ข้อควรรู้ การตั้งค่าพื้นที่การทำงานในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่าพื้นที่การทำงาน หรือ Workspace ในโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Workspace
 กันก่อนนะคะ เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาก็จะพบว่า
มีแถบเครื่องมืออยู่บริเวณหน้าจอเต็มไปหมดเลย ทั้งหมดเราเรียกว่าพื้นที่การทำงาน หรือ  Workspace นั่นเอง
แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า หากเราจะทำงานตัดต่อภาพ หรือทำโปรเตอร์ เราควรใช้เครื่องมือไหนบ้าง
เพราะในการทำงานจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทุกชิ้นค่ะ เราสามารถเลือกตั้งค่าพื้นที่การทำงาน
เพื่อให้สะดวกกับเราค่ะ

โดยไปที่ Window > Workspace > เลือก Workspace ที่เหมาะกับการทำงานของเรา

เรามาดูกันค่ะว่าหน้าตาของพื้นที่การทำงานต่างๆเป็นอย่างไร


1. Essentials [Default] เป็นการตั้งค่าการทำงานเบื้องต้น


2. Motion เหมาะสำหรับการทำงานภาพเคลื่อนไหว เช่น Gif animation ,CINEMAGRAP เป็นต้น


3. Painting เหมาะสำหรับการวาดรูป ลงสี เพ้นท์ภาพ


4. Photography เหมาะสำหรับงานตัดต่อ ตกแต่งภาพ


5. Typography เหมาะกับงานที่เน้นตัวอักษร มีข้อความเยอะๆ

แล้วถ้าเราต้องการทำงานโปสเตอร์ที่จะต้องแต่งภาพด้วย และ ใส่ข้อความลงไปด้วยเราก็สามารถสร้าง Workspace
ที่เหมาะกับการทำงานของเรา โดยสามารถเลือกกล่องเครื่องมือเพิ่มเติมได้ที่
Window > เลือกเครื่องมือที่ต้องการ
หากมีเครื่องมือไหนที่อยู่บนพื้นที่การทำงานของเรา จะมีลูกศรติ๊กถูกอยู่ค่ะ
หากเครื่องมือไหนที่เราไม่ได้ใช้ เราก็สามารถกด x ลบทิ้งได้เลยค่ะ

เมื่อจัดเลือกเครื่องมือที่ต้องการใช้ และลบเครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องใช้บนพื้นที่การทำงานของเราแล้วให้ไปที่
Window > Workspace > New Workspace…


แก้ไขเป็นชื่อตามที่เราชอบเลยค่ะ จากนั้นกด Save

ทีนี้เมื่อเราเปิดมาที่ Workspace ก็จะมี Workspace ของเรา โดยที่ไม่ต้องมานั่งหากล่องเครื่องมือทุกครั้ง
ที่เราเปิดโปรแกรมแล้วละค่ะ มาตั้งค่า Workspace ให้การทำงานของเราง่ายขึ้นกันนะคะ 🙂

การสร้างรูปทรงด้วยเส้นในโปรแกรม illustrator

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสร้างรูปทรงด้วยเส้นในโปรแกรม illustratorกันครับ หลายๆคนอาจคิดว่ามันทำยังไง ค่อยๆ เอาเส้นทีละเส้นมาวางเรียงกันให้เกิดเป็นรูปร่างรึเปล่า ?
ไม่ใช้ครีบวิธีมันไม่ได้ยากขนาดนั้น แค่ 10 วิธีง่ายๆ เราก็สามารถทำได้ครับ แม้แต่คนไม่เคยใช้โปรแกรม illustrator ก็สามารถทำได้ครับ
เพียง 10 ขั้นง่ายๆ เราก็สามารถได้งานแล้ว !!

เรามาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า !!!

ขั้นที่ 1
สร้างรูปทรงหรือข้อความที่เราต้องการขึ้นมา (ถ้าเป็นข้อความต้องทำการ create outline ก่อนจึงจะใช้ได้)

ขั้นที่ 2
สร้าง layer ขึ้นมาใหม่ด้านบน layer เดิม (หากใครไม่มีหรือหาไม่เจอให้ไปที่ window > layer )

ขั้นที่ 3
สร้างเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้นโดยปรับความหน้าของเส้นตามใจชอบ

ขั้นที่ 4
ทำการ copy เส้นแล้วนำไปวางข้างๆเส้นเดิมโดยความห่างของทั้งสองเส้นตามใจชอบ

ขั้นที่ 5
จากนั้นให้กด ctrl+D จะเป็นการทำซ้ำให้เส้นทับรูปทรงให้หมด

ขั้นที่ 6
เลือกทั้งหมด (ทั้งรูปทรงและเส้น)จากนั้นกดที่อุปกรณ์ shape builder tool

ขั้นที่ 7
กด alt +shift ค้าง และลากเส้นไปบรเวณเส้นที่เกินออกมาจากรูปทรง จะเป็นการลบเส้นที่เกินออกมาและให้เหลือไว้แค่เส้นที่พอดีกับรูปทรงของเรา

ขั้นที่ 8
เมื่อได้แล้วให้เราทำการปิดตา layer รูปทรงของเรา

ขั้นที่ 9
ปรับ stroke ให้เป็นหัวมน หรือปรับเป็นแบบที่เราต้องการตามใจชอบ (หากใครหาไม่เจอให้ไปที่ window > stroke)

ขั้นที่ 10
เปลี่ยนสี

แค่ 10 ขั้นตอนง่ายๆเราก็สามารถทำได้แล้ว และยังสามารถนำมาประยุกค์ใช้กับงานโลโก้หรือกราฟฟิกได้จริงๆอีกด้วย !!

มารู้จักเครื่องมื่อ width tool กันเถอะ!!

width tool เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในโปรแกรม illustrator ที่ใช้ในการปรับขนาดของเส้นได้ตามใจชอบ หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ใช้อย่างไร หน้าตาเป็นแบบไหน เครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นมากๆ เลยวันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องมือตัวนี้กัน


หน้าาของเครื่องมือ width tool
วิธีารใช้

 

ให้เราสร้างเส้นขึ้นมา 1 เส้นด้วย pentool


จากนั้นให้คลิ๊กไปที่ width tool ในแถบเครื่องมือ

เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้ที่เส้นจะปรากฏจุดขึ้นมาตามรูป

เราสามารถเพิ่มลดขนาดของเส้นได้ด้วยการเลือกจุดที่เราต้องการเพิ่มหรือลดขนาด
แล้วคลิ๊กล้างไว้จากนั้นให้เราลากเมาส์เข้า – ออก เพิ่อเพิ่ม – ลด ขนาดเส้น

เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วให้ปล่อยเมาส์

ใน1 เส้นเราสามารถเพิ่มหรือลดขนาดกี่ครั้งก็ได้


โดยเมื่อเราทำการเพิ่ม – ลดขนาดแล้วเมื่อเรานำเมาส์มาวางตริงเส้นจะปรากฏจุดขาวๆไว้

เราสามารถปรับบริเวณที่เราเพิ่มหรือลดได้ เช่นเราไม่ต้องการขยายตรงนี้แล้วต้องการขยายที่ปลายเส้น เราก็สามารถขยับได้
โดยการนำเมาส์ไปคลิ๊กค้างไว้ที่จุดขาวๆ จากนั้นก็ลากไปซ้าย ขวา ได้ตามใจ

หรือหากเราคิดว่าบริเวณที่เราเพิ่ม – ลดขนาดไปนั้นมากหนือน้อยเกินไปก็สามารถปรับได้เช่นกันโดยการเอาเมาส์ไปวางไว้ที่จุด จะปรากฏจุด 2 จุดบริเวณขอบเส้นขึ้นมา ให้เราคลิ๊กจุดบริเวณขอบเส้นจากนั้นก็สามารถเพิ่มความหนา หรือลดความหนาใหม่ได้

 

มาใส่ text หรือข้อความต่างๆ เข้าไปใน shape กัน!

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาสอนเรื่องการใส่ text เข้าไปใน Shape กันครับ
แค่ 5 ขั้นตอนง่ายๆ เราก็สามารถสร้างงานให้ออกมาดูดีได้เหมือนเรียน graphic มา
เราไปดูกันเลยดีกว่า !!

ขั้นที่ 1
เริ่มจากสร้างรูปทรงขึ้นมา

ขั้นที่ 2
พิมพ์ข้อความที่เราต้องการมา

ขั้นที่ 3
เลือกรูปทรงและข้อความที่เราต้องการจะรวม

ขั้นที่ 4
จากนั้นให้ไปที่ object ที่อยู่บนแถบด้าบน แล้วเลือก Envelope Distore > Make with top object

ขั้นที่ 5
แค่นี้เราก็เสร็จสมบูรณ์ ถ้าเรามีวัตถุมากกว่า 1 ชิ้นเราก็สามารถพิมพ์คำอื่นๆ ใส่เข้าไปเพิ่มได้ หรือหากต้องการแก้สีก็เพียงแค่กด Double click ในข้อความที่เราต้องการแก้ไขแล้วเปลี่ยนสีได้เลย

 

* ข้อควรระวัง รูปทรงนั้นไม่สามารถเป็น Font ด้วยกันได้ถึงแม่จะทำการ create outline แล้วก็ตาม

*ข้อควรระวัง หากข้อความของเราอยู่บนรูปทรงจะไม่สามารถรวมได้ ให้นำข่อความลงไปอยู่ด้านล่างรูปทรงโดยใช้คำสั้ง Ctrl + Shift + ]

มาทำให้ โลโก้ ข้อความ ไอคอนเรืองแสงกันเถอะ !

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาทำ logo icon text หรือ element ต่างๆ เรืองแสงด้วยโปรแกรม illustrator กันครับ
บางคนอาจจะสงสัยว่า illustrator หรือ ai ก็ทำได้หรือ? ไม่เคยเรียนgraphic มาก่อนจะทำได้ไหม?
ทำได้ครับและทำได้ง่ายๆ เลยด้วยเพียงแค่ 7 ขั้นตอนเท่านั้น

 

ขั้นที่ 1
สร้่างพื้นสีดำ และวัตถุหรือโลโก้หรืออะไรก็ตามที่เราต้องการทำให้เรืองแสงขึ้นมา โดยให้แยกเลเยอร์ของพื้นหลังและล็อคไว้
และทำการ copy วัตถุนั้นไว้

 

ขั้นที่ 2
ให้ไปที่ effect > Blur > gaussian blur

ขั้นที่ 3
จะขึ้นหน้าต่างขึ้นมาให้เราไปคลิกที่ Preview เพื่อที่จะสามารถปรับได้ง่ายขึ้น และทำการปรับเลขตามความต้องการของเรา (ยิ่งเลขมากเท่าไรก็ยิ่ง blur มากเท่านั้น)

ขั้นที่ 4
เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วก็กด okเราก็จะได้ภาพที่ ถูก blur ถ้าเราไม่พอใจก็สามารถแก้ไขสีได้

ขั้นที่ 5
จากนั้นให้เรา paste รูปที่เรา copy ไว้ตั้งแต่แรกโดยให้รูปที่เรา paste มานั้นอยู่ตรงกับรูปที่เรา blur (สามารถใช้คำสั่งลัด ctrl+ Shift+ v)

 

ขั้นที่ 6
ให้เราเลือกรูปที่เราพึ่ง pasteไปและไปที่ที่ transparency แล้วเลือกโหมตให้เป็น overlay (หากหาtransparencyไม่เจอให้ไปที่ window แล้วเลือก transparency)

ขั้นที่ 7
เสร็จสมบูรณ์ และถ้าเราไม่พอใจเราสามารถปรับแก้สี หรือแก้ความฟุ้งของการ blur เพิ่มได้หรือถ้าต้องการให้มากกว่าให้อีกเราก็สามารถทำการ copy เลเยอร์ที่เราทำ blur ไว้แล้วทำการ paste ซ้ำเพื่อเพิ่มความฟุ้งได้

การใส่เงาให้ไอคอนในโปรแกรม illustrator

สวัสดีครับวันนี้เรามาเรียนรู้การใส่เงาให้วัตถุหรือไอคอนต่างๆ ในโปรแกรม ai หรือ illustrator
ถึงแม้ไม่เคยเรียน graphic หรือไม่ถนัดโปรแกรม ก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ ให้ออกมาดูดี
หลายคนอาจคิดว่าถ้าใส่เงาต้องใส่ใน photoshop รึเปล่านะ ?  แต่จริงๆแล้ว illustrator ก็สามารถทำได้เหมือนกันแถมยังง่ายอีกด้วย
เรามาดูกันเลยดีกว่า XD 

ขั้นที่ 1
สร้างวัตถุขึ้นมา 1 ชิ้น

ขั้นที่ 2
กำหนดทิศทางที่แสงที่จะเข้า จากภาพจะกำหนดให้แสงเข้าจากด้านขวาบน

ขั้นที่ 3
สร้างกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวขึ้นมา ปรับมุมตามทิศทางแสงที่เรากำหนดไว้

ขั้นที่ 4

ปรับ Opacity ของสี่เหลี่ยมลงตามที่ต้องการ (ในภาพใช้ 30) เพื่อให้เกิดเป็นแสงตกกระทบนั่นเอง

 

ขั้นที่ 5
เลือกทั้งหมดและใช้คำสั่ง Divide ใน Pathfinder(สำหรับใครที่หา pathfinder ไม่เจอให้ไปที่ window แล้วหา pathfinder)

ขั้นที่ 6
เมื่อใช้ Divide แล้วให้ทำการเลือกทั้งหมดและคลิกขวาเลือก Ungroup จากนั้นให้ลบกล่องสีขาวที่อยู่รอบๆ วัตถุออกไป

ขั้นที่ 7
สำหรับวัตถุที่มีความมัมวาว เพื่อให้วัตถุของเราดูดูมีความมันวาวให้เพิ่ม hight light เข้าไป

ขั้นที่ 8
เราจะมาเริ่มสร้างเงากันโดยเริ่มจากสร้างสี่เหลี่ยมหรือรูปทรงที่ใกล้เคียงกับวัตถุที่เราสร้างขึ้นมา 1 ชิ้นโดยใสสีดำให้

ขั้นที่ 9
ปรับ opacity ของสีดำลง (ในรูปใช้ 40) เพื่อไม่ให้เงานั้นเข้มเกินไป

ขั้นที่ 10
จากนั้นนำสีดำไปอยู่ด้านหลังสุดโดยใช้คำสั่ง Ctrl+Shift+[ (หรือตัว บ)

 

ขั้นที่ 11
เราจะเริ่มสร้างฉากหลังกันโดยเริ่มจากสร้างlayerใหม่ขึ้นมาโดยกดไปที่ New Layer (หากใครไม่มีหน้าต่างนี้ให้ไปที่ window แล้วคลิกที่ Layer )

ขั้นที่ 12
เลือกสีพื้นหลังตามที่เราต้องการเมื่อได้สีที่ต้องการแล้วให้ทำหารล็อก layer พื้นหลังเอาไว้และกลับมาทำงานใน layer แรก

ขั้นที่ 13
เราจะเริ่มทำเงาตกกระทบกันโดยดริ้มการทำการ copy วัตถุของเราขึ้นมาและทำการจัดวางเพื่อจะกำหนดเงาโดยดูจากทิศทางแสงที่เรากำหนดไว้ตอนแรก (แสงเข้าทางไหนเงาต้องอยู่ฝั่งตรงข้าม)

ขั้นที่ 14
เมื่อกำหนดได้แล้วก็สร้างรูปทรงขึ้นมาตามที่เรากำหนดไว้โดยใช้ pen tool

ขั้นที่ 15
นำเงาที่เราพึ่งสร้างไปอยู่ด้านหลังสุดโดยใช้คำสั่ง Ctrl+Shift+[ (หรือตัว บ)

ขั้นที่ 16
ให้เลือกที่เงาแล้วไปคลิกที่ gradient (หากใครไม่มีหน้าต่างนี้ให้ไปที่ window แล้วคลิกที่ gradient )

ขั้นที่ 17
จากนั้นให้เราไปคลิกที่ลูกศรเลข 1 ในภาพ โดยให้เลือกเป็น white and black จากนั้นให้เราไปเปลี่ยนสีตรงบริเวณเลข 2 โดยให้ double click เข้าไปแล้วเลือกสีโดยสีที่เลือกฝั่งซ้ายควรเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีของพื้นหลังมากที่สุด และฝั่งขวาให้เลือกสีที่เข้มขึ้นมา หรือปรับเปลี่ยนตามทิศทางเงาของเรา

ขั้นที่ 18
เมื่อเลือกสีที่ต้องการได้แล้วเราสามารถปรับการ gradient ได้โดยการเลื่อนกล่องสีไปมาได้ตามความต้องการ และอาจจะปรับ opacity ของเงาเพิ่มเติมได้หากคิดว่ามันเข้มไป

ขั้นที่ 19
เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้วก็มาสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการ crop โดยเริ่มจากการสร้างรูปทรงที่มีขนาดเท่ากับพื้นหลังของเราขึ้นมาโดยวางไว้ด้านบนสุดตามภาพและอย่าลืมทำหารปลดล็อก layer 2 ที่เป็น layer พื้นหลังด้วย

ขั้นที่ 20
จากนั้นให้เลือกทั้งหมดแล้วคลิกขวาเลือกคำสั้ง make clipping mask หรือใช้คำสั่งลัด ctrl+7

ขั้นที่ 21
เมื่อ clipping mask เสร็จก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

 

 

5 เทคนิคดีไซน์ Instagram Post สำหรับคนสร้างแบรนด์

สำหรับเจ้าของธุรกิจท่านใดที่ทำการตลาดผ่าน Instagram และอยาก Upgrade ภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ของคุณเอง
วันนี้ Motion Graphic Plus ได้นำเทคนิคดีไซน์แจ่มๆ มาให้ทุกท่านที่มีหน้าร้านบน IG ได้เอาไปใช้กัน ไปดูพร้อมกันเลยครับ

1.หาฟิลเตอร์หลักของแบรนด์
ถ้าคุณใช้ฟิลเตอร์ในการแต่งภาพเพื่ออัพโหลดลง Instagrm สิ่งสำคัญที่สุดคือย่าใช้ฟิลเตอร์หลายอัน
เพราะร้านค้าใน IG นั้นไม่ใช่ account ส่วนตัว การใช้ฟิลเตอร์ที่หลากหลายเกินไปทำให้แบรนด์ดูสะเปะสะปะ พลอยทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ

2.สร้าง Template ให้กับแบรนด์
Template นี้จะทำให้โพสต์แต่ละโพสต์ของคุณมีเอกลักษณ์โดดเด่น ชนิดที่ว่าใครเห็นก็จะรู้ว่าโพสต์นี้มาจากแบรนด์ของคุณ
อีกหนึ่งข้อดีของมันคือจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการตกแต่งแก้ไขภาพเป็นเวลานานๆ
เพราะเพียงแค่นำภาพหรือข้อความมาวางลงบน Template ที่สร้างไว้ คุณก็จะได้ content ดีๆ ที่พร้อมเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมายแล้ว

3.กำหนดสีหลักของแบรนด์และเอามาใช้กับ IG ซะ
คนทำแบรนด์ก็ต้องมีชุดสีเป็นของตัวเอง เพื่อที่เวลาอัพโหลดภาพลง IG แล้ว
account ของคุณก็จะได้ดูคุมโทน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั่นเองครับ
ซึ่งชุดสีนั้นหาได้ไม่ยากเลย ก็มาจาก Package ของผลิตภัณฑ์ของคุณนั่นแหละ
พยายามใช้สีที่ทำให้คนที่เห็นนึกถึงตัวสินค้าของคุณ แล้วรับรองว่าการทำการตลาดบน IG จะเวิร์คมากๆ

สำหรับท่านใดที่อยากรู้หลักการดีไซน์ ผสมผสานการใช้โปรแกรมอย่างละเอียด
โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกรูปแบบฟ้อนต์ การจัดวางองค์ประกอบ สี สมดุล รวมไปถึงหลักการออกแบบอื่นๆ
สามารถคลิ๊กดูรายละเอียดที่ภาพข้างล่างได้เลย

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

5 Trick การดีไซน์นามบัตรให้ดูปัง ดูโปร ใครเห็นก็ร้องโอ้โห!

สำหรับผู้เรียน Graphic Design เวลาเราออกไปแนะนำตัวให้คนอื่นรู้ บางครั้งก็อยากอวดนามบัตรโก้ๆ เก๋ๆ ของตัวเองกันใช่มั้ยครับ
วันนี้ Motion Graphic Plus เลยเอาเทคนิคการดีไซน์นามบัตรสำหรับคนที่อยากลองทำนามบัตรด้วยตัวเองมาแบ่งปันกัน
อ่านแล้วจะรู้เลยว่า อยากมีนามบัตรสวยไม่ใช่เรื่องยากเลย

1.เลือกชุดสีให้เข้ากับธุรกิจของคุณ
ไม่ว่าจะงานดีไซน์ชนิดไหนๆ สีก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้งานนั้นให้ความรู้สึกที่ต่างกัน
เชื่อมั้ยครับว่าชุดสีมันบอกไปแล้ว 50% ว่านามบัตรของคุณจะตายหรือจะรอด
แน่นอนว่าคุณต้องเลือกชุดสีที่เหมาะสมและเข้ากับธุรกิจของคุณด้วย
อย่างเช่นถ้าคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าเด็ก สีอ่อนๆ แนวพาสเทลมุ้งมิ้งคือตัวเลือกที่เวิร์คสุดๆ
ในทางตรงข้าม สีพวกนี้จะดูกร่อยมากหากเอามาใช้กับธุรกิจที่มีภาพลักษณ์แข็งแรงอย่างธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องยนต์หรือการออกกำลังกาย
ลองศึกษาการใช้สีแต่ละสีได้จาก อารมณ์ของสีโทนต่างๆ และการนำมาใช้กับโลโก้

2.ใช้ไอคอนแทนคำ
คำบางคำสามารถแทนได้ด้วยไอคอน อย่างเช่น facebook ก็ใช้ไอคอนโลโก้ facebook แทน
หรือคำว่าที่อยู่ ก็ใช้ไอคอน Location รูปหยดน้ำคว่ำ ที่เราเห็นกันบ่อยๆ บนสมาร์ทโฟน เป็นต้น
การใช้ไอคอนนี้นอกจากจะเป็นการประหยัดพื้นที่ใช้สอยบนนามบัตรแล้ว ยังทำให้นามบัตรของคุณดูมีลูกเล่น ไม่น่าเบื่ออีกด้วย

3.อย่าอัดข้อมูลจนแน่นเอี๊ยด
เพราะพื้นที่ในนามบัตรไม่ได้มีมากเหมือนหน้ากระดาษ A4 คุณจึงไม่สามารถพิมพ์ทุกอย่างที่คิดลงไปได้
หัวใจหลักของการทำนามบัตรคือ ใส่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น! แล้วอะไรละที่จำเป็นเป็น?
ก็แค่ชื่อธุรกิจ โลโก้ ชื่อของคุณ ตำแหน่งและข้อมูลการติดต่อ เท่านั้นพอครับ
หรือจะมีสโลแกน แนะนำธุรกิจอีกนิดหน่อยก็ได้ แต่อย่าใส่มากจนแน่นนะครับ
เพราะยิ่งใส่เยอะก็จะยิ่งรก คนก็จะยิ่งไม่อยากอ่าน เว้นที่ให้ตัวหนังสือได้หายใจบ้างจะดีกว่า

4.กระดาษก็สำคัญนะ
หลายคนคิดว่าถ้าดีไซน์ดีซะอย่าง จะ Print ใส่กระดาษอะไรก็ได้
แต่จริงๆ แล้วกระดาษที่เลือกใช้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกที่ต่างกัน
และถ้าเลือกไม่ดี ก็อาจจะทำให้การดีไซน์ที่ทำมาอย่างดีดู Drop ลงได้นะครับ
อย่างเช่นพวกกระดาษมันๆ (Glossy) บางครั้งถ้าไม่เลือกดีๆ มันก็ทำให้นามบัตรของคุณดูราคาถูกได้
แนะนำเป็นพวกกระดาษด้านที่มีความหนามากพอจะปลอดภัยกว่าเยอะรับ

5.ใช้สอยทั้งสองด้านให้เกิดประโยชน์
ถ้าเคยเห็นนามบัตรรุ่นเก่าๆ จะเห็นว่ามักจะพิมพ์กันแค่ด้านเดียวใช่มั้ยครับ
แต่จะดีกว่ามั้ยว่าคุณใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งสองด้าน!`
ทริคง่ายๆ คือใส่โลโก้ และชื่อธุรกิจของคุณลงไปที่ด้านหน้า (จะเพิ่มสโลแกนก็ได้ ไม่ผิดกฎ แต่อย่าเยอะเกินล่ะ)
ส่วนด้านหลังก็ค่อยใส่ข้อมูลติดต่อ เป็นอันจบ
การทำแบบนี้เพื่อที่ข้อมูลจะได้ไม่ไปอัดกันอยู่ในหน้าเดียวมากจนเกินไป และยังสามารถใส่ไอเดียในการดีไซน์ได้มากขึ้นอีกด้วย

อ่านจบแล้วก็อย่าลืมเอา Trick ดีๆ พวกนี้ไปใช้กันนะครับ
หรือจะลองหาไอเดียนามบัตรสวยๆ ตามเว็บรวมไอเดียอย่าง Pinterest ก็ได้
แต่ถ้าใครยังไม่คล่อง ไม่ชำนาญการใช้โปรแกรมทำกราฟิกอย่าง Illustrator
ก็สามารถคลิ๊กที่ภาพด้านล่างเพื่อศึกษาและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยนะครับ

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

6 วิธีใช้ฟ้อนต์อย่างไรให้งานดู Pro

 

ตกม้าตายกันมาเท่าไหร่แล้วกับการเลือกฟ้อนต์ที่เหมือนเอามาฆ่างานของเราชัดๆ
มีหลายคนที่อาจจะกำลังปวดหัวกับการใช้ฟ้อนต์หรือ Typeface ที่จัดวางเท่าไหร่ก็ดูไม่ Pro เหมือนคนอื่นๆ
วันนี้ Motion Graphic Plus จึงได้เอา 6 วิธีการเลือกใช้ฟ้อนต์ให้งานของคุณดูเป็นมืออาชีพได้ง่ายๆ
จะมีอะไรบ้างนั้น เลื่อนลงไปข้างล่างเลยครับ

1.จัดลำดับขั้นของฟ้อนต์
ข้อความไหนสำคัญใช้ตัวใหญ่ ข้อความไหนป็นส่วนเสริมใช้ตัวเล็ก
นอกจากจะทำให้คนดูโฟกัสถูกจุดแล้ว ยังทำให้งานดูมีสไตล์อีกด้วย

2.ใช้สีที่ตัดกับพื้นหลังชัดเจน
มีหลายงานแล้วที่เกือบจะปังแต่ต้องพังเพราะดันใช้สีฟ้อนต์ที่กลืนกับฉากเกินไปจนคนมองไม่เห็น
ดังนั้นอย่าลืมใส่เรื่องนี้กันด้วยนะครับ เพราะตัวหนังสือที่คนอ่านไม่ออกก็เท่ากับว่ามันสื่อไปไม่ถึงผู้ชมนั่นเอง

3.เลือกฟ้อนต์ให้อ่านง่าย
เหตุผลก็คล้ายๆ กับข้อ 2 เลยครับ บางทีฟ้อนต์สวยแต่อ่านยากก็ไร้ประโยชน์
ดังนั้นควรเลือกฟ้อนต์ที่ไม่หวัดจนเกินไป เน้นอ่านง่ายสบายตา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นส่วนของรายละเอียดข้อมูลที่ต้องพิมพ์เยอะๆ ก็ควรใช้ฟ้อนต์เรียบๆ จะปลอดภัยกว่าครับ

4.เลือกฟ้อนต์ให้เข้ากับงาน
งานอยู่ไหนอารมณ์ไหน ก็ต้องเลือกฟ้อนต์ให้คล้อยตามไปกับอารมณ์นั้นด้วยนะครับ
เพราะบางครั้งการใช้ฟ้อนต์นี่เป็นตัวตัดสินเลยว่างานของเราจะรุ่งหรือร่วง

5.เลือกแค่ 2 ถ้าคิดจะจับคู่ฟ้อนต์
ใช้รูปแบบฟ้อนต์เกิน 2 อันขึ้นไปนี่ถ้าไม่เซียนจริงๆ จะทำให้เข้ากันได้ยากครับ
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเลือกจำนวนฟ้อนต์น้อยๆ ไว้ดีกว่าครับ

6.คิดอะไรไม่ออกก็เลือกฟ้อนต์เรียบๆ นั่นแหละ
รู้มั้ยครับว่าฟ้อนต์เรียบๆ นั้นเหมือนฟ้อนต์กลางที่เข้าได้ดีกับงานเกือบทุกประเภทเลย
ถ้าคิดไม่ออกว่าจะใช้ฟ้อนต์อันไหนดี หรือกลัวว่าฟ้อนต์ที่มีจะไม่เข้ากับอารมณ์งาน
จงเลือกใช้ฟ้อนต์เรียบๆ ซะ แล้วทุกอย่างจะออกมาดีเอง

ถ้าอยากให้งานดู Pro ก็จำกฎ 6 ข้อนี้ไว้ให้ดีนะครับ

เขียนโดยอาจารย์วิน วารินทร์

อาจารย์ วิน วารินทร์

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

3 ไอเดียสร้างกราฟิกให้สวยล้ำ แค่ปรับขาวดำและใช้ Opacity

 

ไหนใครว่าโปสเตอร์สวยๆ แบบที่เห็นกันตาม Pinterest หรือพวกเว็บฝรั่งทำยาก?
วันนี้ผมจะมาแนะนำไอเดียทำกราฟิกให้สวยและดูสากลได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือเพียงไม่กี่ตัวใน Photoshop
ซึ่งไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากมายเลย ก็แค่ทำภาพให้เป็นขาวดำ เทสี ปรับ Opacity (ความโปร่งแสง) อีกนิดหน่อยเท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องมือแค่นี้จะสร้างงานออกมาให้สวยได้ยังไง งั้นเราไปดูกันเลยครับ

1.สาดสีลงไปแล้วปรับ Blending Mode
ไม่ยากเลย เพียงใช้เมนู Image > Adjustment > Black & White เพื่อปรับภาพให้กลายเป็นขาวดำ
จากนั้นใช้เครื่องมือ Color Overlay ในหน้าต่าง Layer เพื่อเทสีที่ต้องการลงไป จากนั้นปรับ BlendingMode ตามชอบ
เพิ่ม-ลด Opacity ได้ตามความเหมาะสมหรือจะใส่ไอเดียลูกเล่นอะไรเพิ่มเติมก็ไม่ผิด

2.เน้นตัวอักษรให้โดดเด่นด้วยกล่องรูปทรงสีต่างๆ
ปรับภาพให้เป็นสีขาวดำด้วย Image > Adjustment > Black & White
แล้วใช้เครื่องมือ Marquee Tool (M) สร้างรูปทรงที่ต้องการ จากนั้นใส่สี
ปรับ Opacity ให้อ่อนลง และพิมพ์ตัวอักษรโดยเลือกสีฟ้อนต์ให้ตัดกับสีของรูปทรงอย่างชัดเจน

3.ใส่รูปร่างเพิ่มลูกเล่นให้กับภาพถ่าย
ปรับภาพเป็นขาวดำตามวิธีที่บอกมาในข้อ 1,2 และใช้เครื่องมือ Marquee Tool (M) สร้างรูปร่างขึ้นมาหลายๆ อัน
โดยแต่ละอันจะปรับ Opacity ให้เข้ม-อ่อนได้ในระดับที่ต่างกัน จากนั้นนำมาจัดเรียงตามจินตนาการ
นอกจากนี้อย่าลืมใส่ฟ้อนต์สวยๆ ลงไปด้วยนะครับ

เพียงใช้แค่เครื่องมือง่ายๆ ไม่กี่ชิ้น ทุกท่านก็จะมีงานกราฟิกสวยๆ ไปอวดเพื่อนๆ กันได้แล้ว

เขียนโดยอาจารย์วิน วารินทร์
อาจารย์ วิน วารินทร์

และสำหรับใครที่สนใจงาน Graphic Design และต้องการที่จะเรียนรู้หลักการออกแบบงานกราฟิกรวมไปถึงเทคนิคและวิธีการใช้งานโปรแกรม  Illustrator อย่างมืออาชีพ สามารถคลิ๊กที่ภาพข้างล่างนี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยครับ

เรียน AI ที่ไหนดี

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial