4 ฟังก์ชั่นตัว Top ของ LINE@

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-lineat0

คราวที่แล้วเราได้รู้จักกับ LINE@ แอพพลิเคชั่นที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำตลาดออนไลน์กันไปแล้ว
วันนี้ Motion Graphic Plus จะพาทุกคนไปดูฟังก์ชั่นเจ๋งๆ ของแอพนี้กันบ้าง
บอกไว้ก่อนเลยว่ามันจะช่วยให้ธุรกิจของเราสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพกว่าเดิมเป็นไหนๆ
ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็ไปดูกันเลย

1.Reply Mode
Reply Mode เป็นโหมดที่ระบบจะส่งข้อความที่เรา set ไว้ไปยังกลุ่มลูกค้า โหมดนี้มีอยู่ 3 ตัวด้วยกัน
ประกอบไปด้วย Greeting Message ชุดข้อความอัตโนมัติที่กลุ่มลูกค้าของเราจะได้รับทันทีเมื่อ add มาเป็นเพื่อนเรา
Auto Reply Message ชุดข้อความที่จะถูกสุ่มไปยังคนที่ส่งข้อความมาหาเรา
ซึ่งเราสามารถกำหนดระยะเวลาที่ข้อความจะถูกส่งออกไปได้ด้วย
และ Keyword Reply Message ที่ระบบจะจับคีย์เวิร์ดของคำที่ลูกค้าส่งมาหาเรา และตอบไปตามค่าที่ set ไว้
เช่น ถ้ามีคนสอบถามเข้ามาด้วยคีย์เวิร์ด “แผนที่” ระบบก็จะส่งรูปแผนที่และข้อมูลการเดินทางไปให้

2.Broadcast
ฟังก์ชั่นนี้ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของ LINE@ เลยก็ว่าได้ เพราะมันสามารถส่งข้อความไปหาเพื่อนทุกคนได้ภายในหนึ่งคลิ๊ก
เราเลือกประเภทของข้อความได้ว่าจะส่งเป็นข้อความ ภาพ คลิป ฯลฯ และยังเลือกได้ว่าจะส่งทันทีหรือส่งในภายหลัง
แต่ข้อจำกัดของมันก็คือส่งได้เพียง 1,000 ข้อความต่อ 1 เดือนเท่านั้น คือถ้าเราส่งให้เพื่อน 100 คนก็จะถูกหักไป 100 ข้อความ
และฟังก์ชั่นนี้ยังมีข้อเสียอยู่นิดหน่อย คือมันอาจทำให้เพื่อนรำคาญจนบล็อคเราได้หากส่งข้อความบ่อยและถี่เกินไป

3.Coupon
ถ้าใครอยากทำโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมให้กับกลุ่มลูกค้า ฟังก์ชั่นนี้ตอบโจทย์คุณมากๆ
เพราะมันสามารถสร้างคูปองที่เราต้องการและส่งไปยังกลุ่มลูกค้าด้วยการ Broadcast, Auto Reply, Timeline
เราสามารถตั้งค่าได้ด้วยว่าจะให้คูปองนี้มีอายุการใช้งานกี่วัน ใช้ได้กี่ครั้ง หรือส่งต่อได้หรือไม่

4.Account Page
Account Page คือฟังก์ชั่นจัดการร้านของเรา หลายคนมักจะละเลยส่วนนี้ไป แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเหมือนหน้าร้านของเรา
ถ้าหากเราจัดการดีๆ ใส่ข้อมูลที่ครบถ้วน ใส่แผนที่แบบ Google Map ลงไปก็จะทำให้ร้านเราดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
นอกจากนี้ฟังก์ชั่นนี้ยังทำหน้าที่เหมือนแคตตาล็อกสินค้าที่เราสามารถใส่รายการสินค้าพร้อมรายละเอียดลงไป
หรือจะใส่ Coupon สำหรับลูกค้า LINE@ ก็ได้ อยากบอกว่าทพอะไรได้เยอะกว่าที่คิดจริงๆ

5.Rich Message
Rich Message นี้คือฟังก์ชั่นที่เราสามารถทำโปสเตอร์ขนาดใหญ่ให้เรา Broadcast ไปยังกลุ่มลูกค้า
แต่ว่าต้องทำผ่าน https://admin-official.line.me/ เท่านั้นนะ
ความพิเศษของฟังก์ชั่นนี้คือเราสามารถใส่รูปต่างๆ ลงไปในโปสเตอร์ได้สูงสุดถึง 6 รูป
และยังสามารถแทรก url ลงไปในแต่ละรูปได้อีกด้วย เหมาะกับการโปรโมทสินค้ามากๆ

และสำหรับผู้ที่สนใจ Graphic Design และต้องการที่จะเรียนรู้งานด้านนี้
สามารถคลิ๊กที่ลิงค์นี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

5 ขั้นตอนง่ายๆ มาทำสติกเกอร์ Line กันเถอะ!

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-line-sticker

ตอนนี้หันไปทางไหนก็เห็นแต่คนขายสติกเกอร์ LINE กันเต็มไปหมด
ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วการทำสติกเกอร์นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย
โดยเฉพาะถ้าหากเรามีพื้นฐาน Graphic Design มาก่อนล่ะก็บอกเลยว่าไม่เกินความสามารถแน่ๆ
แต่ก่อนจะเริ่มลงมือทำนั้น มาดูกันก่อนดีกว่าว่าการจะทำสติกเกอร์นั้นมีขั้นตอนยังไงกันบ้าง ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย

1.เตรียมสติกเกอร์ให้พร้อม
สติกเกอร์ที่ดีต้องเห็นชัดเจน เข้าใจง่าย ใช้คำง่ายๆ รูปร่างสีสันกลมกลืนกัน
และต้องมั่นใจว่าสติกเกอร์ของเราต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ใคร ไม่ใช่ภาพถ่าย ไม่แฝงโฆษณาหรือผิดศีลธรรม
นามสกุลภาพเป็น PNG พื้นหลังโปร่งแสง ความละเอียดสูงกว่า 72dpi โหมดสี RGB รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด 42 รูป ได้แก่

  • รูปสติกเกอร์ 40 รูป ขนาดไม่เกิน 370 x 320 พิกเซล เว้นขอบรูปไว้ด้านละ 10 พิกเซล
  • รูปหลักที่ใช้แสดงหน้าร้าน 1 รูป ขนาด 240 x 240 พิกเซล
  • รูปแท็บห้องแชท 1 รูปไว้สำหรับวางไว้บนแท็บเลือกรายชื่อ ขนาด 96 x 74 พิกเซล

2.เตรียมรายละเอียดต่างๆ
อย่าลืมที่จะเตรียมชื่อผู้สร้าง ชื่อสติกเกอร์ ลิขสิทธิ์
และคำอธิบายต่างๆ ที่ต้องกรอกลงไปเมื่ออัพโหลดสติกเกอร์เข้าสู่ server

3.ลงทะเบียน LINE Creator
เข้าไปสมัคร LINE Creator Market ผ่าน creator.line.me
โดยการที่จะลงทะเบียนนี้ได้จะต้องมีบัญชี LINE เสียก่อนแล้วจึงอัพโหลดภาพสติกเกอร์ของเราเข้า server
เพื่อรอการพิจารณาจากคณะกรรมการ ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องรอนานมากๆ

4.ดำเนินเอกสารทางธุรกิจ
ระหว่างรอผลสติกเกอร์ ก็ฆ่าเวลาด้วยการจัดการเอกสารต่างๆ ซึ่งได้แก่การเปิดบัญชี Paypal
เพราะรายได้จากการขายสติกเกอร์จะถูกโอนผ่าน Paypal นั่นเอง
และอีกอย่างคือยื่นเอกสารงดเว้นการหักภาษีในประเทศญี่ปุ่น ไปยังบริษัท LINE ที่ประเทศญี่ปุ่น

5.ขายสติกเกอร์ได้เลย
เมื่อสติกเกอร์ของเราผ่านการพิจารณาแล้ว จะปรากฎปุ่ม Release เพื่อให้เราปล่อยสติกเกอร์เข้าสู่ร้านค้า
โดยปกติแล้วสติกเกอร์จะถูกตั้งราคาอยู่ 100 เยนหรือประมาณ 30 บาท
และเราก็จะได้ส่วนแบ่งจาก LINE ครึ่งหนึ่งคือ 50% ซึ่งเงินก็จะวิ่งเข้าบัญชี Paypal ของเรานั่นเอง

สติกเกอร์ของเราจะได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับไอเดียและการออกแบบว่าจะโดดเด่นมากกว่าสติกเกอร์อื่นๆ ที่วางขายอยู่อย่างไร
การผลิตสติกเกอร์ให้เป็นที่นิยมและขายดีจึงควรมีความรู้ด้าน Graphic Design ประกอบ
หากท่านสนใจ Graphic Design และต้องการที่จะเรียนรู้งานด้านนี้
สามารถคลิ๊กที่ลิงค์นี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

LINE@ แอพฯ ดีๆ ที่คนทำธุรกิจต้องมีติดเครื่อง

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-lineat0

ทุกวันนี้พ่อค้าแม่ขายและคนทำตลาดออนไลน์น้อยคนนักที่จะไม่โหลดแอพพลิเคชั่น LINE ไว้ติดเครื่อง
เพราะ LINE เป็นโปรแกรมแชทที่รวดเร็วและสะดวกต่อการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
แถมยังมีไทม์ไลน์ไว้โพสสินค้าหรือประกาศต่างๆ ได้อีกด้วย จนเรียกว่าเป็นแอพที่คนทำตลาดออนไลน์ต้องมีทุกคนเลยล่ะ

แต่รู้มั้ยคะว่า LINE น่ะก็มีข้อจำกัดในการใช้งานเหมือนกัน อย่างเช่นจำกัดเพื่อนแค่ 5,000 คนเท่านั้น
พอถึง 5,000 คนปุ๊ปเราจะรับแอดเพื่อนไม่ได้ คนนอกก็ส่งข้อความมาไม่ถึง แถมยังลบเพื่อนปัจจุบันออกไม่ได้อีกด้วย

พอเกิดปัญหาแบบนี้ จึงได้ถือกำเนิดแอพพลิเคชั่นตัวใหม่ที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่า LINE@
ที่สร้างขึ้นมาให้เหมาะกับการทำธุรกิจมากๆ เพราะนอกจากจะเข้ามาสยบปัญหาการติดลิมิตเพื่อนของ LINE แล้ว
ยังไม่ทิ้งความสามารถที่ LINE ทำได้ซึ่งก็คือการแชทแบบ 1 ต่อ 1
แถมยังมีฟังก์ชั่นเทพๆ อย่าง Broadcast ที่จะกระจายสินค้าและบริการของเราไปยังกลุ่มเป้าหมายทุกคน
ทำให้เจ้าของแบรนด์อย่างเราไม่ต้องกังวลกับเรื่องการปรับ Algorithm ของ Facebook จนเกินไป

พอเห็นแบบนี้แล้วก็เริ่มสนใจกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ถ้างั้นเราไปเปิดบัญชี LINE@ พร้อมๆ กันเลย

1.เปิดเข้าไปในแอพ LINE@ ซึ่งเราจะเจอปุ่ม 2 ปุ่มคือ Start with LINE และ Login with LINE account
ถ้าอยากแยก account ส่วนตัวออกจาก LINE@ ให้เลือกปุ่มแรก แต่ถ้าอยากผูกบัญชีเราเข้าไปก็กดปุ่มที่สอง
หลังจากนั้นกดยอมรับเงื่อนไขต่างๆ รออีกแปปเดียวก็เปิดบัญชี LINE@ เรียบร้อยแล้วค่ะ

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-lineat1

2.ในหน้า Account List ให้เรากดเครื่องหมายบวก (+) เพื่อสร้าง Account แล้วป้อนข้อมูลธุรกิจของเราลงไป
ซึ่งจะประกอบไปด้วยชื่อธุรกิจ รูปภาพ ประเภท และรายละเอียด เสร็จแล้วกด Create Account

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-lineat2

3.ต่อไปเราจะมาจัดการกับผู้ดูแล LINE@ ร่วมกับเรากันค่ะ
ให้เลือก Manage > Manage members & Accounts > Manage members  > Members > +Add Another User
ในหน้านี้เราสามารถเลือกคนมาดูแล LINE@ หรือทำหน้าที่แอดมินร่วมกับเราได้ 3 วิธีค่ะ
คือเลือกจากเพื่อนใน LINE ส่วนตัวของเรา, ส่ง QR Code และเพิ่มจากเพื่อนในบัญชี LINE@

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-lineat3

4.หลังจากนั้นเราจะให้ LINE รับรองร้านค้าของเรา ร้านจะได้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น (อันนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้)
ไปที่  Manage > Manage members & Accounts > Account Approval > เพิ่มบริษัท
จากนั้นกรอกข้อมูลธุรกิจของเราลงไปจนครบทุกช่อง กดยืนยัน แล้วข้อมูลจะส่งไปยังบริษัท LINE เพื่อรอการตรวจสอบ

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-lineat4

5.สุดท้ายคือการจัดการหน้า Profile ของเราค่ะ โดยจะมีตั้งแต่การตั้งชื่อที่ตั้งได้ไม่เกิน 20 ตัวอักษร
การแนะนำตัวอย่างย่อ, User ID (อันนี้จะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อเป็น Premiem ID)
และ Tell a friend ที่เป็นการประกาศให้เพื่อนหรือกลุ่มลูกค้ารู้ว่าเรามีบัญชี LINE@ แล้วนะ

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-lineat5

ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะกับการเปิดบัญชี LINE@ ครั้งแรก
จริงๆ แล้ว LINE@ ยังมีฟังก์ชั่นเด็ดๆ ที่จะทำให้การทำธุรกิจของเราง่ายขึ้นอีกเป็นโข
แต่ว่าจะมีอะไรบ้างนั้นไว้จะมาบอกกันในครั้งหน้านะคะ

และสำหรับเจ้าของธุรกิจท่านใดที่สนใจงาน Graphic Design
และต้องการที่จะเรียนรู้งานด้านนี้เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจของท่าน
สามารถคลิ๊กที่ลิงค์นี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

Reward Cards บัตรสะสมแต้มดิจิตอล ฟีเจอร์ใหม่จาก LINE@ ที่หลายคนยังไม่รู้

ช่วงนี้เราจะมีจัด Photoshop Academy แบบเนื้อหาจัดเต็ม
ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านดู แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้นแน่นอน

เรียน photoshop

line@ วิธีใช้,line@ วิธีใช้งาน,line วิธีสมัคร,line@ คือ,line@ สติ๊กเกอร์

นับวัน LINE@ ได้พัฒนาตัวเองจนเป็นมากกว่าโปรแกรมแชท เพราะการทำงานของมันได้รองรับการทำธุรกิจออนไลน์
รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ของแอพลิเคชั่นนี้ก็ค่อยๆ ทยอยออกมาเรื่อยๆ จนบางครั้งเราเองก็ตามไม่ค่อยจะทัน

วันนี้ Motion Graphic Plus จะมาให้ทุกคนได้รู้จักกับ Reward Cards หรือบัตรสะสมแต้มแบบดิจิตอลที่มีใน LINE@
หลายๆ คนคงสงสัยว่าเอ๊ะ? มันมีด้วยหรอ เพราะไม่ค่อยมีใครพูดถึงเลย อันที่จริงมันมีมาสักพักแล้วค่ะ
แต่ถ้าใครยังไม่รู้ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะพวกเราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าฟีเจอร์นี้ไปพร้อมๆ กันค่ะ

Reward Cards หรือบัตรสะสมแต้มดิจิตอลนี้ก็คล้ายๆ กับบัตรสะสมแต้มที่เราได้รับบ่อยๆ จากร้านกาแฟ
แต่ข้อดีของมันคือจะไม่หายสาบสูญไปจากกระเป๋าสตางค์ของเราเหมือนกับบัตรสะสมแต้มทั่วๆ ไป
เพราะมันจะอยู่ในมือถือของกลุ่มลูกค้า ไม่หายไปไหนแน่นอน

line@ วิธีใช้,line@ วิธีใช้งาน,line วิธีสมัคร,line@ คือ,line@ สติ๊กเกอร์,Reward Cards,Reward Cards LINE@

การทำงานของ Reward Cards นี้คือเราผู้เป็นเจ้าของธุรกิจจะสร้างบัตรสะสมแต้มผ่าน LINE@
โดยเข้าไปใน Manage > Reward Cards >Create Reward Cards
แล้วเลือก Template ของบัตร, จำนวนแต้มที่แจกแจ่ละครั้ง, ของรางวัล, ระดับของรางวัล
ข้อจำกัด, รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ในการรับรางวัล

line@ วิธีใช้,line@ วิธีใช้งาน,line วิธีสมัคร,line@ คือ,line@ สติ๊กเกอร์,Reward Cards,Reward Cards LINE@

เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ถึงเวลาแจกแต้มแก่ลูกค้าของเรา โดยการแจกแต้มนี้จะแจกผ่าน QR code ให้ลูกค้าแสกนผ่านมือถือ
ซึ่งเราสามารถแจก QR code นี้ได้ทั้งทางสมาร์ทโฟนหรือ Print ออกมาก็ได้
โดยกลับไปที่หน้า Reward Cards และเลือก Show QR code on smartphone หรือ Print QR code

และถ้าเมื่อลูกค้าสะสมแต้มจนครบแล้ว ระบบจะสร้างบัตรสะสมแต้มแบบเดิมให้โดยอัตโนมัติอีกด้วย

และสำหรับเจ้าของธุรกิจท่านใดที่สนใจงาน Graphic Design
และต้องการที่จะเรียนรู้งานด้านนี้เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจของท่าน
สามารถคลิ๊กที่ลิงค์นี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial