post

เรียน Graphic Design online ที่ไหนดี

สร้างงาน Graphic ต้องใช้โปรแกรมอะไร

สำหรับคนที่กำลังมองหาที่เรียนกราฟิกหรืออยากจะเริ่มต้นเรียนกราฟิก เรียน Graphic Design เรียน Graphic Design Online และกำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่นั้นอาจจะสงสัยว่าการทำงานกราฟิกนั้นต้องใช้โปรแกรมอะไรในการทำงาน ควรเรียนโปรแกรมไหน และแตกต่างกันอย่างไรวันนี้เราจะมาอธิบายโปรแกรมที่นักออกแบบใช้ในการทำงานกราฟิกกัน

 

สำหรับการทำงานกราฟิก งานออกแบบต่างๆ นั้นมีหลายโปรแกรมให้เราได้เลือกใช้งานแต่โปรแกรมที่เป็นที่นิยมและนักออกแบบใช้งานกันอย่างแพร่หลายและเป็นสากลทั่วโลกคงหนีไม่พ้น Illustrator หรือ Ai โปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานกราฟิกโดยเฉพาะและใช้งานกันทั่วโลก

 

เนื่องจากมีการใช้งานกันทั่วโลกและแพร่หลายมากๆ ทำให้การใช้งาน Ai นั้นเป็นเรื่องง่ายเราสามารถส่งไฟล์ Ai หรือทำงานต่อจากคนอื่นๆ ได้ง่ายมากๆ โดยไม่ต้องมีการแปลงไฟล์หรือทำอะไรมาก เราสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ได้โดยง่ายเพราะทุกคนนั้นก็ใช้ Ai ในการทำงานทั้งสิ้น ข้อดีของโปรแกรม Ai คือเป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานกราฟิกโดยเฉพาะ ทำให้มีเครื่องมือต่างๆ ที่ครบพร้อมสร้างงานกราฟิกได้เลยและยังใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนอีกด้วย ในการทำงานของโปรแกรม Ai นั้นจะทำงานเป็นระบบเวกเตอร์ ซึ่งระบบนี้จะทำให้ไฟล์งานกราฟิกของเราไม่แตกไม่ว่าเราจะนำไปขยายใหญ่อย่างไรก็ไม่แตกทำให้เราสามารถทำงานขนาดเล็กๆ และนำไปพิมพ์ขยายใหญ่ๆ ใช้งานได้โดยที่ภาพไม่แตกเลยนั่นเอง

 

แต่ถึงแม่โปรแกรม Ai จะเก่งแค่ไหนก็ยังมีข้อเสียอยู่นั่นก็คือถึงแม้โปรแกรม Ai จะเก่งในการทำงานกราฟิกมากแต่ในตอนนี้การจัดการกับรูปภาพนั้นยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร ซึ่งในการทำงานกราฟิกแน่นอนว่าเราต้องใช้รูปภาพเข้ามาในการทำงานด้วยแน่นอนแต่ถ้า Ai ทำงานกับรูปไม่ค่อยดีแล้วเราจะแต่ภาพหรือตัดต่อภาพได้อย่างไร คำตอบง่ายๆ ก็คือเราสามารถใช้งานโปรแกรมเสริมด้านการทำภาพโดยเฉพาะอย่าง Photoshop หรือ Ps เข้ามาช่วยได้นั่นเองแล้วทำไมต้องเป็น Photoshop เพราะในตอนนี้ก็มีโปรแกรมสำหรับแต่งภาพอยู่มากมายทำไมเราภถึงต้องใช้งาน Photoshop ด้วย

นั่นเพราะว่า Photoshop และ Illustrator นั้นเป็นโปรแกรมของทาง Adobe ด้วยกันทั้งคู่ทำให้การทำงานร่วมกันของทั้งสองโปรแกรมนั้นง่ายและราบรื่นมากๆ เราแทบจะเอาไฟล์ Photoshop มาเปิดใน Ai ได้เลยโดยไม่ต้องแปลงไฟล์หรือทำอะไรเลยด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Photoshop เป็นโปรแกรมที่เหมาะกับการทำงานร่วมกับ Ai และยังช่วยกลบจุดด้อยของ Ai ได้อีกด้วย

 

สำหรับคนที่ยังสงสัยและลังเลอยู่ว่าการทำงานกราฟิกต้องใช้งานโปรแกรมอะไร สามารถบอกได้เลยตรงนี้ว่าใช้งานโปรแกรม Illustrator ในการทำงานกันทั้งหมด หากต้องการ เรียน Graphic Design เรียน Graphic Design Online แล้วสามารถหาที่เรียน Ai ได้เลย

 

สำหรับคนที่ต้องการเรียนกราฟิกแบบครบทั้งการใช้งานโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น Illustrator หรือ Photoshop แถมมีทั้งหลักการออกแบบ ทฤษฎีสีและเน้นการเรียนแบบ Workshop จบมาสามารถทำงานได้จริงขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy คอร์สเรียนกราฟิกแบบครบจบในคอร์สเดียวไม่มีคอร์สต่อ สามารถทำงานจริงได้ทันทีเรียน 5 สัปดาห์ก็สามารถสร้างผลงานกราฟิกสวยๆ ได้แล้วและยังมีใบ certification ให้หลังเรียนจบ หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ Line:@motiongraphic

 

 

 

 

 

 

 

 

UPDATE FEATURE ใหม่กับ Adobe Photoshop cc 2020

Download File สำหรับเรียน คลิก

LIVE EP1 : Photoshop & Ai cc2020 new feature

LIVE EP2 : Photoshop & Ai cc2020 new feature

สวัสดีครับวันนี้เราจะมา Update Feature ใหม่กับ Photoshop CC2020 กัน ซึ่งเป็น version ใหม่ล่าสุดที่พึ่ง Update มาแบบสดๆ ร้อนๆ กันเลยทีเดียว แต่ว่าเจ้า Ps cc2020 นั้นจะมีอะไรเพิ่มเข้ามาเราไปดูกันเลย

สำหรับท่านที่ต้องการเรียนรู้แบบจัดเต็ม เข้าใจระบบการทำงานแบบ Agency โฆษณา แนะนำหลักสูตรนี้ค่ะ

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

ไดคัทผมสุดไวกับ Quick Selection tool

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาสอนถึงวิธีการไดคัทผมกัน จริงๆการไดคัทผมนั้นทำได้หลายวิธีและนี่คือ1 ในวิธีไดคัทผมที่ง่ายและรวดเร็ววิธีหนึ่ง
แต่วิธีนี้จำเป็นต้องมีโปรแกรม Photoshop cc 2017 ขึ้นไปถึงจะทำได้โโยการใช้ Quick selection tool นั้นเอง เราไปดูกันดีกว่า

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

รีทัชเร็วเวอร์ ! กับ New Features Ps 2019

สวัสดีครับวันนี้เราจะมารู้จักกับ Function ใหม่ใน Photoshop cc 2019 กัน เจ้า Function นี้คือเจ้า Content – Aware Fill
เป็น Function ที่เรียกกันได้ว่า ทำให้เราประหยัดเวลาในการมานั่งรีทัชภาพได้เยอะมากๆ เลยโดยเจ้า Content – Aware Fill
จะทำการรีทัชภาพให้เราโดยเราทำหน้าที่แค่เลือกให้มันว่าเราจะเอาส่วนไหนของภาพออก จากนั้นมันจะทำให้เราเองเลย
โดยเราแทบไม่ต้องทำอะไร แต่ว่าเจ้า Content – Aware Fill นั้นอยู่ตรงไหน ทำงานกันอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกันครับ

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

 

ความแตกต่างระหว่างไฟล์ JPG และ PNG

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของไฟล์ .PNG และ .JPG กันครับ
หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่ามันต่างกันยังไง หรือไฟล์ไหนๆ ก็เหมือนกันแหละใช้ได้หมด จริงๆ แล้วทั้ง 2 ไฟล์มีความแตกต่างกันอยู่ครับและจำเป็นต่อการทำงานด้วยโดยเฉพาะการทำงานที่ต้องเกี่ยวกับรูปภาพอย่าง Photoshop วันนี้เราจะมาอธิบายให้เข้าใจว่าไฟล์ PNG และ JPG
แตกต่างกันอย่างไร เราไปดูกันครับ

1. ไฟล์ JPG
ไฟล์ JPG นั้นเป็นไฟล์สำหรับเก็บภาพถ่ายดิจิตอล ไฟล์ JPG นั้นจะมีขนาดที่เล็กทำให้สามารถจัดเก็บหรือส่งไฟล์ได้ง่ายและเป็นที่นิยมมากๆ เป็นไฟล์ที่ใช้การบีบอัดสูง

2.ไฟล์ PNG ไฟล์ PNG นั้นจะมีความละเอียดของภาพมากกว่า JPG ทำให้ไฟล์มีขนาดที่ใหญ่กว่าแต่ก็มีความคมชัดของภาพมากกกว่า และข้อดีของไฟล์ PNG คือสามารถ saveไฟล์ที่มีลักษณะของพื้นใสได้ (JPG ไม่สามารถเซฟได้)

*เมื่อ save ไฟล์ JPG ใน Photoshop ถึงแม้เราจะทำพื้นใสแล้วก็ตาม เมื่อ save ออกมาเป็น JPG ไฟล์ที่ได้ก็จะมีพื้นขาวอยู่ดีไม่สามารถเป็นพื้นใสได้*

 

*แต่กับไฟล์ PNG นั้นเมื่อทำพื้นใสและ save ออกมานั้นมันจะทำพื้นใสให้เราด้วย แต่จะแลกมากับไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ JPG เห็นได้จากเวลา save รูปที่นานกว่าอย่างเห็นได้ชัด*

เมื่อนำไฟล์ทั้ง 2 ไฟล์มามาเทียบกันจะเห็นว่าขนาดไฟล์ของ PNG จะใหญ่กว่า JPG อย่างเห็นได้ชัด (เป็นไฟล์ภาพเดียวกันแต่ save 2 แบบ)

 

และถ้าหากเรานำไฟล์ทั้ง 2 มาเปิดใน Photoshop จะเห็นถึงความแตกต่าง

ไฟล์ JPG จะเปิดมาเป็นพื้นขาวๆ ปกติ

แต่ไฟล์ PNG จะเปิดออกมาเป็นพื้นตารางๆ ซึ่งใน Photoshop พื้นตารางๆ หมายถึงไม่มีพื้นหลังหรือพื้นใสนั่นเอง

การเลือกใช้ไฟล์ JPG และ PNG นั้นควรดูความเหมาะสม ถ้าต้องการส่งรูปภาพที่มีความละเอียดสูงๆ หรือพื้นใสควรเป็น PNG แต่ถ้าต้องการส่งรูปภาพที่ปกติไม่พื้นใส ส่งรูปภาพเล่นกับเพื่อน JPG ก็เพียงพอแล้ว

สำหรับท่านที่ต้องการเรียนแบบจริงจัง เข้าใจถึงรากฐานของการทำงานสื่อโฆษณาทุกประเภท
ไม่ต้องเสียเวลาในการลำดับความรู้เอง ไม่ต้องลองผิดลองถูก หรือต้องการทางลัดให้เป็นเร็วอย่างถูกทาง

สามารถเข้าเรียนเพิ่มเติมได้ที่
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses
>> คลิกเลย << 

เคยมั้ย จะทำ Graphic ตัดต่อ อะไรก็ไม่ได้เริ่มสักที

#ใครทำก็ไม่ได้ดังใจเหมือนทำเอง
#ต้องเสียตังค์ทุกครั้งที่แก้งาน

คงสะดวกและสบายไปหลายชั้น ถ้าทุกอย่างเราคิดเอง ทำเองได้ อย่างใจคิด

เพราะหลักสูตรนี้ ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้ AI , PS เข้าใจง่าย เหมือนได้เรียนตัวต่อตัว
มีการบ้านให้ทำเป็น Step และปรึกษาอาจารย์ได้โดยตรง
โดยอาจารย์เน้นการสอนจากประสบการณ์จริง
ในฐานะ Art Director ดูแลงานโฆษณาบริษัท (มหาชน) หลายแห่ง

สามารถให้คำปรึกษาได้ถึงการดูภาพลักษณ์ของแบรนด์ ให้คุณออกแบบสื่อโฆษณาของคุณเองได้อย่างมืออาชีพเช่นเดียวกับ บริษัทองค์กรใหญ่ จากความตั้งใจให้สื่อโฆษณา และ Graphic ในวงการโฆษณามีความโดดเด่นสวยงาม มีมาตรฐานที่ดี ซึ่งจะส่งผลถึงภาพลักษณ์ และความสำเร็จของสินค้าและองค์กร ต่อไป

> > หมดยุคที่คนไทยทำ Graphic ไม่เป็น < <
เมื่อ Social Media สร้างพลังและโอกาสในการทำธุรกิจ ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่เสียโอกาส คือผู้ที่ทำ Graphic ไม่เป็น
วันนี้โอกาสที่คุณจะเพิ่มศักยภาพของตนเอง โดยเน้นคุณภาพสูง
ด้านการออกแบบสื่อโฆษณา ในราคาที่คุ้มมากที่สุด กับหลักสูตรคุณภาพสูงให้คุณทีสื่อที่ครบมือ

 

สำหรับท่านที่สนใจเรียน AI Illustrator cc แบบลงลึกให้เข้าใจถึงรากฐานของงาน Graphic Design
จะมีทั้งแบบ Online ที่ปรึกษาอาจารย์ได้จริง CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/ai

สำหรับหรือต้องการเรียนสด CLICK

Graphic Academy

 

บทสัมภาษณ์และความคิดเห็นผู้ที่ได้เข้า Workshop ที่  Motion Graphic Plus




เรียนกราฟฟิก

 

 

มาตั้งค่า dpi ให้เหมาะสมกับประเภทของงานกันเถอะ !

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่า DPI ให้เหมาะสมกับประเภทของงานกันนะคะ
ก่อนอื่นเรามารู้จักตัว DPI กันก่อนดีกว่าค่ะ

DPI ย่อมาจากคำว่า Dot Per Inch หน่วยที่บอกว่า พื้นที่ 1 ตารางนิ้วสามารถมีจุดสีได้ทั้งหมดกี่จุด
ซึ่งยิ่งค่า DPI มาก ความละเอียดของไฟล์งานของเราจะสูง และในทางกลับกัน หากค่า DPI น้อย
ความละเอียดของไฟล์งานของเราจะต่ำ หรือ พูดง่ายๆว่า ภาพที่แสดงผลจะไม่คมชัด อาจจะแตกหรือเบลอได้

มาดูตัวอย่างการตั้งค่า DPI ที่นิยมใช้กันค่ะ
1. 300 DPI ตั้งค่าไว้สำหรับไฟล์งานที่เป็นจำพวกสื่อสิ่งพิมพ์
หรือก็คืองานที่ต้องปริ้นท์ออกมานะคะ เช่น โปสเตอร์ โปสการ์ด นามบัตร เป็นต้น

ค่า DPI ที่เหมาะสมสำหรับงาน สื่อสิ่งพิมพ์ อยู่ที่ 300 DPI ค่ะ
ตั้งค่าตามภาพได้เลยค่ะ แต่อย่าลืมเช็คขนาดของไฟล์ภาพด้วยนะคะ ไฟล์ภาพเองก็จำเป็นต้องมีความละเอียด
เช่นเดียวกับตัวไฟล์งานของเรา เพื่อที่งานของเราจะออกมาสวยคมชัดค่ะ

2. 72 DPI สำหรับงานที่ลงสื่อใน Social media
หากงานที่เราทำนั้น จะโพสลงสื่อออนไลน์อย่างเดียว เช่น Brandner, website ,gif animation เป็นต้น
เราสามารถตั้งค่าความละเอียดของงานขั้นต่ำอยู่ที่ 72 DPI ได้เลยค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละ website
หรือสื่อออนไลน์ที่เราจะโพสต์ลง บางทีอาจมีกำหนดขนาดและความละเอียดของภาพอยู่ด้วย
เราก็ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนค่ะ

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยในการทำงานนะคะ “ค่า DPI” มีความสำคัญมากที่เดียว เพราะเป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพงาน
ของเราเลยนะคะ แล้วไว้พบกันบทความหน้าค่ะ  🙂

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

การลดขนาดไฟล์ Psd

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาให้ความรู้เกียวกับ การลดขนาดไฟล์ psd กันครับ ไฟล์ psd ที่เรา save กันมานั้นบางคนอาจจะมีขนาดที่ใหญ่มาก
ไฟล์หนักมาก แต่วันนี้เราจะมาสอนวิธีลดขนาดไฟล์กันด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ เราไปดูกันดีกว่า

1.การสร้าง layer สีขาวขึ้นมาด้านบนสุดจะช่วยให้เวลาเซฟไฟล์ psd จะมีขนดลดลงไปมากเลย !

2.การลบเลเยอร์ที่ไม่ใช้หรือไม่จำเป็น ยิ่งมีเลเยอร์มากเท่าไรก็จะทำให้ไฟล์ psd ของเราหนักไปด้วย การที่เราลบเลเยอร์ที่ไม่ได้ใช้หรือเลเยอร์ที่ไม่จำเป็นออกจะช่วยให้ไฟล์ psd ของเรามีขนาดเล็กลง

3.ลดการใช้ layer mode การใช้ layer mode จะทำให้ไฟล์ psd ของเราหนักมาก การที่เราสามารถลดการใช้ layer mode ต่างๆ ได้จะช่วยให้ ไฟล์ของเราเบาขึ้นมาก

4.การรวมเลเยอร์ จะคล้ายๆ กับข้อ 2. คือการลดจำนวนเลเยอร์ลงก็จะช่วยให้ไฟล์ของเราเบาลง แต่การรวมต้องดูให้ดีๆ เพราะอาจจะทำให้แก้ไขยาก

5.การปรับขนาดภาพ ในกรณีที่ภาพที่เราจะนำมาใช้ในงานมีขนาดที่ใหญ่มากเกินไปนั้น เมื่อนำมาใช้ให้งานจะทำให้งานของเราหนัก ถ้าเราดูแล้วว่ารูปที่เราจะนำมาใช้มีขนาดใหญ่หรือความละเอียดที่มากเกินไปจริงๆ ให้เราลดขนาดของภาพหรือลดความละเอียดของภาพนั้นๆ ลงหน่อยก่อนจะนำไปทำงานก็สามารถช่วยลดความหนักของไฟล์ psd ของเราได้เช่นกัน

 

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICKhttps://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

14 วิธีจุดพลังความคิดสร้างสรรค์

Graphic Design,กราฟิก ดีไซน์,เรียน Graphic Design,เรียน Infographic,เรียน Illustrator,เรียน Photoshop,Social Media Marketing,Graphic Design Tips,เทคนิค Graphic Design,Photoshop

เราทุกคนต่างรู้ดีว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้มาง่ายๆ
เพราะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งแรงกระตุ้น และสภาพแวดล้อมอื่นๆ
เรามาดู 14 วิธีที่จะช่วยจุดพลังไอเดียให้กับคุณกันดีกว่าค่ะ

1.คิดต่าง
ลองออกนอกกรอบดูบ้าง โดยการหมั่นตั้งคำถามประเภท “ถ้าเกิดว่า… จะเป็นยังไง?”
แล้วออกไปหาคำตอบหรือข้อพิสูจน์ให้กับคำถามนั้น
สิ่งที่ได้จะกลายมาเป็นไอเดียเจ๋งๆ ให้กับการทำงานของคุณเป็นอย่างดีเลยล่ะ

2.หยุดพักบ้าง
อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาวะกดดันหรือเครียดจนเกินไป
นอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองอีก

3.ออกไปหาประสบการณ์
นักสร้างสรรค์จำนวนไม่น้อยที่ให้โอกาสตัวเองออกไปเที่ยวไกลๆ
เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะสิ่งที่ได้จากการเดินทางนี่แหละ
ที่จะมาช่วยเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกชีวิตประจำวันกัดกินจนแทบไม่เหลือ

4.ถอยหลังมาหนึ่งขั้น
เมื่อเจอกับปัญหาหรือทางตัน สิ่งที่ดีที่สุดคือถอยออกมาก่อน
แล้วถามตัวเองว่าถ้าหากเป็นคนอื่น เราจะจัดการกับปัญหานี้ยังไง
หรือพูดง่ายๆ ก็คือการมองปัญหาผ่านแง่มุมของคนอื่นนั่นเอง
วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีไอเดียใหม่ๆ เพียบเลยล่ะ

5.ศึกษาจากผู้ประสบความสำเร็จ
หาไอดอลสักคน และศึกษาประวัติของเขาเพื่อดูว่าคนๆ นี้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร
รวมไปถึงเบื้องหลังการทำงานและแรงบันดาลใจของเขาด้วย

6.ควบคุมอารมณ์ตัวเอง
กำจัดความคิดแย่ๆ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี
ยิ่งอารมณ์ของเราเป็นลบมากเท่าไหร่ ความคิดสร้างสรรค์ก็จะหายไปมากขึ้นเท่านั้น

7.เปิดรับความหลากหลาย
ออกไปพูดคุยกับคนอื่นเพื่อเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ที่ต่างออกไป
ความคิดเห็นของคนอื่นจะช่วยให้เราเห็นในสิ่งที่มองข้ามไปนั่นเอง

8.อย่ามัวแต่รอให้ไอเดียเข้ามาหา
บางคนไม่ยอมทำอะไรเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่มีไอเดีย
แต่การอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาหรอก
ดังนั้นจงออกไปหาแรงบันดาลใจซะเดี๋ยวนี้เลย

9.ฟังเสียงวิจารณ์
เปิดรับคำวิจารณ์จากผู้คนรอบด้าน ไม่ว่าจะเชิงลบหรือเชิงบวก
แล้วนำมาปรับปรุงหรือเพิ่มเติมให้กับงานต่อๆ ไปอย่างสร้างสรรค์

10.ออกกำลังกาย
เราจะคิดอะไรไม่ออกเลยหากร่างกายอยู่ในโหมดไม่พร้อมทำงาน
ดังนั้นออกไปเติมความสดชื่นด้วยการออกกำลังกายแบบเบาๆ
เพื่อร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงกันเถอะ

11.กล้าที่จะเสี่ยง
การลองแหกกฎก็ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป
มันอาจทำให้เราได้งานเจ๋งๆ ที่ไม่ซ้ำใครก็ได้ใครจะไปรู้

12.ตื่นแต่เช้า
การตื่นมารับอากาศสดชื่นยากเช้าจะช่วยให้สมองของคุณปลอดโปร่ง
และมันก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มทำงานอีกด้วย

13.ทำตามสิ่งที่ชอบ
สิ่งที่เราชอบนอกจากจะเป็นแรงผลักดันให้เราอยากลงมือทำงานตรงหน้าให้สำเร็จแล้ว
ยังช่วยจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ให้เราได้เป็นอย่างดี ก็เพราะว่ามันเป็นความชอบของเราไง
ไม่มีใครที่ไม่มีความสุขเมื่อต้องอยู่กับสิ่งที่ชอบหรอก

14.อย่ายอมแพ้
ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ไอเดียก็เช่นกัน
ตราบใดที่เราไม่ยอมแพ้เลิกล้มไปกลางคัน
ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียดีๆ จะต้องมาหาเราแน่ๆ เพียงแต่ต้องใช้เวลาหน่อย

และสำหรับใครที่สนใจงาน Graphic Design แบบครบ 360 องศา
และต้องการที่จะเรียนรู้หลักการออกแบบงานกราฟิก
รวมไปถึงเทคนิคและวิธีการใช้งานโปรแกรม Photoshop และ Illustrator อย่างมืออาชีพ
สามารถคลิ๊กที่ภาพข้างล่างนี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ

graphic-02

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

5 วิธีทำงาน Graphic Design ภายใต้ความกดดัน

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด

ไม่ว่าใครก็อาจจะต้องเจอกับสภาวะกดดันในการทำงาน กดดันมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไปตามแต่ละ case
ซึ่งสภาวะนี้เป็นอุปสรรคใหญ่ในการทำงานที่จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่าง Graphic Design
แต่จะหนีไปก็ไม่ได้ งานก็ต้องทำให้เสร็จ สิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้คือต้องรู้ว่าจะอยู่กับมันยังไง

Motion Graphic Plus จึงได้เอาวิธีในการทำงานภายใต้ความกดดันนี้มาให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้กัน
เพื่อจิตใจที่ผ่อนคลายและงาน Graphic ที่มีประสิทธิภาพของทุกท่าน

1.ใช้ Deadline ให้เป็นประโยชน์
จริงอยู่ว่า Deadline นั้นเป็นสิ่งแรกๆ ที่ทำให้คนทำกราฟิกรู้สึกกดดัน เพราะกลัวว่าจะทำไม่ทันระยะเวลาที่กำหนด
แต่เราสามารถลดความกดดันนี้ได้โดยการเปลี่ยน Deadline ให้เป็นประโยชน์ซะ

ก่อนอื่นต้องตั้งสติ แล้วดูว่าต้องทำงานให้เสร็จภายในวันที่เท่าไหร่
จากนั้นร่างภาพการทำงานขึ้นมาในหัว และแจกแจงกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอน
ถามตัวเองว่าแต่ละขั้นตอนจำเป็นต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
หากใช้เวลามากเกินไป ก็ต้องหาให้เจอว่ามีส่วนไหนที่สามารถตัดทอนออกไปได้บ้าง
เขียนออกมาเป็นแผนการทำงาน แล้วบังคับตัวเองให้ทำแต่ละขั้นตอนให้เสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด
เชื่อมั้ยว่าถ้าหากเราทำแต่ละขั้นตอนเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ เราก็จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นไม่น้อยเลย
ที่เป็นแบบนี้เพราะเรามองเห็นความคืบหน้าในงานของเรานั่นเอง

2.ตัดสิ่งรบกวนออกไป
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางสภาพแวดล้อม ปัญหาทางจิตใจ หรืออะไรก็ตามแต่ที่รบกวนการทำงานของคุณ
คุณจำเป็นต้องตัดมันออกไปก่อน ไม่อย่างนั้นงานของคุณเดินต่อไปไม่ได้แน่ๆ

เริ่มจากตามให้ทันซะก่อนว่าปัญหาที่รบกวนคุณอยู่นั้นเกิดจากอะไร
หากเกิดจากสภาพแวดล้อมการทำงาน ก็แค่ย้ายออกไปนั่งทำงานที่อื่น อาจจะเป็นร้านกาแฟ หรือที่บ้านของคุณเอง
แต่ถ้าหากคุณมีความจำเป็นที่จะต้องนั่งอยู่ตรงนั้น ก็แก้ไขด้วยการใส่หูฟังและเปิดเพลงที่ชอบเพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น
หรือถ้ารู้ว่าตนเองติดนิสัยชอบดู YouTube เป็นชั่วโมงๆ หรือเล่นเกมจนลืมเวลาล่ะก็ ก็แค่บล็อคเว็บไซต์หรือลบ app ออกไปซะ

และสำหรับใครที่กำลังถูกรบกวนด้วยทัศนคติแย่ๆ หรือความกดดันจากคนรอบตัว
การฝึกสมาธิเพื่อตามอารมณ์ของตัวเองให้ทันก็เป็นทางแก้ปัญหาที่ดี

3.หาเวลาพักผ่อน
แม้ Deadline จะใกล้เข้ามา แต่ในแผนการทำงานของคุณก็ควรมีเวลาพักผ่อนบ้าง
การออกไปเดินเล่นสัก 5-10 นาทีคงไม่เป็นการเสียเวลาเกินไปนัก
การพักผ่อนนอกจากจะทำให้ร่างกายและจิตใจของคุณได้ผ่อนคลายความเครียดแล้ว
ยังช่วยให้ชิ้นงานออกมามีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานติดกันหลายๆ ชั่วโมงโดยไม่พักเลย

4.มองหาแรงกระตุ้น
คุณต้องมองหาแรงกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากทำงานตรงหน้าให้สำเร็จ
อาจจะเป็นค่าแรงหลังจบงาน คำชมจากนายจ้าง หรือผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย
พยายามกระตุ้นตัวเองด้วยทัศนคติเชิงบวก ซึ่งอาจจะต้องทำประกอบกับข้อ 3
นั่นก็คือหาเวลาพักผ่อนเพื่อไม่ให้เครียดจนเกินไป แล้วคุณก็จะเริ่มมองโลกในแง่ดีมากขึ้นนั่นเอง

5.หย่อนบ้างก็ไม่เป็นไร
ความต้องการที่จะสมบูรณ์แบบเป็นศัตรูร้ายกาจของการทำงาน เพราะมันจะปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์
เราจะไม่กล้าลงมือทำอะไรก็ตามที่เรารู้สึกว่ามันผิดหรือดูไม่ดี เราจึงไม่ได้เรียนรู้ความผิดพลาดจากการทำงานเลย
นอกจากนี้มันยังเป็นการทำให้ตัวเองเครียดกว่าเดิม ไม่มีแรงกดดันไหนที่มีผลต่อตัวเรามากกว่าแรงกดดันจากตัวเราเอง
เพราะฉะนั้นสบายๆ เข้าไว้ แล้วคุณจะผ่านสภาวะกดดันในการทำงานนี้ไปได้ไม่ยากเลย

ลงท้ายแล้วจะพบว่าวิธีรับมือกับสภาวะกดดันนี้คือรู้จักผ่อนคลายและปรับทัศนคติของตนเองให้เป็นบวกมากขึ้นนั่นเอง

และสำหรับใครที่สนใจงาน Graphic Design แบบครบ 360 องศา
และต้องการที่จะเรียนรู้หลักการออกแบบงานกราฟิก
รวมไปถึงเทคนิคและวิธีการใช้งานโปรแกรม Photoshop และ Illustrator อย่างมืออาชีพ
สามารถคลิ๊กที่ภาพข้างล่างนี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ

graphic-02

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

เทคนิคย่อ-ขยายภาพใน Photoshop โดยไม่สูญเสียความคมชัด

คนที่ทำกราฟิกใน Photoshop น่าจะเคยปวดหัวกับปัญหาการสูญเสียคุณภาพของไฟล์งาน
เมื่อทำการย่อ หรือ Edit ใดๆ กับไฟล์รูปภาพ ส่งผลให้ภาพแตก เบลอ ไม่คมชัดเหมือนตอนเปิดเข้ามาครั้งแรก

Motion Graphic Plus จึงได้นำเทคนิคในการล็อคคุณภาพของรูปภาพไว้ให้คงที่
ไม่ว่าจะย่อไฟล์ให้เล็กลง แล้วขยายกลับมาให้ใหญ่เท่าเดิม หรือจะ Edit รูปภาพสักกี่รอบ
ไฟล์ภาพก็จะไม่แตกอย่างแน่นอน วิธีทำก็ง่ายๆ ดังนี้เลยค่ะ

1.เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ และลากเข้าสู่ Artboard

graphicdesign-free-smart-object-1

2.คลิ๊กขวาที่เลเยอร์ของภาพ เลือก Convert to smart object
หลังจากนี้จะย่อให้เล็กมากๆ แล้วขยายกลับไปตามเดิม ภาพก็จะไม่สูญเสียความคมชัดแล้วค่ะ

Graphic Design,กราฟิก ดีไซน์,เรียน Graphic Design,เรียน Infographic,เรียน Illustrator,เรียน Photoshop,Social Media Marketing,Graphic Design Tips,เทคนิค Graphic Design,Photoshop,เทคนิค Photoshop,ขยายภาพไม่แตก photoshop

แต่ข้อเสียของการ Convert ภาพเป็น Smart Object นั้นคือภาพจะมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่มากๆ
ดังนั้นเมื่อจบงานแล้ว ก่อนทำการบันทึกไฟล์ก็ต้องเปลี่ยนเลเยอร์กลับเป็นไฟล์ Raster ตามเดิม
โดยคลิ๊กขวาที่เลเยอร์และเลือก Rasterize Layer

และสำหรับใครที่สนใจงาน Graphic Design แบบครบ 360 องศา
และต้องการที่จะเรียนรู้หลักการออกแบบงานกราฟิก
รวมไปถึงเทคนิคและวิธีการใช้งานโปรแกรม Photoshop และ Illustrator อย่างมืออาชีพ
สามารถคลิ๊กที่ภาพข้างล่างนี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ

graphic-02

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial