Mirror ใน Ai ทำยังไงมาดูกัน

วันนี้เราจะมาสอนการสร้าง Pattern โดยใช้หลักการ Mirror ใน Adobe Illustrator ทำยังไงเราไปดูกันเลยดีกว่า

สำหรับคนที่อยากเก่ง Illustrator cc2018 Version ล่าสุดแบบจัดเต็ม
ตอนนี้เรามีหลักสูตรใหม่ล่าสุด AI-Hypertechnical 2018 เรียน online ผ่าน Facebook แบบมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา
ที่คัดความรู้แบบเริ่มจาก 0 ไปจนถึงเทคนิค ระบบการทำงานขั้นสูงที่บริษัทโฆษณาองค์กรใหญ่ทำงานกัน
แบบที่ไม่สามารถหาเรียนจากที่ไหนได้ เพราะได้มีการเรียบเรียงลำดับความรู้อย่างเป็นระบบ ที่คัดแค่เนื้อๆ จากประสบการณ์ด้าน Graphic Design ของอาจารย์มากว่า 15 ปี และมี Project การบ้านที่อาจารย์วิเคราะห์มาแล้วว่าถ้าทำแล้วจะได้ประโยชน์ให้เพื่อเกิดความชำนาญและได้ผลดีที่สุด ในราคา Promotion สามารถคลิกดูรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ

 


สมัคร / สอบถามเพิ่มเติมคลิก
http://line.me/ti/p/%40motiongraphic 

ติดตามความรู้ดีๆ ฟรีๆ ได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

หากใครสนใจที่จะเรียนกราฟฟิกแบบครบวงจรทั้ง Ai Ps และหลักการออกแบบ แบบตั้งแต่ 0 จนเป็นไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนและเป็นได้จบมาสามารถใช้งานได้จริงเราขอแนะนำคอร์ส Exclusive Graphic Academy ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line : @motiongraphic หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ Facebook : Motion Graphic Plus

 

กด See First ติดดาวไว้เลย

สำหรับท่านที่ ต้องการเรียนรู้ Ai Illustrator CC2019 เชิงลึก
แบบสายแข็ง ควรเรียนคอร์ส

Ai – Hypertechnical 2019 รายละเอียดคลิก

3 ขั้นตอน ปรับภาพคมชัด ด้วย Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเสริมเกร็ดความรู้ง่ายๆในการปรับภาพให้คมชัดด้วยโปรแกรม Photoshop กันนะคะ !
มาเริ่มกันเลยค่ะ

ลองใช้กันดูนะคะ อย่าลืมกด Preview เพื่อให้ภาพที่เราปรับแสดงผลด้วยนะคะ
แล้วเจอกันบทความหน้าค่ะ 🙂

สำหรับท่านที่ต้องการเรียนแบบจริงจัง เข้าใจถึงรากฐานของการทำงานสื่อโฆษณาทุกประเภท
ไม่ต้องเสียเวลาในการลำดับความรู้เอง ไม่ต้องลองผิดลองถูก หรือต้องการทางลัดให้เป็นเร็วอย่างถูกทาง

สามารถเข้าเรียนเพิ่มเติมได้ที่
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses
>> คลิกเลย << 

………….

หลักสูตร online เรียนผ่าน Facebook ที่ปรึกษาอาจารย์ได้โดยตรง

เคยมั้ย จะทำ Graphic ตัดต่อ อะไรก็ไม่ได้เริ่มสักที

#ใครทำก็ไม่ได้ดังใจเหมือนทำเอง
#ต้องเสียตังค์ทุกครั้งที่แก้งาน

คงสะดวกและสบายไปหลายชั้น ถ้าทุกอย่างเราคิดเอง ทำเองได้ อย่างใจคิด

เพราะหลักสูตรนี้ ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้ AI , PS เข้าใจง่าย เหมือนได้เรียนตัวต่อตัว
มีการบ้านให้ทำเป็น Step และปรึกษาอาจารย์ได้โดยตรง
โดยอาจารย์เน้นการสอนจากประสบการณ์จริง
ในฐานะ Art Director ดูแลงานโฆษณาบริษัท (มหาชน) หลายแห่ง

สามารถให้คำปรึกษาได้ถึงการดูภาพลักษณ์ของแบรนด์ ให้คุณออกแบบสื่อโฆษณาของคุณเองได้อย่างมืออาชีพเช่นเดียวกับ บริษัทองค์กรใหญ่ จากความตั้งใจให้สื่อโฆษณา และ Graphic ในวงการโฆษณามีความโดดเด่นสวยงาม มีมาตรฐานที่ดี ซึ่งจะส่งผลถึงภาพลักษณ์ และความสำเร็จของสินค้าและองค์กร ต่อไป

> > หมดยุคที่คนไทยทำ Graphic ไม่เป็น < <
เมื่อ Social Media สร้างพลังและโอกาสในการทำธุรกิจ ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่เสียโอกาส คือผู้ที่ทำ Graphic ไม่เป็น
วันนี้โอกาสที่คุณจะเพิ่มศักยภาพของตนเอง โดยเน้นคุณภาพสูง
ด้านการออกแบบสื่อโฆษณา ในราคาที่คุ้มมากที่สุด กับหลักสูตรคุณภาพสูงให้คุณทีสื่อที่ครบมือ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

 

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

มาตั้งค่า dpi ให้เหมาะสมกับประเภทของงานกันเถอะ !

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่า DPI ให้เหมาะสมกับประเภทของงานกันนะคะ
ก่อนอื่นเรามารู้จักตัว DPI กันก่อนดีกว่าค่ะ

DPI ย่อมาจากคำว่า Dot Per Inch หน่วยที่บอกว่า พื้นที่ 1 ตารางนิ้วสามารถมีจุดสีได้ทั้งหมดกี่จุด
ซึ่งยิ่งค่า DPI มาก ความละเอียดของไฟล์งานของเราจะสูง และในทางกลับกัน หากค่า DPI น้อย
ความละเอียดของไฟล์งานของเราจะต่ำ หรือ พูดง่ายๆว่า ภาพที่แสดงผลจะไม่คมชัด อาจจะแตกหรือเบลอได้

มาดูตัวอย่างการตั้งค่า DPI ที่นิยมใช้กันค่ะ
1. 300 DPI ตั้งค่าไว้สำหรับไฟล์งานที่เป็นจำพวกสื่อสิ่งพิมพ์
หรือก็คืองานที่ต้องปริ้นท์ออกมานะคะ เช่น โปสเตอร์ โปสการ์ด นามบัตร เป็นต้น

ค่า DPI ที่เหมาะสมสำหรับงาน สื่อสิ่งพิมพ์ อยู่ที่ 300 DPI ค่ะ
ตั้งค่าตามภาพได้เลยค่ะ แต่อย่าลืมเช็คขนาดของไฟล์ภาพด้วยนะคะ ไฟล์ภาพเองก็จำเป็นต้องมีความละเอียด
เช่นเดียวกับตัวไฟล์งานของเรา เพื่อที่งานของเราจะออกมาสวยคมชัดค่ะ

2. 72 DPI สำหรับงานที่ลงสื่อใน Social media
หากงานที่เราทำนั้น จะโพสลงสื่อออนไลน์อย่างเดียว เช่น Brandner, website ,gif animation เป็นต้น
เราสามารถตั้งค่าความละเอียดของงานขั้นต่ำอยู่ที่ 72 DPI ได้เลยค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละ website
หรือสื่อออนไลน์ที่เราจะโพสต์ลง บางทีอาจมีกำหนดขนาดและความละเอียดของภาพอยู่ด้วย
เราก็ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนค่ะ

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยในการทำงานนะคะ “ค่า DPI” มีความสำคัญมากที่เดียว เพราะเป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพงาน
ของเราเลยนะคะ แล้วไว้พบกันบทความหน้าค่ะ  🙂

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

ข้อควรรู้ การตั้งค่าพื้นที่การทำงานในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่าพื้นที่การทำงาน หรือ Workspace ในโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Workspace
 กันก่อนนะคะ เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาก็จะพบว่า
มีแถบเครื่องมืออยู่บริเวณหน้าจอเต็มไปหมดเลย ทั้งหมดเราเรียกว่าพื้นที่การทำงาน หรือ  Workspace นั่นเอง
แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า หากเราจะทำงานตัดต่อภาพ หรือทำโปรเตอร์ เราควรใช้เครื่องมือไหนบ้าง
เพราะในการทำงานจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทุกชิ้นค่ะ เราสามารถเลือกตั้งค่าพื้นที่การทำงาน
เพื่อให้สะดวกกับเราค่ะ

โดยไปที่ Window > Workspace > เลือก Workspace ที่เหมาะกับการทำงานของเรา

เรามาดูกันค่ะว่าหน้าตาของพื้นที่การทำงานต่างๆเป็นอย่างไร


1. Essentials [Default] เป็นการตั้งค่าการทำงานเบื้องต้น


2. Motion เหมาะสำหรับการทำงานภาพเคลื่อนไหว เช่น Gif animation ,CINEMAGRAP เป็นต้น


3. Painting เหมาะสำหรับการวาดรูป ลงสี เพ้นท์ภาพ


4. Photography เหมาะสำหรับงานตัดต่อ ตกแต่งภาพ


5. Typography เหมาะกับงานที่เน้นตัวอักษร มีข้อความเยอะๆ

แล้วถ้าเราต้องการทำงานโปสเตอร์ที่จะต้องแต่งภาพด้วย และ ใส่ข้อความลงไปด้วยเราก็สามารถสร้าง Workspace
ที่เหมาะกับการทำงานของเรา โดยสามารถเลือกกล่องเครื่องมือเพิ่มเติมได้ที่
Window > เลือกเครื่องมือที่ต้องการ
หากมีเครื่องมือไหนที่อยู่บนพื้นที่การทำงานของเรา จะมีลูกศรติ๊กถูกอยู่ค่ะ
หากเครื่องมือไหนที่เราไม่ได้ใช้ เราก็สามารถกด x ลบทิ้งได้เลยค่ะ

เมื่อจัดเลือกเครื่องมือที่ต้องการใช้ และลบเครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องใช้บนพื้นที่การทำงานของเราแล้วให้ไปที่
Window > Workspace > New Workspace…


แก้ไขเป็นชื่อตามที่เราชอบเลยค่ะ จากนั้นกด Save

ทีนี้เมื่อเราเปิดมาที่ Workspace ก็จะมี Workspace ของเรา โดยที่ไม่ต้องมานั่งหากล่องเครื่องมือทุกครั้ง
ที่เราเปิดโปรแกรมแล้วละค่ะ มาตั้งค่า Workspace ให้การทำงานของเราง่ายขึ้นกันนะคะ 🙂

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAPH ในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้ 10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAP ด้วยโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
เทคนิค CINEMAGRAP ที่ดูแล้วเราจะสามารถทำได้ไหมนะ ? จะยากเกินไปสำหรับท่านที่ไม่เก่งหรือเปล่า ?
ไม่เคยเรียน Photoshop มาก่อนเลย จะทำได้ไหมนะ ?

แต่ขอบอกเลยว่าแม้คุณจะไม่เคยเรียน Graphic หรือ
โปรแกรม Photoshop มาก่อน ก็สามารถทำ CINEMAGRAP แบบง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Photoshop
ภายใน 10 ขั้นตอนเท่านั้นค่ะ!!

มาเริ่มกันเลยค่ะ 🙂

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมไฟล์ VDO
เราสามารถถ่าย VDO โดยใช้กล้อง หรือมือถือที่มีความละเอียดสูง ถ่าย VDO ที่เราต้องการได้เลย
หากยังนึกไม่ออกว่าจะทำแบบไหน เราก็สามารถเสิร์จคำว่าCINEMAGRAP เพื่อหาตัวอย่างสวยๆ
เป็นแรงบันดาลใจก่อนได้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 : ตั้งค่า Work Space ในโปรแกรม Photoshop
เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop เราควรจะตั้งค่า Work Space หรือพื้นที่การทำงานของเรา
ให้เหมาะสมกับงานที่เราทำค่ะ

CINEMAGRAP เป็นกึ่งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว เราจึงควรตั้งค่าพื้นที่การทำงานของเราเป็นภาพเคลื่อนไหวค่ะ
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน Window > Work Space > Motion
จะสังเกตุเห็นว่าหน้าต่างของเราจะมีแถบ Timeline ขึ้นมานะคะ ซึ่งเจ้าตัว Timeline นี่ละ
ที่จะช่วยเราในการทำ CINEMAGRAP กัน

ขั้นตอนที่ 3 : New File
เราจะสร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะกำหนดขนาดของงานกันนะคะ หากเราจะนำ CINEMAGRAP ไปโพสใน
website หรือ Facebook เราควรกำหนดขนาดของงานให้เหมาะสมค่ะ และตั้งค่าความละเอียดอยู่ที่ 72 dpi

ขั้นตอนที่ 4 : นำไฟล์ VDO เข้ามา
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน File > Place Embedded > เลือกไฟล์ VDO ที่ต้องการ

สาเหตุที่เราเลือก Place Embedded เพื่อที่เป็นการฝังเจ้าตัว VDO นี้ลงในไฟล์นี้เลย แม้เราจะลบ VDO ไปแล้ว
ไฟล์ที่เราฝังก็จะยังอยู่ เมื่อนำ VDO เข้ามาเรียบร้อยให้กด Create vdo timeline บนแถบเมนู timeline ค่ะ

เราก็จะเห็นว่าไฟล์ VDO ของเราอยู่บน timeline เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 : เลือกช่วงภาพเคลื่อนไหวที่ Loop ที่สุด
เพื่อที่จะให้ภาพเรา loop หรือเล่นวนไปเรื่อยๆ แบบไม่สะดุด ให้เราเลือกตัดช่วงที่ภาพเคลื่อนไหวแล้วเนียนที่สุดค่ะ
โดยเราสามารถกด Play หรือเลื่อนแถบสีแดงไปมา เพื่อเลือกช่วงของ VDO ที่เราต้องการค่ะ หากไม่ต้องการช่วงไหน
เราสามารถใช้เครื่องมือ กรรไกร ตัด VDO ช่วงที่เราไม่ต้องการออกแล้วกด delete ตรง Layer นั้นทิ้ง
ตรงกล่อง Layer ได้เลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 :  SNAP SHORT
เลือกภาพนิ่งที่เราต้องการโดยเลื่อนแถบสีแดงไปยังช่วงที่เราต้องการได้เลยค่ะ
จากนั้น SNAP SHORT ด้วยคำสั่ง Control + Alt + Shift + E  [Pc] หรือ Command + Alt + Shift + E
เราก็จะได้ Layer ภาพนิ่งมา 1 อันค่ะ เลื่อนให้ตรงกับไฟล์ VDO ของเรา ตามตัวอย่างภาพนี้นะคะ

ขั้นตอนที่ 7 : Add layer mask
กดที่ layer ที่เราเพิ่ง SNAP SHORT ไปในขั้นตอนที่แล้ว แล้วกดไปที่ไอค่อนคล้ายรูปกล้อง หรือเรียกว่าคำสั่ง
“Add layer mask”

ขั้นตอนที่ 8 : ใช้ Bursh ระบายตรงส่วนที่ต้องการให้ขยับ
เลือกใช้ Bursh ฟุ้งๆ เพื่อให้ได้การขยับที่เนียน หรือจะเลือก Bursh ตามที่เราชอบได้เลย

ขั้นตอนที่ 9 : กด Play
กดปุ่ม Play บนแถบเครื่องมือ timeline เพื่อดูว่าส่วนที่เราต้องการให้หยุด และ เคลื่อนไหวนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่
หากเราต้องการเปลี่ยนส่วนที่จะขยับ เราสามารถแก้ไขได้ โดยใช้ เครื่องมือ Eraser ลบบริเวณที่เราอยากให้หยุดนิ่ง
และใช้ Bursh ระบายในส่วนที่เราต้องการให้ขยับ

ขั้นตอนที่ 10 : SAVE
file > save for web
คลิ๊ก GIF
คลิ๊ก Forever
> Save

เรียบร้อยแล้วค่า ! เพียงเท่านี้ เราก็ได้เรียนรู้วิธีการตั้งค่าที่ถูกต้อง และ ขั้นตอนง่ายๆในการทำ
CINEMAGRAPH ของเราแล้ว ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ ไม่ยากเกินความสามารถเราแน่นอนค่ะ

แล้วไว้พบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ 🙂

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ค่ะ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

ใครชอบเรียนสบายๆ ท่ีบ้านทวนได้ตลอดลองดู คอร์สออนไลน์ค่ะ
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราค่ะ