ข้อควรรู้ การตั้งค่าพื้นที่การทำงานในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่าพื้นที่การทำงาน หรือ Workspace ในโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Workspace
 กันก่อนนะคะ เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาก็จะพบว่า
มีแถบเครื่องมืออยู่บริเวณหน้าจอเต็มไปหมดเลย ทั้งหมดเราเรียกว่าพื้นที่การทำงาน หรือ  Workspace นั่นเอง
แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า หากเราจะทำงานตัดต่อภาพ หรือทำโปรเตอร์ เราควรใช้เครื่องมือไหนบ้าง
เพราะในการทำงานจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทุกชิ้นค่ะ เราสามารถเลือกตั้งค่าพื้นที่การทำงาน
เพื่อให้สะดวกกับเราค่ะ

โดยไปที่ Window > Workspace > เลือก Workspace ที่เหมาะกับการทำงานของเรา

เรามาดูกันค่ะว่าหน้าตาของพื้นที่การทำงานต่างๆเป็นอย่างไร


1. Essentials [Default] เป็นการตั้งค่าการทำงานเบื้องต้น


2. Motion เหมาะสำหรับการทำงานภาพเคลื่อนไหว เช่น Gif animation ,CINEMAGRAP เป็นต้น


3. Painting เหมาะสำหรับการวาดรูป ลงสี เพ้นท์ภาพ


4. Photography เหมาะสำหรับงานตัดต่อ ตกแต่งภาพ


5. Typography เหมาะกับงานที่เน้นตัวอักษร มีข้อความเยอะๆ

แล้วถ้าเราต้องการทำงานโปสเตอร์ที่จะต้องแต่งภาพด้วย และ ใส่ข้อความลงไปด้วยเราก็สามารถสร้าง Workspace
ที่เหมาะกับการทำงานของเรา โดยสามารถเลือกกล่องเครื่องมือเพิ่มเติมได้ที่
Window > เลือกเครื่องมือที่ต้องการ
หากมีเครื่องมือไหนที่อยู่บนพื้นที่การทำงานของเรา จะมีลูกศรติ๊กถูกอยู่ค่ะ
หากเครื่องมือไหนที่เราไม่ได้ใช้ เราก็สามารถกด x ลบทิ้งได้เลยค่ะ

เมื่อจัดเลือกเครื่องมือที่ต้องการใช้ และลบเครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องใช้บนพื้นที่การทำงานของเราแล้วให้ไปที่
Window > Workspace > New Workspace…


แก้ไขเป็นชื่อตามที่เราชอบเลยค่ะ จากนั้นกด Save

ทีนี้เมื่อเราเปิดมาที่ Workspace ก็จะมี Workspace ของเรา โดยที่ไม่ต้องมานั่งหากล่องเครื่องมือทุกครั้ง
ที่เราเปิดโปรแกรมแล้วละค่ะ มาตั้งค่า Workspace ให้การทำงานของเราง่ายขึ้นกันนะคะ 🙂

10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAPH ในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้ 10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAP ด้วยโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
เทคนิค CINEMAGRAP ที่ดูแล้วเราจะสามารถทำได้ไหมนะ ? จะยากเกินไปสำหรับท่านที่ไม่เก่งหรือเปล่า ?
ไม่เคยเรียน Photoshop มาก่อนเลย จะทำได้ไหมนะ ?

แต่ขอบอกเลยว่าแม้คุณจะไม่เคยเรียน Graphic หรือ
โปรแกรม Photoshop มาก่อน ก็สามารถทำ CINEMAGRAP แบบง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Photoshop
ภายใน 10 ขั้นตอนเท่านั้นค่ะ!!

มาเริ่มกันเลยค่ะ 🙂

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมไฟล์ VDO
เราสามารถถ่าย VDO โดยใช้กล้อง หรือมือถือที่มีความละเอียดสูง ถ่าย VDO ที่เราต้องการได้เลย
หากยังนึกไม่ออกว่าจะทำแบบไหน เราก็สามารถเสิร์จคำว่าCINEMAGRAP เพื่อหาตัวอย่างสวยๆ
เป็นแรงบันดาลใจก่อนได้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 : ตั้งค่า Work Space ในโปรแกรม Photoshop
เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop เราควรจะตั้งค่า Work Space หรือพื้นที่การทำงานของเรา
ให้เหมาะสมกับงานที่เราทำค่ะ

CINEMAGRAP เป็นกึ่งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว เราจึงควรตั้งค่าพื้นที่การทำงานของเราเป็นภาพเคลื่อนไหวค่ะ
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน Window > Work Space > Motion
จะสังเกตุเห็นว่าหน้าต่างของเราจะมีแถบ Timeline ขึ้นมานะคะ ซึ่งเจ้าตัว Timeline นี่ละ
ที่จะช่วยเราในการทำ CINEMAGRAP กัน

ขั้นตอนที่ 3 : New File
เราจะสร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะกำหนดขนาดของงานกันนะคะ หากเราจะนำ CINEMAGRAP ไปโพสใน
website หรือ Facebook เราควรกำหนดขนาดของงานให้เหมาะสมค่ะ และตั้งค่าความละเอียดอยู่ที่ 72 dpi

ขั้นตอนที่ 4 : นำไฟล์ VDO เข้ามา
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน File > Place Embedded > เลือกไฟล์ VDO ที่ต้องการ

สาเหตุที่เราเลือก Place Embedded เพื่อที่เป็นการฝังเจ้าตัว VDO นี้ลงในไฟล์นี้เลย แม้เราจะลบ VDO ไปแล้ว
ไฟล์ที่เราฝังก็จะยังอยู่ เมื่อนำ VDO เข้ามาเรียบร้อยให้กด Create vdo timeline บนแถบเมนู timeline ค่ะ

เราก็จะเห็นว่าไฟล์ VDO ของเราอยู่บน timeline เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 : เลือกช่วงภาพเคลื่อนไหวที่ Loop ที่สุด
เพื่อที่จะให้ภาพเรา loop หรือเล่นวนไปเรื่อยๆ แบบไม่สะดุด ให้เราเลือกตัดช่วงที่ภาพเคลื่อนไหวแล้วเนียนที่สุดค่ะ
โดยเราสามารถกด Play หรือเลื่อนแถบสีแดงไปมา เพื่อเลือกช่วงของ VDO ที่เราต้องการค่ะ หากไม่ต้องการช่วงไหน
เราสามารถใช้เครื่องมือ กรรไกร ตัด VDO ช่วงที่เราไม่ต้องการออกแล้วกด delete ตรง Layer นั้นทิ้ง
ตรงกล่อง Layer ได้เลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 :  SNAP SHORT
เลือกภาพนิ่งที่เราต้องการโดยเลื่อนแถบสีแดงไปยังช่วงที่เราต้องการได้เลยค่ะ
จากนั้น SNAP SHORT ด้วยคำสั่ง Control + Alt + Shift + E  [Pc] หรือ Command + Alt + Shift + E
เราก็จะได้ Layer ภาพนิ่งมา 1 อันค่ะ เลื่อนให้ตรงกับไฟล์ VDO ของเรา ตามตัวอย่างภาพนี้นะคะ

ขั้นตอนที่ 7 : Add layer mask
กดที่ layer ที่เราเพิ่ง SNAP SHORT ไปในขั้นตอนที่แล้ว แล้วกดไปที่ไอค่อนคล้ายรูปกล้อง หรือเรียกว่าคำสั่ง
“Add layer mask”

ขั้นตอนที่ 8 : ใช้ Bursh ระบายตรงส่วนที่ต้องการให้ขยับ
เลือกใช้ Bursh ฟุ้งๆ เพื่อให้ได้การขยับที่เนียน หรือจะเลือก Bursh ตามที่เราชอบได้เลย

ขั้นตอนที่ 9 : กด Play
กดปุ่ม Play บนแถบเครื่องมือ timeline เพื่อดูว่าส่วนที่เราต้องการให้หยุด และ เคลื่อนไหวนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่
หากเราต้องการเปลี่ยนส่วนที่จะขยับ เราสามารถแก้ไขได้ โดยใช้ เครื่องมือ Eraser ลบบริเวณที่เราอยากให้หยุดนิ่ง
และใช้ Bursh ระบายในส่วนที่เราต้องการให้ขยับ

ขั้นตอนที่ 10 : SAVE
file > save for web
คลิ๊ก GIF
คลิ๊ก Forever
> Save

เรียบร้อยแล้วค่า ! เพียงเท่านี้ เราก็ได้เรียนรู้วิธีการตั้งค่าที่ถูกต้อง และ ขั้นตอนง่ายๆในการทำ
CINEMAGRAPH ของเราแล้ว ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ ไม่ยากเกินความสามารถเราแน่นอนค่ะ

แล้วไว้พบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ 🙂

มาทำให้ข้อความดูมีมิติ ใน photoshop กันเถอะ

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสอนการทำให้ข้อความดูมีมิติหรือการใส่เงาให้กับข้อความในโปรแกรม Photoshop กันครับเพียงไม่กี่ขั้นตอน
ก็สามารถทำได้แล้วครับ และยังง่ายอีกด้วยเราไปดูกันเลยดีกว่า !

ขั้นที่ 1
สร้างคำที่เราต้องการขึ้นมาโดยให้แยกเลเยอร์ระหว่าตัว font และ Background

ขั้นที่ 2
ใช้ magic wand tool เลือกบริเวณ font ทั้งหมด

ขั้นที่ 3
สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาระหว่างเลเยอร์ fontและ background

ขั้นที่ 4
ไปที่ edit >> Fill หรืแใช้คำสั่งลัด Shift + f5

ขั้นที่ 5
เปลี่ยน โหมตให้เป็น color

ขั้นที่ 6
เมื่อเปลี่ยนเป็น color แล้วจะมีแถบหน้าต่างสีขึ้นมาให้เราเลือกสีได้หรือจะดูดสีก็ได้เช่นกัน เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้วห็กด ok

ขั้นที่ 7
ไปที่ลูกศรขอาวหรือ Move tool

ขั้นที่ 8
วางตำแหน่งเงาตามใจชอบ สามารถใช้ลูกษรขึ้นลงเพื่อขยับได้

ขั้นที่ 9
ทำการตกแต่โดยไปที่ filter > Blur > gaussianblur จะขึ้นหน้าต่างขึ้นมาให้เราเปลี่ยนเลขตามใจชอบ (เลขยิ่งมากก็จะเบลอมากตามไปด้วย) เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วให้กด ok

ขั้นที่ 10
เสร็จสมบูรณ์

 

5 เทคนิคดีไซน์ Instagram Post สำหรับคนสร้างแบรนด์

สำหรับเจ้าของธุรกิจท่านใดที่ทำการตลาดผ่าน Instagram และอยาก Upgrade ภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ของคุณเอง
วันนี้ Motion Graphic Plus ได้นำเทคนิคดีไซน์แจ่มๆ มาให้ทุกท่านที่มีหน้าร้านบน IG ได้เอาไปใช้กัน ไปดูพร้อมกันเลยครับ

1.หาฟิลเตอร์หลักของแบรนด์
ถ้าคุณใช้ฟิลเตอร์ในการแต่งภาพเพื่ออัพโหลดลง Instagrm สิ่งสำคัญที่สุดคือย่าใช้ฟิลเตอร์หลายอัน
เพราะร้านค้าใน IG นั้นไม่ใช่ account ส่วนตัว การใช้ฟิลเตอร์ที่หลากหลายเกินไปทำให้แบรนด์ดูสะเปะสะปะ พลอยทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ

2.สร้าง Template ให้กับแบรนด์
Template นี้จะทำให้โพสต์แต่ละโพสต์ของคุณมีเอกลักษณ์โดดเด่น ชนิดที่ว่าใครเห็นก็จะรู้ว่าโพสต์นี้มาจากแบรนด์ของคุณ
อีกหนึ่งข้อดีของมันคือจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการตกแต่งแก้ไขภาพเป็นเวลานานๆ
เพราะเพียงแค่นำภาพหรือข้อความมาวางลงบน Template ที่สร้างไว้ คุณก็จะได้ content ดีๆ ที่พร้อมเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมายแล้ว

3.กำหนดสีหลักของแบรนด์และเอามาใช้กับ IG ซะ
คนทำแบรนด์ก็ต้องมีชุดสีเป็นของตัวเอง เพื่อที่เวลาอัพโหลดภาพลง IG แล้ว
account ของคุณก็จะได้ดูคุมโทน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั่นเองครับ
ซึ่งชุดสีนั้นหาได้ไม่ยากเลย ก็มาจาก Package ของผลิตภัณฑ์ของคุณนั่นแหละ
พยายามใช้สีที่ทำให้คนที่เห็นนึกถึงตัวสินค้าของคุณ แล้วรับรองว่าการทำการตลาดบน IG จะเวิร์คมากๆ

สำหรับท่านใดที่อยากรู้หลักการดีไซน์ ผสมผสานการใช้โปรแกรมอย่างละเอียด
โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกรูปแบบฟ้อนต์ การจัดวางองค์ประกอบ สี สมดุล รวมไปถึงหลักการออกแบบอื่นๆ
สามารถคลิ๊กดูรายละเอียดที่ภาพข้างล่างได้เลย

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

5 Trick การดีไซน์นามบัตรให้ดูปัง ดูโปร ใครเห็นก็ร้องโอ้โห!

สำหรับผู้เรียน Graphic Design เวลาเราออกไปแนะนำตัวให้คนอื่นรู้ บางครั้งก็อยากอวดนามบัตรโก้ๆ เก๋ๆ ของตัวเองกันใช่มั้ยครับ
วันนี้ Motion Graphic Plus เลยเอาเทคนิคการดีไซน์นามบัตรสำหรับคนที่อยากลองทำนามบัตรด้วยตัวเองมาแบ่งปันกัน
อ่านแล้วจะรู้เลยว่า อยากมีนามบัตรสวยไม่ใช่เรื่องยากเลย

1.เลือกชุดสีให้เข้ากับธุรกิจของคุณ
ไม่ว่าจะงานดีไซน์ชนิดไหนๆ สีก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้งานนั้นให้ความรู้สึกที่ต่างกัน
เชื่อมั้ยครับว่าชุดสีมันบอกไปแล้ว 50% ว่านามบัตรของคุณจะตายหรือจะรอด
แน่นอนว่าคุณต้องเลือกชุดสีที่เหมาะสมและเข้ากับธุรกิจของคุณด้วย
อย่างเช่นถ้าคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าเด็ก สีอ่อนๆ แนวพาสเทลมุ้งมิ้งคือตัวเลือกที่เวิร์คสุดๆ
ในทางตรงข้าม สีพวกนี้จะดูกร่อยมากหากเอามาใช้กับธุรกิจที่มีภาพลักษณ์แข็งแรงอย่างธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องยนต์หรือการออกกำลังกาย
ลองศึกษาการใช้สีแต่ละสีได้จาก อารมณ์ของสีโทนต่างๆ และการนำมาใช้กับโลโก้

2.ใช้ไอคอนแทนคำ
คำบางคำสามารถแทนได้ด้วยไอคอน อย่างเช่น facebook ก็ใช้ไอคอนโลโก้ facebook แทน
หรือคำว่าที่อยู่ ก็ใช้ไอคอน Location รูปหยดน้ำคว่ำ ที่เราเห็นกันบ่อยๆ บนสมาร์ทโฟน เป็นต้น
การใช้ไอคอนนี้นอกจากจะเป็นการประหยัดพื้นที่ใช้สอยบนนามบัตรแล้ว ยังทำให้นามบัตรของคุณดูมีลูกเล่น ไม่น่าเบื่ออีกด้วย

3.อย่าอัดข้อมูลจนแน่นเอี๊ยด
เพราะพื้นที่ในนามบัตรไม่ได้มีมากเหมือนหน้ากระดาษ A4 คุณจึงไม่สามารถพิมพ์ทุกอย่างที่คิดลงไปได้
หัวใจหลักของการทำนามบัตรคือ ใส่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น! แล้วอะไรละที่จำเป็นเป็น?
ก็แค่ชื่อธุรกิจ โลโก้ ชื่อของคุณ ตำแหน่งและข้อมูลการติดต่อ เท่านั้นพอครับ
หรือจะมีสโลแกน แนะนำธุรกิจอีกนิดหน่อยก็ได้ แต่อย่าใส่มากจนแน่นนะครับ
เพราะยิ่งใส่เยอะก็จะยิ่งรก คนก็จะยิ่งไม่อยากอ่าน เว้นที่ให้ตัวหนังสือได้หายใจบ้างจะดีกว่า

4.กระดาษก็สำคัญนะ
หลายคนคิดว่าถ้าดีไซน์ดีซะอย่าง จะ Print ใส่กระดาษอะไรก็ได้
แต่จริงๆ แล้วกระดาษที่เลือกใช้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกที่ต่างกัน
และถ้าเลือกไม่ดี ก็อาจจะทำให้การดีไซน์ที่ทำมาอย่างดีดู Drop ลงได้นะครับ
อย่างเช่นพวกกระดาษมันๆ (Glossy) บางครั้งถ้าไม่เลือกดีๆ มันก็ทำให้นามบัตรของคุณดูราคาถูกได้
แนะนำเป็นพวกกระดาษด้านที่มีความหนามากพอจะปลอดภัยกว่าเยอะรับ

5.ใช้สอยทั้งสองด้านให้เกิดประโยชน์
ถ้าเคยเห็นนามบัตรรุ่นเก่าๆ จะเห็นว่ามักจะพิมพ์กันแค่ด้านเดียวใช่มั้ยครับ
แต่จะดีกว่ามั้ยว่าคุณใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งสองด้าน!`
ทริคง่ายๆ คือใส่โลโก้ และชื่อธุรกิจของคุณลงไปที่ด้านหน้า (จะเพิ่มสโลแกนก็ได้ ไม่ผิดกฎ แต่อย่าเยอะเกินล่ะ)
ส่วนด้านหลังก็ค่อยใส่ข้อมูลติดต่อ เป็นอันจบ
การทำแบบนี้เพื่อที่ข้อมูลจะได้ไม่ไปอัดกันอยู่ในหน้าเดียวมากจนเกินไป และยังสามารถใส่ไอเดียในการดีไซน์ได้มากขึ้นอีกด้วย

อ่านจบแล้วก็อย่าลืมเอา Trick ดีๆ พวกนี้ไปใช้กันนะครับ
หรือจะลองหาไอเดียนามบัตรสวยๆ ตามเว็บรวมไอเดียอย่าง Pinterest ก็ได้
แต่ถ้าใครยังไม่คล่อง ไม่ชำนาญการใช้โปรแกรมทำกราฟิกอย่าง Illustrator
ก็สามารถคลิ๊กที่ภาพด้านล่างเพื่อศึกษาและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยนะครับ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

6 วิธีใช้ฟ้อนต์อย่างไรให้งานดู Pro

 

ตกม้าตายกันมาเท่าไหร่แล้วกับการเลือกฟ้อนต์ที่เหมือนเอามาฆ่างานของเราชัดๆ
มีหลายคนที่อาจจะกำลังปวดหัวกับการใช้ฟ้อนต์หรือ Typeface ที่จัดวางเท่าไหร่ก็ดูไม่ Pro เหมือนคนอื่นๆ
วันนี้ Motion Graphic Plus จึงได้เอา 6 วิธีการเลือกใช้ฟ้อนต์ให้งานของคุณดูเป็นมืออาชีพได้ง่ายๆ
จะมีอะไรบ้างนั้น เลื่อนลงไปข้างล่างเลยครับ

1.จัดลำดับขั้นของฟ้อนต์
ข้อความไหนสำคัญใช้ตัวใหญ่ ข้อความไหนป็นส่วนเสริมใช้ตัวเล็ก
นอกจากจะทำให้คนดูโฟกัสถูกจุดแล้ว ยังทำให้งานดูมีสไตล์อีกด้วย

2.ใช้สีที่ตัดกับพื้นหลังชัดเจน
มีหลายงานแล้วที่เกือบจะปังแต่ต้องพังเพราะดันใช้สีฟ้อนต์ที่กลืนกับฉากเกินไปจนคนมองไม่เห็น
ดังนั้นอย่าลืมใส่เรื่องนี้กันด้วยนะครับ เพราะตัวหนังสือที่คนอ่านไม่ออกก็เท่ากับว่ามันสื่อไปไม่ถึงผู้ชมนั่นเอง

3.เลือกฟ้อนต์ให้อ่านง่าย
เหตุผลก็คล้ายๆ กับข้อ 2 เลยครับ บางทีฟ้อนต์สวยแต่อ่านยากก็ไร้ประโยชน์
ดังนั้นควรเลือกฟ้อนต์ที่ไม่หวัดจนเกินไป เน้นอ่านง่ายสบายตา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นส่วนของรายละเอียดข้อมูลที่ต้องพิมพ์เยอะๆ ก็ควรใช้ฟ้อนต์เรียบๆ จะปลอดภัยกว่าครับ

4.เลือกฟ้อนต์ให้เข้ากับงาน
งานอยู่ไหนอารมณ์ไหน ก็ต้องเลือกฟ้อนต์ให้คล้อยตามไปกับอารมณ์นั้นด้วยนะครับ
เพราะบางครั้งการใช้ฟ้อนต์นี่เป็นตัวตัดสินเลยว่างานของเราจะรุ่งหรือร่วง

5.เลือกแค่ 2 ถ้าคิดจะจับคู่ฟ้อนต์
ใช้รูปแบบฟ้อนต์เกิน 2 อันขึ้นไปนี่ถ้าไม่เซียนจริงๆ จะทำให้เข้ากันได้ยากครับ
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเลือกจำนวนฟ้อนต์น้อยๆ ไว้ดีกว่าครับ

6.คิดอะไรไม่ออกก็เลือกฟ้อนต์เรียบๆ นั่นแหละ
รู้มั้ยครับว่าฟ้อนต์เรียบๆ นั้นเหมือนฟ้อนต์กลางที่เข้าได้ดีกับงานเกือบทุกประเภทเลย
ถ้าคิดไม่ออกว่าจะใช้ฟ้อนต์อันไหนดี หรือกลัวว่าฟ้อนต์ที่มีจะไม่เข้ากับอารมณ์งาน
จงเลือกใช้ฟ้อนต์เรียบๆ ซะ แล้วทุกอย่างจะออกมาดีเอง

ถ้าอยากให้งานดู Pro ก็จำกฎ 6 ข้อนี้ไว้ให้ดีนะครับ

เขียนโดยอาจารย์วิน วารินทร์

อาจารย์ วิน วารินทร์

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

3 ไอเดียสร้างกราฟิกให้สวยล้ำ แค่ปรับขาวดำและใช้ Opacity

 

ไหนใครว่าโปสเตอร์สวยๆ แบบที่เห็นกันตาม Pinterest หรือพวกเว็บฝรั่งทำยาก?
วันนี้ผมจะมาแนะนำไอเดียทำกราฟิกให้สวยและดูสากลได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือเพียงไม่กี่ตัวใน Photoshop
ซึ่งไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมายเลย ก็แค่ทำภาพให้เป็นขาวดำ เทสี ปรับ Opacity (ความโปร่งแสง) อีกนิดหน่อยเท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องมือแค่นี้จะสร้างงานออกมาให้สวยได้ยังไง งั้นเราไปดูกันเลยครับ

1.สาดสีลงไปแล้วปรับ Blending Mode
ไม่ยากเลย เพียงใช้เมนู Image > Adjustment > Black & White เพื่อปรับภาพให้กลายเป็นขาวดำ
จากนั้นใช้เครื่องมือ Color Overlay ในหน้าต่าง Layer เพื่อเทสีที่ต้องการลงไป จากนั้นปรับ BlendingMode ตามชอบ
เพิ่ม-ลด Opacity ได้ตามความเหมาะสมหรือจะใส่ไอเดียลูกเล่นอะไรเพิ่มเติมก็ไม่ผิด

2.เน้นตัวอักษรให้โดดเด่นด้วยกล่องรูปทรงสีต่างๆ
ปรับภาพให้เป็นสีขาวดำด้วย Image > Adjustment > Black & White
แล้วใช้เครื่องมือ Marquee Tool (M) สร้างรูปทรงที่ต้องการ จากนั้นใส่สี
ปรับ Opacity ให้อ่อนลง และพิมพ์ตัวอักษรโดยเลือกสีฟ้อนต์ให้ตัดกับสีของรูปทรงอย่างชัดเจน

3.ใส่รูปร่างเพิ่มลูกเล่นให้กับภาพถ่าย
ปรับภาพเป็นขาวดำตามวิธีที่บอกมาในข้อ 1,2 และใช้เครื่องมือ Marquee Tool (M) สร้างรูปร่างขึ้นมาหลายๆ อัน
โดยแต่ละอันจะปรับ Opacity ให้เข้ม-อ่อนได้ในระดับที่ต่างกัน จากนั้นนำมาจัดเรียงตามจินตนาการ
นอกจากนี้อย่าลืมใส่ฟ้อนต์สวยๆ ลงไปด้วยนะครับ

เพียงใช้แค่เครื่องมือง่ายๆ ไม่กี่ชิ้น ทุกท่านก็จะมีงานกราฟิกสวยๆ ไปอวดเพื่อนๆ กันได้แล้ว

เขียนโดยอาจารย์วิน วารินทร์
อาจารย์ วิน วารินทร์

และสำหรับใครที่สนใจงาน Graphic Design และต้องการที่จะเรียนรู้หลักการออกแบบงานกราฟิกรวมไปถึงเทคนิคและวิธีการใช้งานโปรแกรม  Illustrator อย่างมืออาชีพ สามารถคลิ๊กที่ภาพข้างล่างนี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยครับ

เรียน AI ที่ไหนดี

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่ผู้ประกอบธุรกิจควรอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ

เรียน Graphic Design, เรียน Photoshop, เรียนกราฟิกดีไซน์, เรียนโฟโต้ช้อป

นอกจากเรื่องเทรนด์การตลาด หรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมายแล้ว
ยังมีอีกหลายสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ควรอัพเดทอยู่เรื่อยๆ
ซึ่งวันนี้ Motion Graphic Plus จะพูดถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญต่อการทำการตลาดแต่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามกันไป
จะมีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลยครับ

1.ขนาดต่างๆ ของภาพใน Social Media
เพราะแพล็ตฟอร์มอย่าง facebook หรือ instagram ที่คุณใช้โปรโมทแบรนด์ของคุณนั้นมีการพัฒนาตลอดเวลา
ขนาดของภาพที่ใช้ใน social media เหล่านี้ก็อาจเปลี่ยนแปลงไปโดยที่คุณเองก็อาจจะลืมสังเกต
แต่สังเกตไว้ก็ดีครับ เพราะคุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขถ้าเกิดภาพที่เอาไปลงมีขนาดใหญ่เกินไปจนอัพโหลดไม่ได้
หรือมีขนาดเล็กจนอัพโหลดแล้วภาพดันแตกเป็นเม็ดๆ
ถ้าใครอยากรู้ว่าภาพใน Social Media มีขนาดเท่าไหร่บ้าง คลิ๊กดูได้ ที่นี่ เลยครับ

2.เทรนด์งานดีไซน์
คนทำธุรกิจออนไลน์ไม่จำเป็นต้องติดตามเทรนด์ดีไซน์ตลอดเวลาอย่างกราฟิกดีไซเนอร์ก็ได้
แต่ก็ควรต้องรู้ไว้บ้าง เพราะกราฟิกที่ทันสมัยจะช่วยส่งเสริมให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

3.กระแสที่กำลังเป็นที่สนใจใน Social Media
การที่ผู้ประกอบธุรกิจคอยอัพเดทติดตามกระแสอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้รู้ว่าในช่วงนั้นมีอะไรดังหรือคนสนใจอะไรกัน
ซึ่งคุณสามารถหยิบมันมาปรับเป็น content เพื่อส่งเสริมการตลาดให้น่าสนใจยิ่งขึ้นได้

เขียนโดยอาจารย์วิน วารินทร์
อาจารย์ วิน วารินทร์

สำหรับนักผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ท่านใดที่อยากทำกราฟิกสวยๆ แบบมืออาชีพโดยใช้ Illustrator ควบคู่ไปกับหลักการออกแบบ
รวมไปถึงต้องการรู้แหล่งในการอัพเดทเทรนด์ดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้ธุรกิจของท่านไปได้ไกลสูงสุด
สามารถคลิ๊กเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ภาพข้างล่างนี้เลยครับ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

4 สิ่งที่จะทำให้งานกราฟิกของคุณดู Pro ขึ้นมาทันตา

 

สำหรับท่านที่สนใจหรือเพิ่งเริ่มต้นเรียน Graphic Design
เคยสงสัยกันมั้ยครับว่าทำไมงานกราฟิกของต่างประเทศนั้นถึงดูดีกันมากๆ
แล้วต้องทำยังไงเราถึงจะได้งานแบบนั้นภายในเวลาอันรวดเร็ว?

วันนี้ Motion Graphic Plus จึงได้นำเคล็ดลับให้งานของคุณดูเป็นมืออาชีพในพริบตามาฝากครับ
จะเรียกว่าเป็นทางลัดของคนที่เพิ่มเริ่มฝึกฝนก็ว่าได้
ซึ่งรับรองว่าถ้าลองทำตามแล้วคุณจะรู้ว่าตัวเองก็สร้างงานเจ๋งๆ ได้ไม่แพ้ใครเลย

เรียน Graphic Design, เรียน Photoshop, เรียนกราฟิกดีไซน์, เรียนโฟโต้ช้อป

1.ภาพสวยๆ จาก Stock Photo
ถ้างานของคุณเกี่ยวข้องกับภาพถ่าย ลองเข้าไปเลือกภาพสวยๆ ในบรรดาเว็บ Free Stock Photo ดูสิ
ภาพพวกนี้ถูกถ่ายอย่างมืออาชีพแถมยังมีให้เลือกอีกเยอะแยะจนนับไม่ถ้วนเลย
แล้วคุณจะรู้ว่าแค่ภาพถ่ายสวยๆ กับตัวอักษรแค่ไม่กี่คำก็ทำให้งานกราฟิกของคุณดูเป็นมืออาชีพขึ้นแล้ว
เข้าไปหารูปถ่ายคุณภาพดีๆ ได้จากเว็บ Stock Photo เหล่านี้ได้เลยครับ คลิ๊ก

เรียน Graphic Design, เรียน Photoshop, เรียนกราฟิกดีไซน์, เรียนโฟโต้ช้อป

2.Vector ฟรีสำเร็จรูป
สำหรับใครที่อยากเพิ่มน่าสนใจให้กับงานด้วยภาพเวกเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน ไอคอน ลายเส้น หรืออะไรก็ตาม
แต่ยังไม่มีไอเดียว่าจะสร้างมันออกมายังไง หรือไม่ชำนาญ illustrator มากพอ
เพียงเข้าไปหาเวกเตอร์ฟรีจากเว็บต่างๆ อย่าง freepik หรือ vecteezy งานคุณก็จะดูโปรขึ้นมาทันตา

เรียน Graphic Design, เรียน Photoshop, เรียนกราฟิกดีไซน์, เรียนโฟโต้ช้อป

3.ฟ้อนต์เฉียบๆ สักอันสองอัน
มีงานหลายงานแล้วที่ต้องพังเพราะเลือกฟ้อนต์ไม่ดี
แต่ก็มีงานอีกหลายงานเช่นกันที่มีแค่ฟ้อนต์สวยๆ กับฉากหลัง แต่กลับให้ความรู้สึกทรงพลังและดูเป็นมืออาชีพมากๆ
ซึ่งฟ้อนต์ฟรีที่มีให้โหลดกันตามเว็บนั้นก็สวยไม่แพ้ฟ้อนต์เสียเงินเลย
เว็บไซต์ที่ใครๆ ก็ต้องรู้จักก็หนีไม่พ้น Dafont นั่นเองครับ

เรียน Graphic Design, เรียน Photoshop, เรียนกราฟิกดีไซน์, เรียนโฟโต้ช้อป

4.ไอเดียชุดสีที่เข้ากันสุดๆ
สีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำกราฟิกแต่ละชิ้น ถ้าเลือกสีพลาดงานก็อาจจะพังด้วย
ดังนั้นอย่าลืมที่จะอัพเดทเทรนด์สีใหม่ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับงานของตัวเองกันนะคะ
เพราะชุดสีที่ดีเนี่ยแหละ จะเป็นหนึ่งในตัวตัดสินว่างานของคุณดูดีหรือไม่
เครื่องมือช่วยสร้างชุดสีดีๆ คลิ๊กเข้าไปดูได้ ที่นี่ เลยครับ

เมื่อรู้เคล็ดลับแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องฝึกฝนบ่อยๆ นะครับ
เพราะการดีไซน์บ่อยๆ จนเกิดความชำนาญจะทำให้คุณเก่งขึ้นได้อีกเรื่อยๆ เลย

เขียนโดยอาจารย์วิน วารินทร์
อาจารย์ วิน วารินทร์

สำหรับผู้ที่อยากทำกราฟิกสวยๆ แบบมืออาชีพโดยใช้ Illustrator ควบคู่ไปกับหลักการออกแบบ
รวมไปถึงต้องการรู้แหล่งในการอัพเดทเทรนด์ดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้ธุรกิจของท่านไปได้ไกลสูงสุด
สามารถคลิ๊กเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ภาพข้างล่างนี้เลยครับ

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

13 Tips สำหรับผู้เริ่มต้นงาน Graphic Design

 

ใครที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้ Graphic Design อาจจะรู้สึกว่างานด้านนี้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายนัก
Motion Graphic Plus จึงนำ Tip ดีๆ สำหรับมือใหม่ที่อยากเก่งเร็วๆ มาแบ่งปันให้ดูกัน
มาเรียนรู้และทำตามไปพร้อมๆ กันเลยครับ

1.อย่ามองข้ามความเรียบง่าย
ความเรียบง่ายเป็นหัวใจหลักของงานกราฟิกดีไซน์
สังเกตได้ว่าโลโก้ของบริษัทใหญ่ๆ หรือพวกบรรดาโปสเตอร์สวยๆ จะไม่มีอะไรยุ่งยากเลย
นั่นเพราะองค์ประกอบแต่ละอย่างบนงาน ไม่ว่าจะรูปภาพ ตัวอักษร สีและอื่นๆ ล้วนมีพลังในตัวเอง
การดีไซน์อย่างเรียบง่ายจะทำให้แต่ละองค์ประกอบสื่อสารออกมาได้อย่างชัดเจนนั่นเองครับ

2.จับคู่ภาพกับสีพื้นสวยๆ
กราฟิกดีไซน์ไม่ได้หมายความว่างานนั้นจะต้องยากหรือง่าย
บางครั้งแค่นำภาพสวยๆ มาวางคู่กับสีพื้นหลังที่กลมกลืน และวางฟ้อนต์นิดหน่อย
คุณก็จะได้งานสวยๆ ที่ทำได้ไม่ยากเลย

3.ใช้ฟ้อนต์แค่สองแบบ (และอย่ามากไปกว่านั้น)
สิ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจคือการเลือกใช้ฟ้อนต์บนงานของเราต้องอย่ามากกว่าสองแบบ
เพราะยิ่งฟ้อนต์เยอะก็ยิ่งรก และยังทำให้งานขาดความกลมกลืนเป็นอันเดียวกันอีกด้วย
ส่วนฟ้อนต์ 2 แบบที่เลือกมาก็ต้องดูให้แน่ใจด้วยนะครับว่ามันเข้ากันจริงๆ

4.เบรกสีที่โดดเด่นด้วยสีที่อ่อนลง
ถ้าคุณใช้ธีมหลักของงานเป็นสีแดง ก็อย่าลืมจับคู่สีที่สามารถเบรกความรุนแรงของสีหลักได้
อย่างเช่นสีขาว สีครีม สีเทา หรือสีโทนเย็นอย่างฟ้าหรือน้ำเงิน เป็นต้น
เพราะถ้าคุณปล่อยให้มีสีแดงมากเกินไปมันจะทำให้ชิ้นงานดูรุนแแรงเกินไปจนหาจุดเด่นไม่เจอ

5.เสกงานให้ดูแพงและมีพลังด้วย White Space
White Space ก็คือพื้นที่ว่างๆ รอบๆ องค์ประกอบต่างๆ นั่นเองครับ
อาจจะดูไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ แต่ทราบไหมครับว่าพื้นที่ว่างพวกนี้จะช่วยทำให้งานของคุณดูมีพลังขึ้น
เพราะมันจะขับองค์ประกอบในภาพให้ดูโดดเด่นและไม่ทำให้งานรกรุงรังจนเกินไปนั่นเอง

6.Sketch ด้วยดินสอก่อน
ก่อนจะเริ่มทำงานอะไรสักอย่างอย่าลืมร่างใส่กระดาษด้วยดินสอหรือปากกาซะก่อนนะครับ
เพราะงานกราฟิกก็เหมือนงานอื่นๆ ที่ต้องเริ่มวางแผนก่อนจะเริ่มทำจริง
การร่างบนกระดาษก็เหมือนกับการวางแผนคร่าวๆ ว่างานของคุณควรจะออกมาหน้าตาประมาณไหน
ทำให้ไม่ต้องเสียเวลานานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป

7.Flat Design คือเพื่อนสำหรับผู้เริ่มต้น
สำหรับท่านใดที่ไม่รู้ว่า Flat Design คืออะไร ดูได้ ที่นี่ เลยครับ
ที่บอกว่ามันดีสำหรับผู้เริ่มต้นงานกราฟิก ก็เพราะความเรียบง่ายของมันทำให้การสร้างชิ้นงานง่ายตามไปด้วย
เรียกได้ว่า Flat Design เป็นสไล์งานที่นอกจากจะคลาสสิก เข้าถึงง่าย สื่อสารได้ดี ยังทำง่ายสุดๆ อีกด้วย

8.จัดเรียงองค์ประกอบให้ดี
การจัดเรียงองค์ประกอบในงานกราฟิกก็เหมือนกับการจัดวางสินค้าหน้าร้าน
หากจัดเรียงดี เว้นช่องไฟพอเหมาะ สมดุลเท่ากัน ไม่แออัดหรือทับกันจนมองเห็นแต่ละส่วนไม่ชัดเจน
งานของคุณก็จะน่ามองและมีประสิทธิภาพในการสื่อสารนั่นเองครับ

9.เพิ่มพลังให้ Text ด้วยกรอบสี่เหลี่ยม
เพียงแค่พิมพ์ Text ลงบนภาพถ่ายและใส่กรอบสีเพียงกับ Text ลงไปดังภาพ
งานของคุณก็ดูโดดเด่นและมีพลังมากขึ้นทีเดียว

10.ภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ภาพถ่ายที่ใช้มีส่วนทำให้งานออกมาดูดี เราจึงต้องใส่ใจในการเลือกใช้ภาพแต่ละภาพ
นอกจากภาพจะต้องสวยและมีคุณภาพไฟล์ที่ดีแล้ว ยังต้องสามารถสื่อความหมายของงานได้อย่างถูกต้องด้วย
เช่นถ้าคุณต้องการสร้างกราฟิกเพื่อโปรโมทงานเทศกาล ภาพที่ต้องใช้ควรเป็นภาพงานเทศกาลนั้นๆ

11.ดีไซน์ให้บ่อย
เมื่อคุณมีความรู้ด้านกราฟิกดีแล้ว ก็ควรนำความรู้นั้นมาดีไซน์งานบ่อยๆ
มันก็คือการฝึกฝนไปในตัวเพื่อให้คุณเก่งขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากคุณจะไม่ลืมความรู้นั้นแล้ว คุณยังชำนาญงานมากขึ้นอีกด้วย

12.เสพงานทุกวัน
การเข้าเว็บต่างประเทศเพื่อเสพงานกราฟิกเป็นประจำทุกวันจะทำให้สายตาของคุณชินกับงานดีๆ
ทีนี้คุณก็จะมีไอเดียมากพอที่จะสร้างงานของตัวเองบ้าง
ซึ่งเว็บที่แนะนำก็คือ pinterest และ behance เลยครับ

13.พัฒนางานของตัวเองตลอดเวลา
เพราะโลกของเราไม่เคยหยุดนิ่ง ถึงจะเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกก็จึงต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
ดังนั้นอย่าลืมฝึกฝนและหาความรู้เรื่อยๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับผลงานของตัวเองนะครับ

เขียนโดยอาจารย์วิน วารินทร์
อาจารย์ วิน วารินทร์

สำหรับผู้ที่อยากทำกราฟิกสวยๆ แบบมืออาชีพโดยใช้ Illustrator ควบคู่ไปกับหลักการออกแบบ
รวมไปถึงต้องการรู้แหล่งในการอัพเดทเทรนด์ดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้ธุรกิจของท่านไปได้ไกลสูงสุด
สามารถคลิ๊กเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ภาพข้างล่างนี้เลยครับ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial