที่มากกว่าสีแบบ CMYK สีบางอันของ RGB นั้นสดเกินไปจนเครื่องพิมพ์ไม่สามารถพิมพ์สีนั้นออกมาได้ทำให้เกิดการสีเพี้ยนตามมานั้นเอง หรือหากเราใช้สีของสิ่งพิมพ์อย่าง CMYK ไปทำงานของสื่อออนไลน์จริงๆ แล้วก็สามารถใช้งานได้ แต่สีที่ใช้อาจไม่มีความสดเท่าที่เราต้องการนั่นเอง

 

ความละเอียดของภาพหรือไฟล์ต่างๆ

แน่นอนว่าทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์นั้นต้องการขนาดภาพหรือความละเอียดที่แตกต่างกัน สื่อสิ่งพิมพ์นั้นต้องทำการพิมพ์งานออกมาจึงต้องการความละเอียดที่สูงกว่าการทำงานแบบสื่อออนไลน์มาก ทำให้หากเราตั้งค่าความละเอียดที่ต่ำเพื่อใช้สำหรับสื่อออนไลน์หากเรามองในหน้าจอก็จะเห็นว่าชัดแต่หากเรานำไปพิมพ์ออกมาภาพนั้นอาจจะแตกได้นั่นเองและในทางกลับกันหากเราใช้ภาพที่มีความละเอียดสูงๆ ที่ใช้สำหรับการทำงานสื่อสิ่งพิมพ์มาทำงานสื่อออนไลน์ถามว่าสามารถใช้งานได้ไหมก็ต้องตอบว่าสามารถใช้งานได้และภาพคมชัดแต่มันก็เกินกับความต้องการของสื่อออนไลน์อยู่ดี ภาพที่เรานำมาใช้อาจถูกบีบให้เล็กลง หรือต้องใช้เวลาในการ Upload รูปภาพเป็นเวลานานหรืออาจทำให้หน่วงได้จะดีกว่าไหมถ้าเราใช้ภาพความละเอียดตามที่สื่อนั้นๆ ต้องการสามารถทำให้ภาพคมชัดได้เหมือนกันและยังไม่หน่วงหรือช้าอีกด้วย

 

ขนาดของสื่อ

แน่นอนว่าทั้ง 2 สื่อนั้นต้องการขนาดต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน สำหรับสื่อออนไลน์นั้นยิ่งแล้วใหญ่การทำงานกราฟิกลงบนสื่อออนไลน์สิ่งที่สำคัญคือขนาดของสื่อที่เราจะนำไปลงเพราะแต่ละสื่อนั้นถึงเป็นสื่อออนไลน์เหมือนกันแต่ก็ต้องการขนาดที่ไม่เหมือนกันการทำผิดขนาดอาจทำให้เกิดผลเสียต่างๆ ตามมาได้เช่นภาพที่ทำโดนตัด หรือขนาดไม่พอดีที่จะลงสื่อนั้นๆ และขนาดของสื่อออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์นั้นหากทำเล็กไปอาจทำงานภาพแตกหรือไม่คมชัดตามมาด้วยเช่นกันเราควรศึกษาหรือหาข้อมูลก่อนเริ่มทำงานให้แน่ชัดว่างานที่เราจะทำมีขนาดเท่าไร

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

สร้าง Motion ด้วย After Effects

ทำงาน Motion

สร้าง Motion ด้วย After Effects

 

การที่เราต้องสร้างภาพเคลื่อนไหวขึ้นมาเพื่อใช้ในการนำเสนอหรือใช้ในงานต่างๆ นั้นหลายๆ คนอาจสงสัยว่าต้องใช้โปรแกรมอะไรทำหรืออาจจะสงสัยว่างาน Infographic  Motion Graphic แตกต่างจากงานตัดต่อวีดีโออย่างไร

 

งาน Motion Graphic หรืองาน Infographic แตกต่างกับงานตัดต่อวีดีโอ สำหรับงาน Motion Graphic หรืองาน Infographic นั้นจะทำงานในโปรแกรมชื่อว่า After Effects ส่วนงานตัดต่อวีดีโอนั้นจะทำใน Premiere Pro ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมสำหรับทำงานที่เกี่ยวข้องกับภาพเคลื่อนไหวทั้งคู่แต่ที่แตกต่างกันคืองานตัดต่อวีดีโอนั้นจะทำโดยการนำคลิปวีดีโอที่ทำการถ่ายมานั้นเข้ามาตัดต่อใส่ Effect ต่างๆ ใส่เสียงในโปรแกรม Premiere Pro แต่สำหรับงาน Motion Graphic หรืองาน Infographic นั้นจะสร้างจากการทำงานกราฟิกหรือภาพนิ่งต่างๆ นำมาขยับใส่ Story ลงไปเพื่อบอกเล่าหรืออธิบายต่างๆ ด้วยโปรแกรม After Effects นั่นเอง

 

หากใครที่ต้องการทำงานเกี่ยวกับการตัดต่อวีดีโอนำคลิปต่างๆ ที่เราถ่ายๆ ไว้นำมาตัดต่อจนกลายเป็นคลิปใส่เสียง ใส่ Effects ต่างๆ แนะนำว่าควรเรียนโปรแกรม After Effects แต่ถ้าใครที่ต้องการทำงาน Motion Graphic หรืองาน Infographic ที่เป็นการนำภาพกราฟิกหรือภาพนิ่งต่างๆ มาขยับนั้นแนะนำให้เรียนตัวโปรแกรม After Effects ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงาน Motion Graphic หรืองาน Infographic โดยเฉพาะ

 

การเรียน After Effects นั้นต้องอาศัยการเรียนและทบทวนซ้ำๆ เพราะมีเนื้อหาที่ยากและซับซ้อนเป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถเรียน จำ และทำได้เลยในการเรียนเพียงครั้งเดียวเราต้องคอยทบทวนซ้ำๆ และที่สำคัญนอกจากทบทวนแล้วการลงมือทำงานก็สำคัญมากๆ เพราะการที่เราจำอย่างเดียวไม่อาจทำให้เราทำงานไดการฝึกฝนการลงมือทำจริงๆ จะช่วยให้เราทำได้และชินมือนอกจากนี้การฝึกทำงานบ่อยๆ ยังทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้นอีกด้วย

หากใครสนใจอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน infographic หรือการเรียน motion graphic สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

หรือติดตามและเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารที่ทาง Facebook page : Motion Graphic Plus

 

เรียนกราฟิก ออนไลน์ดีอย่างไร

เรียน Ai

เรียนกราฟิก ออนไลน์ดีอย่างไร

 

สำหรับหลายๆ คนต้องการเรียนกราฟฟิกแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดีต้องเรียนด้วยโปรแกรมอะไร และต้องเรียนอะไรบ้าง เรียนออนไลน์ดีไหม วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว

 

สำหรับการเรียนกราฟฟิกนั้นหลายๆ คนอาจจะคิดว่าต้องเรียนโปรแกรม ต้องใช้งานโปรแกรมได้ ต้องรู้ทุกเครื่องมือในโปรแกรมซึ่งในความเป็นจริงแล้วในการสร้างงานขึ้นมาเราไม่จำเป็นต้องใช้งานทุกเครื่องมือ เราไม่ได้ใช้ทุกคำสั่งเพื่อที่จะสร้างงานขึ้นมา 1 ชิ้นแต่เราจะใช้แค่บางเครื่องมือหรือคำสั่งที่สำคัญๆ เท่านั้นในการสร้างผลงานขึ้นมา แทนที่เราจะดูว่าเราเรียนเยอะแค่ไหน ได้รู้ทุกโปรแกรมไหม หรือรู้ทุกคำสั่งหรือเปล่า จะดีกว่าไหมถ้าเรามองว่าการเรียนในคอร์สนั้นๆ สามารถสร้างผลงานได้จริงไหม เพราะการเรียนทุกเครื่องมือหรือทุกคำสั่งนั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะจำหรือสร้างงานขึ้นมาได้แต่ในทางกลับกันการที่เราต้องจำเยอะเกินไปและบางอย่างก็ไม่ได้ใช้นั้นจะทำให้เราเกิดความสับสนแทน

 

ในการเรียนกราฟฟิกนั้นโปรแกรมหลักๆ ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายก็คือ Illustrator หรือ ai นั่นเอง เป็นโปรแกรมของ Adobe ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานกราฟฟิกโดยเฉพาะและเป็นที่นิยมใช้งานกันมากๆ เพราะ Illustrator นั้นสามารถรองรับการทำงานกราฟฟิกได้ทุกรูปแบบและที่สำคัญ ไฟล์งานของ Illustrator นั้นเป็นไฟล์ Vector ซึ่งไฟล์ Vector นั้นมีจุดเด่นคือความคมชัดของไฟล์และเป็นไฟล์ที่เราสามารถขยายใหญ่เท่าไรก็ได้ไม่มีแตกถ้าเราทำงานขนาดแค่ A4 แต่ต้องการขยายงานให้ใหญ่มากๆ ก็สามารถขยายได้เลยโดยไฟล์ Vector นั้นจะไม่แตก

 

สำหรับการเรียนออนไลน์ในตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น การเรียนออนไลน์ทำให้เราสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและสะดวกมากยิ่งขึ้นเพราะเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเรียนที่ไหนแค่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้านก็สามารถเรียนได้แล้ว และสำหรับคอร์สออนไลน์ที่เป็น VDO ก็ยิ่งสะดวกมากยิ่งขึ้นเพราะเราจะสามารถเลือกเวลาที่จะเรียนเองได้อย่างอิสระ ว่างเมื่อไรก็สามารถเข้ามาเรียนได้ทุกเมื่อ และยังสามารถเรียนได้ตลอดด้วยและที่สำคัญเรายังสามารถเรียนทวนซ้ำกี่ครั้งก็ได้หากไม่เข้าใจก็แค่ดูทวนซ้ำเท่านั้น การที่เราเรียนออนไลน์ได้นั้นจะช่วยให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ไม่ต้องพกคอมพิวเตอร์ไปเรียน ไม่ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางและอื่นๆ ด้วยความสะดวกสบายและข้อดีหลายๆ อย่างทำให้การเรียนออนไลน์นั้นกำลังเป็นที่นิยม

 

การเรียนกราฟิกออนไลน์นั้นมีข้อดีหลายอย่างไม่ว่าจะการที่เราสามารถจัดการเวลาเรียนเองได้ การที่เราสามารถที่จะเข้ามาดูเองเมื่อไรก็ได้ที่เราสะดวกหรือการเรียนที่สามารถดูทวนซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร ด้วยความสะดวกเหล่านี้ทำให้การเรียนออนไลน์เป็นอีก 1 ตัวเลือกที่หลายๆ คนต้องการเพราะเหตุผลหลายๆ อย่างไม่ว่าจะสถานที่เรียนอยู่ไกลทำให้เดินทางลำบาก หรือใช้เวลาเดินทางที่นาน หรือเวลาเรียนไม่ตรงกับเวลาหรือวันว่างของเรา ซึ่งตรงจุดนี้การเรียนแบบออนไลน์จะเข้ามาตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

Motion Graphic ต้องเรียนอะไรบ้าง

เรียน Ae

Motion Graphic ต้องเรียนอะไรบ้าง

 

สำหรับหลายๆ คนที่อยากทำงาน Infographic หรืองาน Motion Graphic แต่ไม่มีพื้นฐานเลย ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากอะไรดี ต้องเรียนโปรแกรมอะไรวันนี้เรามีคำตอบมาให้

 

การทำงานภาพเคลื่อนไหน Infographic หรืองาน Motion Graphic นั้นในปัจจุบันเป็นที่ต้องการมากๆ เพราะในยุคที่มีการแข่งขันทางการตลาดการที่เราสามารถสร้างสื่อต่างๆ ออกมาเพื่อโฆษณาร้านหรือสินค้าเพื่อดึงดูดผู้คนหรือให้เป็นที่สนใจเป็นสิ่งสำคัญและในตอนนี้ที่มีการแข่งขันที่สูงทำให้สื่อภาพนิ่งที่ใช้เพื่อโฆษณาสินค้าของเราอาจไม่เพียงพออีกต่อไปจึงจำเป็นต้องพึ่งสื่อที่เป็นภาพเคลื่อนไหวเพื่อให้เรามารถดึงดูดลูกค้าได้มากกว่าและภาพเคลื่อนไหวก็เป็นที่สนใจมากกว่าภาพนิ่งและยังสามารถสื่อความหมายได้ดีกว่าอีกด้วย

 

ในการสร้างภาพเคลื่อนไหว Infographic หรือ Motion Graphic นั้นจะสร้างด้วยโปรแกรม After Effect ที่เป็นโปรแกรมสำหรับการสร้างงาน Infographic หรือ Motion Graphic โดยเฉพาะซึ่งในการใช้งานโปรแกรมนั้น After Effect เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำให้งาน Graphic ต่างๆ ที่เป็นภาพนิ่งนำมาขยับเคลื่อนไหวใน After Effect แต่ว่าตัว After Effect นั้นไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการสร้างภาพนิ่งเองจึงทำให้ไม่สามารถสร้างภาพนิ่งเองได้ดีนักจึงจำเป็นต้องพึ่งพาโปรแกรมอื่นๆ ที่สามารถสร้างงานกราฟิกหรือภาพนิ่งได้นั่งก็คือ Illustrator หรือ Photoshop ที่เป็นโปรแกรมของทาง Adobe เหมือนกันจึงทำงานร่วมกันได้อย่างดี

 

และนอกจากการเรียนโปรแกรมแล้วการที่เราจะสร้างงาน Infographic หรือ Motion Graphic ได้นั้นยังจำเป็นต้องมีความรู้ด้านการ animation อีกด้วยเพราะถึงเราจะรู้การทำงานของโปรแกรมหรือเครื่องมือต่างๆ แล้วเราสามารถสร้างงานออกมาได้แต่ถ้าเราไม่มีความรู้ด้านการ animation หรือเรื่องจังหวะในการเคลื่อนไหวต่างๆ เราก็ไม่สามารถสร้างงานที่ดูดี ลงตัวมีคุณภาพออกมาได้นั่นเองจึงทำให้การเรียนนั้นควรเรียนทั้งโปรแกรมและหลักการ animation ไปควบคู่กัน

 

และการเรียน Infographic หรือ Motion Graphic นั้นเป็นเรื่องที่มีความยาก เนื้อหาเยอะ และซับซ้อนทำให้แค่การเรียนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต้องอาศัยการฝึกมือทำงาน ทดลองทำงานต่างๆ ประกอบกับการเรียนไปด้วยเพื่อที่เราจะชินมือและทำงานได้จริงๆ

หากใครสนใจอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน infographic หรือการเรียน motion graphic สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

หรือติดตามและเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารที่ทาง Facebook page : Motion Graphic Plus

 

อยากทำงาน Motion Graphic ต้องใช้โปรแกรมอะไร

Ae ทำอย่างไร

อยากทำงาน Motion Graphic ต้องใช้โปรแกรมอะไร

สำหรับคนที่อยากทำงาน Motion Graphic หรืองาน Infographic แต่ไม่มีความรู้มาก่อน ว่าต้องเรียนอะไรบ้าง ทำอย่างไรหรือต้องใช้โปรแกรมอะไรในการเรียนเพื่อที่จะสร้างงาน Motion Graphic ขึ้นมา

 

เริ่มจากการเรียน Motion Graphic นั้นเป็นการเรียนที่มีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว หรือการทำงานกับภาพเคลื่อนไหวนั้นเอง สำหรับการทำงาน Motion Graphic คือการที่เรานำงานหรือภาพนิ่งมา 1 ชิ้นไม่ว่าจะเป็น Infographic งาน Graphic ต่างๆ หรืองานภาพต่างๆ นำมาขยับและใส่เรื่องราว ใส่ Story ต่างๆ ลงไปเพื่อใช้ในการบรรยาย หรืออธิบายสิ่งต่างๆ นั่นเอง

และการที่เราจะทำงาน Motion Graphic ได้นั้นเราต้องมารู้จักกับโปรแกรมที่ใช้สำหรับการทำงานกันก่อนซึ่งโปรแกรมที่คนนิยมใช้งาน เป็นโปรแกรมที่ใช้ทำงาน Motion Graphic สากลที่คนใช้งานเยอะที่สุดนั่นก็คือ After Effects นั้นเอง สำหรับโปรแกรม After Effects นั้นออกแบบมาสำหรับการทำงานที่เกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหวโดยเฉพาะรวมไปถึงงาน Motion Graphic ด้วยนั่นเองและนอกจากนี้ After Effects ยังเป็น 1 ในโปรแกรมของทาง Adobe ทำให้ After Effects นั้นสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ของทาง Adobe ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น Illustrator Photoshop หรือ Premiere Pro

 

การเรียน After Effects นั้นจำเป็นต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อนไหม

สำหรับคนที่ต้องการเรียนการใช้งาน After Effects หรือการสร้างงาน Motion Graphic นั้นจริงๆ แล้วควรที่จะมีพื้นฐานในการทำภาพนิ่งมาก่อนเช่นการใช้งานโปรแกรม Illustrator หรือ Photoshop เพราะการทำงานนั้นสำหรับการทำงานด้วย After Effects เราอาจจะไม่ได้อยู่แค่โปรแกรมเดียวเพราะว่าการทำงาน Motion Graphic นั้นต้องใช้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวนำมารวมกัน นำมาขยับให้เกิดเป็นเรื่องราว เราอาจจะต้องสร้างภาพนิ่งขึ้นมาเองและนำมาใช้งาน นำมาขยับต่อใน After Effects นั่นเองเพื่อการสร้างงาน Motion Graphic ได้แบบครบวงจรเราควรจะมีพื้นฐานในการสร้างงานภาพนิ่งขึ้นมาก่อน

สำหรับ After Effects นั้นเป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการสร้างภาพเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ จึงทำให้การที่เราจะสร้างภาพนิ่งในโปรแกรม After Effects นั้นอาจทำได้ไม่ดีพอเราจึงควรที่จะเรียนรู้โปรแกรมสร้างภาพนิ่งอย่าง Illustrator หรือ Photoshop เอาไว้

 

ทำไมต้องเป็น Illustrator หรือ Photoshop

เพราะว่าทั้ง After Effects Illustrator และ Photoshop นั้นเป็นโปรแกรมของทาง Adobe เหมือนกันทำให้การใช้งานข้ามไปมาระหว่างโปรแกรมนั้นเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากๆ และ Illustrator ยังเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้างงานกราฟิกที่ดีที่สุดอีกด้วย รวมทั้ง Photoshop ก็เป็นโปรแกรมที่ใช้จัดการกับภาพถ่ายได้ดีมากๆ ด้วยเช่นกันเพื่อสร้างงานภาพนิ่งที่ดีที่สุดและนำไปทำงานต่อง่ายที่สุดเราจึงแนะนำให้เป็น Illustrator และ Photoshop นั่นเอง

สำหรับคนที่สนใจเรียนตัดต่อวีดีโอแบบออนไลน์ สามารถเรียนเมื่อไรก็ได้ดูทวนซ้ำกี่ครั้งก็ได้และยังมีการบ้านให้ทำเพื่อฝึกมือและถ้ามีคำถามก็สามารถสอบถามอาจารย์ได้โดยอาจารย์จะเข้ามาดูและตอบคำถามทุกสัปดาห์ เราขอแนะนำคอร์ส Pr สามารถดูรายละเอียดได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

Premiere Pro และ After Effect ต่างกันอย่างไร

Ae Pr ต่างกันอย่างไร

Premiere Pro และ After Effect ต่างกันอย่างไร

 

หลายๆ คนกำลังต้องการเรียนตัดต่อวีดีโอ ทำงาน motion graphic หรือ infographic แต่ไม่รู้ว่าต้องใช้โปรแกรมอะไรในการทำงานหรือไม่รู้ว่าต่างกันอย่างไร

 

สำหรับงานตัดต่อวีดีโอมีหลายโปรแกรมให้เราเลือกใช้งานและ 1 ในโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้ดีและเป็นที่นิยมนั่นก็คือ Adobe Premiere Pro โปรแกรมสำหรับการตัดต่อวีดีโอของทาง Adobe ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายด้วยการใช้งานที่หลากหลายและสามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ของทาง Adobe ได้จึงทำให้คนนิยมใช้งานเป็นจำนวนมากโดย Premiere Pro นั้นจะเน้นใช้งานในการตัดต่อวีดีโอโดยเฉพาะ ตัดต่อวีดีโอต่างๆ ใส่เสียงหรือเพิ่ม effect ต่างๆ ใส่ sub ต่างๆ  และสามารถทำได้ง่ายมากๆ

 

และสำหรับอีกโปรแกรมหนึ่งนั่นคือ After Effect นั้นก็เป็นโปรแกรมสำหรับทำภาพเคลื่นไหวเหมือน Premiere Pro แต่ After Effect นั้นจะไม่ได้เน้นใช้งานในการตัดต่อวีดีโอแต่จะเน้นใช้งานในการทำงาน infographic หรืองานด้าน motion graphic แทนเป็นงานที่ทำให้ logo หรืองาน graphic ต่างๆ ขยับและเคลื่อนไหวได้ โดยการใช้งาน After Effect นั้นสามารถใช้ทำงาน Motion graphic หรืองาน infographic ได้อย่างดีและยังสามารถใช้งาน After Effect ร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ของ Adobe ได้อย่างดีอีกด้วย

 

ทั้ง Premiere Pro และ After Effect นั้นก็ใช้งานในการทำภาพเคลื่นไหวกันทั้งคู่แต่ใช้งานคนละประเภทกันสำหรับ Premiere Pro จะใช้งานสำหรับการตัดต่อวีดีโอ การทำหนังสั้น หรือวีดีโอต่างๆ และสำหรับ After Effect จะใช้งานสำหรับการทำงาน infographic หรืองาน Motion Graphic หรืองานที่ต้องนำภาพ graphic ต่างๆ หรือ logo นำมาขยับเคลื่อนไหวต่างๆ

 

การที่เราจะเลือกเรียนเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะนำไปใช้ทำงานด้านไหน ถ้าเราต้องการนำไปใช้ในการตัดต่อวีดีโอ ทำหนังสั้น หรือสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคลิปวีดีโอ การใส่ sub หรือเพื่อเสียงต่างๆ ก็ควรที่จะเลือกคอร์สเรียนตัดต่อวีดีโอ Premiere Pro แต่ถ้าเราต้องใช้งานในการทำงาน Logo หรืองาน Motion graphic ต่างๆ หรือต้องการนำเสนองานในแบบภาพเคลื่อนไหว infographic After Effect จะเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้

 

หากใครสนใจอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน infographic หรือการเรียน motion graphic สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

หรือติดตามและเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารที่ทาง Facebook page : Motion Graphic Plus

 

Premiere Pro กับธุรกิจออนไลน์

ทำงาน Pr

Premiere Pro กับธุรกิจออนไลน์

การที่เราจะทำวีดีโอ Content ลงสื่อออนไลน์ต่างๆ เราต้องรู้อะไรบ้างและต้องทำอย่างไร ต้องใช้โปรแกรมอะไรในการทำงานตัดต่อวีดีโอสำหรับลงสื่อออนไลน์

 

การทำงานตัดต่อวีดีโอลงสื่อออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Youtube Facebook หรือสื่ออื่นๆ นั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละสื่อที่เราจะเอามาลงทั้งขนาดของวีดีโอ เนื้อหาของวีดีโอต่างๆ เราควรปรับให้เหมาะสมกับสื่อที่จะลงเพื่อที่จะได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือตรงกับความต้องการของสื่อนั้นๆ

 

การตัดต่อวีดีโอลงสื่อออนไลน์นั้นสิ่งแรกที่สำคัญมากๆ คือขนาดของวีดีโอเพราะในแต่ละสื่อนั้นก็จะใช้ขนาดที่ไม่เหมือนกันเราไม่สามารถทำออกมาขนาดเดียวและลงได้ทุกสื่อการที่เราทำการ render วีดีโอออกมาแล้วไม่ตรงกับขนาดของสื่อที่จะนำไปลงนั้นอาจทำให้วีดีโอถูกตัดทำให้เห็นไม่เต็มหรือมีปัญหาอื่นๆ ตามมาได้แต่ถ้าเราลงวีดีโอตามความต้องการของสื่อนั้นๆ แล้วเราจะได้งานวีดีโอที่มีขนาดพอดีสื่อไม่โดนตัดและมีความคมชัด

 

และอย่างที่รู้ๆ กันว่าแต่ละสื่อนั้นมีความต้องการขนาดของวีดีโอที่จะลงไม่เท่ากันและมีหลายขนาดเช่น Youtube สามารถรองรับวีดีโอแนวนอนได้ดีกว่าแต่ถ้าลงใน Facebook หรือ IG นั้นเราอาจต้องปรับเป็นแบบจัตุรัสหรือแนวตั้งแทนเพื่อที่จะได้ตรงกับความต้องการของสื่อนั้นๆ

 

การที่เราจะ render ขนาดของวีดีโอมาลงสื่อต่างๆ นั้นบางอย่างเราต้องคำนึงด้วยว่าเราจะต้องทำให้ดูได้คมชัดและไม่โดนตัดทั้งในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเช่นใน Facebook และ IG ที่คนนิยมเล่นในโทรศัพท์การที่เราทำออกมาให้โทรศัพท์ก็สามารถดูได้ด้วยนั้นจะตอบโจทย์ได้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ขนาดต่างๆ ที่ใช้ลงก็ยังมีผลต่อการตลาดหรือการโฆษณาด้วยเช่นกันเช่นใน Facebook หรือ IG ที่สามารถรองรับได้หลายขนาดแต่ที่คนนิยมทำกันคือแนวตั้งเพราะจะสามารถกินพื้นที่หน้า Feed ได้ดีที่สุดเมื่อคนเลือนมาเห็นจะสามารถมองเห็นได้เต็มๆ ชัดและใหญ่เป็นจุดสนใจมากกว่าขนาดอื่นๆ นั่นเอง

 

นอกจากนี้เนื้อหาในการตัดต่อวีดีโอก็มีผลเช่นเดียวกันในแต่ละสื่อเราควรทำเนื้อหาที่เข้ากับสื่อนั้นๆ เช่นใน Facebook และ IG การที่เราทำเนื้อหาแบบปกติมาลงอาจไม่เป็นที่สนใจมากพอเพาะด้วยตัวแอปเองที่สามารถเล่นในโทรศัพท์ทำให้ผู้คนนิยมเลื่อน Feed ผ่านๆ ไปเรื่อยๆ เนื้อหาที่เราทำควรจะทำให้คนที่มาดูเกิดความสนใจ สะดุดตา ก่อนในช่วงต้นๆ ของวีดีโอ (ประมาณ 3-5 วินาทีแรก) เพราะเมื่อคนหยุดดูเพราะน่าสนใจเขาจะกดเข้ามาดูเองแต่ถ้าในช่วงต้นวีดีโอเราไม่สามารถดึงสายตาหรือความสนใจเอาไว้ได้เขาก็จะเลื่อนผ่านวีดีโอของเราไปเลยนั่นเอง

 

แต่ในบางสื่ออย่าง Youtube จะต่างกันออกไปเพราะคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาดูนั้นไม่ได้เลื่อนผ่านๆ แล้วเกิดสนใจจึงเข้ามาดูแต่คนส่วนมากที่มาดูจะกดเข้ามาเพราะต้องการที่จะเข้ามาดูอยู่แล้วเนื้อหาวีดีโอที่เราลงจึงสามารถวาง Story ได้แบบปกตินั่นเอง

 

ไม่ว่าจะเนื้อหาหรือขนาดต่างก็ส่งผลต่อความสนใจและการเข้ามาดูทั้งสิ้น ทั้ง 2 เรื่องจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสนใจมากๆ เมื่อเราจะทำวีดีโอลงสื่อออนไลน์ต่างๆ

 

สำหรับคนที่สนใจเรียนตัดต่อวีดีโอแบบออนไลน์ สามารถเรียนเมื่อไรก็ได้ดูทวนซ้ำกี่ครั้งก็ได้และยังมีการบ้านให้ทำเพื่อฝึกมือและถ้ามีคำถามก็สามารถสอบถามอาจารย์ได้โดยอาจารย์จะเข้ามาดูและตอบคำถามทุกสัปดาห์ เราขอแนะนำคอร์ส Pr สามารถดูรายละเอียดได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

ทำงาน Motion Graphic อย่างไร

ทำงาน Ae

ทำงาน Motion Graphic อย่างไร

การทำงาน Motion Graphic นอกจากจะทำงานได้ทำงานเป็นการทำงานออกมาได้อย่างมีคุณภาพนั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันเราควรรู้อะไรบ้างเพื่อจะทำงาน Motion Graphic ออกมาได้อย่างมีคุณภาพ

 

การทำงาน Motion Graphic นั้นต้องใช้ทักษะหลายด้านในการทำงานไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพนิ่ง หรือการทำภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็น Illustrator Photoshop หรือโปรแกรมทำงาน Motion Graphic อย่าง After Effects

 

การทำงาน Motion Graphic หรืองาน Infographic ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่รู้จักโปรแกรมหรือใช้งานโปรแกรมได้ก็ทำได้จำเป็นต้องมีความรู้อื่นๆ เข้ามาเสริมด้วยจึงจะสามารถสร้างงานที่ดี มีคุณภาพออกมาได้แต่ว่าความรู้ไหนบ้างที่จะช่วยให้เราทำงานต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

 

การทำงาน Motion Graphic สิ่งแรกที่เราต้องรู้เพื่อที่จะทำงานได้อย่างมีคุณภาพนั่นก็คือหลักการ Animation ด้วยเพื่อจะช่วยให้งานของเราดูมีความลื่นไหลและมีจังหวะที่ดีมากขึ้น หลักการ Animation เราควรรู้คือ จังหวะการเคลื่อนไหวโดยเราอาจจะเริ่มจากการสังเกตการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ รอบตัวเพื่อนำมาใช้ในการเคลื่อนไหวกับงานของเราเช่น การเคลื่อนไหวของรถยนต์ ลูกบอลตก หรือรถไฟเพื่อดูว่าจังหวะเป็นอย่างไร ก่อนเริ่มเคลื่อนไหวเป็นอย่างไรก่อนหยุดเป็นอย่างไร ต่อมาสิ่งที่ควรศึกษาคือการดูงานของมืออาชีพหรือคนอื่นว่าใช้เทคนิคอย่างไรในการทำงาน เคลื่อนไหวอย่างไร ใช้ Effect อย่างไรบ้างเพื่อที่จะสร้างงานที่ดีขึ้นมา 1 ชิ้นหลังจากนั้นคือการลงมือฝึกฝนทำงานจริงเพื่อให้ชินมือและใช้งานได้คล่อง

 

เมื่อเรานึความรู้ตรงนี้มาใช้งานในงานของเรางานของเราจะมีจังหวะที่ดีมากยิ่งขึ้นการเคลื่อนไหวของงานเราจะดูลื่นขึ้นและดีขึ้น ทำให้งานดูไม่แข็งดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

 

และอีก 1 อย่างที่สำคัญคือการดูงาน การที่เราดูงานของมืออาชีพหรืองานดีๆ ต่างๆ นั้นจะช่วยให้เรามีรสนิยมที่ดีขึ้นและจะจำจังหวะต่างๆ หรือวธีการทำ จังหวะต่างๆ ที่ทำให้งานดูดีมากยิ่งขึ้น การที่เราดูงานหรือศึกษางานต่างๆ รอบตัวจะช่วยให้เรามีรสนิยมที่ดีและจะช่วยพัฒนางานได้จากการดูงานดีๆ ต่างๆ

หากใครสนใจอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน infographic หรือการเรียน motion graphic สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

หรือติดตามและเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารที่ทาง Facebook page : Motion Graphic Plus