ชวนมาดู “พระนามบัตร” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลฯ

หลายๆ ท่านอาจจะไม่ทราบกันว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลฯ หรือในหลวง ร.9 ของเรานั้น
ก็ทรงมีพระนามบัตรเป็นของพระองค์เองด้วย แต่ที่เราไม่รู้กันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เพราะพระนามบัตรนี้ พระองค์ทรงใช้เป็นการส่วนพระองค์และไม่เป็นทางการนัก
ถ้าอยากรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของพระนามบัตรนี้จะเป็นยังไง เราไปดูกันเลยค่ะ

พระนามบัตร,พระนามบัตรในหลวง,ในหลวง,รัชกาลที่ 9,พระนามบัตร รัชกาลที่ 9,พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จะเห็นว่าพระนามบัตรทั้ง 4 แบบนี้มีเพียงสัญลักษณ์และข้อความสั้นๆ เพียง 3 บรรทัดเท่านั้น
โดยคุณฮิโรมิ อินาโยชิ นักออกแบบชาวญี่ปุ่นผู้สร้างสรรค์พระนามบัตรนี้ขึ้นมา
ได้ให้สัมภาษณ์ในวารสาร ‘ในวงการพิมพ์’ (THE THAI PRINTER)
เกี่ยวกับที่มาที่ไปที่ทำให้เขาได้มีโอกาสในการออกแบบพระนามบัตรถวายแด่พ่อหลวงของแผ่นดิน
ซึ่งก่อนหน้านั้นในปี พ.ศ.2545 เขาได้จัดแสดงผลงานการออกแบบสัญลักษณ์และสี ในงานของสหประชาชาติ
แล้วบังเอิญว่าบุคคลจากสำนักพระราชวังได้ไปเห็นเข้า นำมาสู่โอกาสในการสร้างสรรค์พระนามบัตร
เนื่องในวโรกาสพระชนม์พรรษาครบรอบ 75 พรรษา

สัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่บนพระนามบัตรทั้ง 4 แบบต่างก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป ดังนี้

แบบที่ 1 สัญลักษณ์มาจากตัว A ที่เป็นพระนามของในหลวง นั่นก็คือ “อดุลยเดช”
และจุด 9 จุด 9 สีคือตัวแทนของแก้วนพรัตน์หรืออัญมณี 9 ประการ
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์นั่นเอง

แบบที่ 2 มาจากการพนมมือไหว้ของคนไทยเรานั่นเอง
และเช่นเดียวกันกับแบบแรกที่จะมีจุด 9 จุดของแก้วนพรัตน์รายล้อมอยู่ด้วย

แบบที่ 3 คิดว่าหลายๆ คนน่าจะดูออก เพราะสัญลักษณ์นี้คือแซกโซโฟน
เครื่องดนตรีที่ในหลวงทรงโปรดนั่นเอง และก็มีแก้วนพรัตน์อีกเช่นกัน

แบบที่ 4 คุณฮิโรชิได้แรงบันดาลใจตัวอักษร B ที่มาจากพระนาม “ภูมิพล” (Bhumibol)
และได้สร้างสรรค์ออกมาเป็นปีกพญาครุต และยังมีก้วนพรัตน์ 9 จุดแทนสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์

การออกแบบพระนามบัตรของคุณฮิโรชิอาจนับว่าแปลกตาสำหรับคนไทย
เพราะเราคงชินตากับนามบัตรที่บอกชื่อที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ถือนามบัตร
แต่คุณฮิโรชิได้กล่าวว่าในการออกแบบนามบัตรในระดับนานาชาตินั้นจะนิยมการใช้สัญลักษณ์
เพื่อสื่อสารกับผู้ได้รับนามบัตรมากกว่าตัวอักษร
ยิ่งถ้าเป็นพระนามบัตรของรัชกาลที่ 9 ก็ไม่จำเป็นต้องเขียนอะไรมากมาย
จะใส่แค่เพียงพระนาม สัญลักษณ์ และระบุว่าเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 ของไทยก็เพียงพอแล้ว

พระนามบัตรชุดนี้นอกจากจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตแล้ว การจัดพิมพ์ก็ยังพิถีพิถันไม่แพ้กัน
เพราะต้องใช้สีพิเศษ กระดาษพิเศษ เครื่องพิมพ์เฉพาะแบบ
และยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สีพื้นก่อนแล้วพิมพ์ฟอยล์ตบท้าย
สีอัญมณีทั้ง 9 เม็ดก็ต้องพิมพ์ถึง 2 ครั้ง ใช้สีทั้งหมด 18 สี
นอกจากนี้คุณฮิโรชิก็จะเข้าไปควบคุมดูแลการพิมพ์งานด้วยตัวเองอีกด้วย

ที่มา : บทความเรื่อง “พลังของสัญลักษณ์และอำนาจสี ‘พระนามบัตร’ ในหลวง”
ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสาร “ในวงการพิมพ์” พฤศจิกายน พ.ศ.2549

ในหลวงภูมิพลกับพระอัจริยภาพด้านศิลปะและการออกแบบ

“อัครศิลปิน กรองศาสตร์กรองศิลป์ การดนตรี..”

ข้อความดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง “อัครศิลปิน” เพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลฯ
ที่กล่าวถึงพระอัจฉริยภาพรอบด้านทั้งการศาสตร์และศิลป์ และยกย่องให้พระองค์เป็นอัครศิลปินแห่งสยามประเทศ

พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยและทดลองสร้างงานศิลปะหลากหลายแขนงด้วยพระองค์เองจนชำนาญ
ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม ประติมากรรม หรือมัณฑนศิลป์ก็ตาม

ด้านจิตรกรรม

อัครศิลปิน,ในหลวง,ในหลวง ศิลปะ,ในหลวง จิตรกรรม,ในหลวง ประติมากรรม,ในหลวง มัณฑนศิลป์,รัชกาลที่ 9
พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในงานจิตกรรมตั้งแต่ประทับอยู่ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอแลนด์
ทรงศึกษาจากตำราและฝึกฝนด้วยพระองค์เอง และเมื่อทรงโปรดผลงานของศิลปินท่านใด
ก็ทรงศึกษาเทคนิควิธีการทำงานของศิลปินผู้นั้นและทรงนำมาสร้างขึ้นเป็นผลงานของพระองค์เอง

9-22

พระองค์มักจะทรงค้นคว้าหาวิธีสร้างานแบบแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอ
และดูเหมือนจะไม่เคยทรงพอพระราชหฤทัยในภาพเขียนของพระองค์เลย
แม้ว่าพระองค์โปรดที่จะค้นหาเทคนิคการสร้างงานจิตรกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
แต่ผลงานของพระองค์ก็ยังคงความเอกลักษณ์เอาไว้ นั่นคือมีสีสันที่สดฉูดฉลาด
ซึ่งแสดงถึงพระอารมณ์ที่รุนแรงและตรงไปตรงมาในฐานะจิตรกร และยังโปรดการใช้เส้นกล้าและเส้นโค้งเป็นหลักอีกด้วย

e0b89be0b89b10

ส่วนภาพเหมือนนั้นนั้นก็มีความละเอียดและเหมือนจริงมากเช่นกัน
พระองค์ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะไว้เป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
ซึ่งมีทั้งภาพเขียนเหมือนจริง ภาพเอ็กซเพรสชันนิสม์ และภาพศิลปะแนวนามธรรม
จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ของพระองค์ได้ร่วมแสดงในงานศิลปะหัตถกรรมแห่งชาติถึง 4 ครั้ง
และในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี กรมศิลปากรได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต
ให้จัดนิทรรศการฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ณ พิพธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน พ.ศ. 2525

รวมภาพฝีพระหัตถ์จิตรกรรมที่เผยแพร่สู่สายตาประชาชนมีทั้งสิ้น 47 ภาพ และที่ยังไม่เคยเผยแพร่อีกจำนวน 60 ภาพ

ด้านประติมากรรม

e0b89be0b89b20
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลฯ ทรงสนพระราชหฤทัยในงานปั้น งานหล่อ และการทำแม่พิมพ์
โดยทรงค้นคว้าศึกษาหาวิธีทำและเทคนิคต่างๆ ด้วยพระองค์เองเช่นเดียวกับงานจิตรกรรม
พระองค์ทรงได้สร้างงานประติมากรรมรูปปั้นและเก็บรักษาไว้ที่พระตำหนักจิตรสดารโหฐานจำนวน 2 ชิ้น
คือรูปปั้นผู้หญิงเปลือยคุกเค่า สูง 9 นิ้ว และรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สูง 12 นิ้ว
ซึ่งทั้ง 2 ชิ้นเป็นรูปปั้นแบบลอยตัวที่พระองค์ทรงปั้นขึ้นด้วยดินน้ำมันทั้งคู่

นอกจากนี้แล้วในหลวงยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างฝีมือปั้นพระพุทธรูปเพื่อนำไปประดิษฐานตามที่ต่างๆ
และยังทรงทดลองหล่อพระพุทธรูปด้วยพระองค์เองอีกด้วย

ด้านมัณฑนศิลป์

143_4
ในหลวงของปวงชนชาวไทยทรงปรีชาสามารถในด้านมัณฑนศิลป์เป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตกแต่งภายในสถานที่ หรือการออกแบบนิเทศศิลป์รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ภายในพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬารที่พระองค์ทรงออกแบบนั้นมีความเรียบง่าย ประหยัด และสง่างาม
สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการผสมผสานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับการออกแบบสถานที่ให้เหมาะสมกับเกียรติและฐานะ

ไม่เพียงแต่เท่านั้น พระองค์ทรงออกแบบงานนิเทศศิลป์ต่างๆ เช่น ตราสัญลักษณ์มูลนิธิชัยพัฒนา,
ตราสัญลักษณ์สุวรรณชาด, ส.ค.ส. อวยพรปีใหม่ที่สร้างขึ้นโดยพระหัตถ์ของพระองค์เอง เป็นต้น

อัครศิลปิน,ในหลวง,ในหลวง ศิลปะ,ในหลวง จิตรกรรม,ในหลวง ประติมากรรม,ในหลวง มัณฑนศิลป์,รัชกาลที่ 9

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่พระองค์ทรงออกแบบเองได้แก่ กังหันน้ำชัยพัฒนา, หุ่นยนต์คุณมอพระราชทาน,
หุ่นจำลอง และเรือใบส่วนพระองค์

“โครงการหลวง” ภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้า

ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
พระองค์ได้ทรงริเริ่มโครงการเพื่อประเทศชาติและพสกนิกรไทยให้อยู่ดีกินดี
หนึ่งในนั้นคือ “โครงการหลวง” ที่เราได้ยินกันจนคุ้นหู

การเกิดขึ้นของโครงการนี้ได้ชุบชีวิตของคนไทยไม่น้อยให้เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง
พระองค์ทรงเปลี่ยนถิ่นทุรกันดารให้กลายเป็นดินที่มีพืชผลงอกงาม
สร้างรายได้ให้แก่ชาวไร่ชาวสวน รวมไปถึงประเทศชาติอีกไม่น้อยเลยทีเดียว

โครงการหลวง,โครงการพระราชดำริ,โครงการหลวง มีอะไรบ้าง,โครงการหลวง คือ,ในหลวง,รัชกาลที่ 9,พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โครงการหลวงคืออะไร
โครงการหลวงคือโครงการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อตั้งใน พ.ศ.2512
มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชผลเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา

ในระยะแรก โครงการนี้มีสถานะเป็นเพียงโครงการอาสาสมัคร
มีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ
แต่ต่อมาใน พ.ศ.2535 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จดทะเบียนขึ้นเป็นมูลนิธินามว่า “มูลนิธิโครงการหลวง”
พร้อมกับดำเนินงานวิจัยเพื่อพัฒนาพืชพันธุ์ใหม่ๆ อย่างเต็มกำลัง
และได้พระราชทานเงินก้อนแรกจำนวน 500,000 บาทเพื่อเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิ

ต่อมาใน พ.ศ. 2537 เพื่อให้สะดวกในการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์
พระองค์ทรงได้โปรดเกล้าฯ จัดตั้งเป็นนิติบุคคลภายใต้ชื่อ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด
โดยผู้ที่เข้ามาดำเนินการคือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั่นเอง

ปัจจุบันโครงการหลวง ดำเนินงานใน 4 จังหวัดภาคเหนือ
คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และแม่ฮ่องสอน

โครงการหลวง,โครงการพระราชดำริ,โครงการหลวง มีอะไรบ้าง,โครงการหลวง คือ,ในหลวง,รัชกาลที่ 9,พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กำเนิดโครงการหลวง
เมื่อต้นปี 2512 ในหลวงได้เสด็จออกเยี่ยมเยือนประชาชนชาวเขาบนดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่
และพบว่าคนที่นี่ปลูกฝิ่นเลี้ยงชีพกันเป็นจำนวนมาก
ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้นนอกจากจะสร้างปัญหาให้แก่บ้านเมืองแล้ว
ยังไม่มากพอที่จะจุนเจือชีวิตของชาวบ้านและครอบครัวอีกด้วย

พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริที่จะหาพืชพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางภาคเหนือ
พร้อมทั้งให้ผลผลิตและรายได้ที่ดีกว่า เพื่อให้ชาวเขากลุ่มนี้ได้นำไปปลูกแทนฝิ่น
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเขา ลดการปลูกฝิ่น และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร

โครงการหลวงได้นำเข้าพืชพันธุ์ต่างๆ เพื่อนำมาทดลองปลูกกับดินภาคเหนือ
โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากต่างประเทศ
ผลจากการพัฒนาและวิจัยอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การทดลองพันธุ์ไม้ประสบความสำเร็จ
ชาวเขาจึงค่อยๆ วางมือจากการปลูกฝิ่นและหันมาปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลและรายได้ที่ดีกว่า

ปัจจุบันนี้ภาคเหนือจึงกลายเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่อุดมไปด้วยผักผลไม้เมืองหนาว
และยังมีดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งผลผลิตทั้งหมดนี้ได้สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก

จุดประสงค์ของโครงการหลวง
1.พัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเขา สอนให้พวกเขาช่วยเหลือตัวเองได้
2.ลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และต้นน้ำลำธาร
3.กำจัดฝิ่นที่เป็นปัญหาระดับโลก
4.รักษาทรัพยากรดินและใช้พื้นอย่างถูกต้องเหมาะสม

โครงการหลวงแห่งแรกในพระบารมี
โครงการหลวงอ่างขางเป็นโครงการหลวงแห่งแรกที่ในหลวงทรงจัดตั้งขึ้น
ก่อตั้งในปี 2512 เป็นสถานที่ทำการทดลองและวิจัยการปลูกพืชพันธุ์เมืองหนาว
เพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกพืชชนิดอื่นแทน
โดยการดำเนินงานนั้นอยู่ภายใต้พระราชดำริว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง”

ปัจจุบันนี้โครงการหลวงอ่างขางยังคงมีการวิจัยและพัฒนา
เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชผักเมืองหนาวอย่างต่อเนื่อง
และยังได้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยอีกด้วย

48 บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพ่อหลวง อัครศิลปินแห่งสยามประเทศ

“…ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊สหรือไม่แจ๊สก็ตาม
ดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเรา
สำหรับข้าพเจ้า.. ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงาม
และทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภท
เพราะว่าดนตรีแต่ละประเภทต่างก็มีความเหมาะสม
ตามแต่โอกาสและอารมณ์ที่แตกต่างกันไป..”

ข้อความข้างต้นเป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกาในปี 2503 ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานให้สัมภาษณ์แก่วิทยุเสียงอเมริกา

เพลงพระราชนิพนธ์,บทเพลงพระราชนิพนธ์,เพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน,เพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น,เพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง,เพลงพระราชนิพนธ์ ชะตาชีวิต,รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์,ในหลวง,รัชกาลที่ 9

ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านอกจากพระองค์จะเป็นนักปกครองผู้ทรงธรรมแล้ว
ยังทรงโปรดและให้ความสำคัญกับการดนตรีด้วยเช่นกัน
พระองค์ทรงปรีชาสามารถในการทรงเครื่องดนตรีหลายชนิด ทั้งเปียโน, แซกโซโฟน, คลาริเน็ต, ทรัมเป็ต ฯลฯ
และยังทรงแสดงอัจริยะภาพด้านการดนตรีผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ถึง 48 บทเพลง
บทเพลงที่ทรงประพันธ์ขึ้นเพลงแรกคือ “แสงเทียน” โดยขณะที่มีพระชนมายุเพียง 18 พรรษาเท่านั้น

เพลงพระราชนิพนธ์,บทเพลงพระราชนิพนธ์,เพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน,เพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น,เพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง,เพลงพระราชนิพนธ์ ชะตาชีวิต,รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์,ในหลวง,รัชกาลที่ 9

นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ทรงประพันธ์เองทั้งทำนองและเนื้อร้อง
เช่น “แว่ว (Echo)”, “ในดวงใจนิรันดร์ (Still on My Mind)” เป็นต้น
เราไปดูและไปฟังบทเพลงทั้ง 48 เพลงนี้พร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

1.แสงเทียน (Candlelight Blues)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=IwhWcnJ3GXg]

2.ยามเย็น (Love at Sundown)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=yqgZYQOP1PQ]

3.สายฝน (Falling Rain)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=abzNRTAyVt0]

4.ใกล้รุ่ง (Near Dawn)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=VLBJQgWkgog]

5.ชะตาชีวิต (H.M. Blues)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=M6P5qD_9b9o]

6.ดวงใจกับความรัก (Never Mind the Hungry Men’s Blues)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=AvQVt6VUxM4]

7.มาร์ชราชวัลลภ (Royal Guards March)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=ili5XiMazoc]

8.อาทิตย์อับแสง (Blue Day)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=nYYps7eb7tg]

9.เทวาพาคู่ฝัน (Dream of Love Dream of You)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=Z9ub1Bdonek]

10.คำหวาน (Sweet Words)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=QZZ0cAj6tto]

11.มหาจุฬาลงกรณ์ (Maha Chulalongkorn)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=iQrN8m_v6-U]

12.แก้วตาขวัญใจ (Lovelight in My Heart)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=CQtpJXQwoE8]

13.พรปีใหม่

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=-wIhImHuXyM]

14.รักคืนเรือน (Love Over Again)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=fEnvZLpSQV4]

15.ยามค่ำ (Twilight)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=ia5olBIMgr8]

16.ยิ้มสู้ (Smiles)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=9m5Hv6yV68w]

17.มาร์ชธงไชยเฉลิมพล (The Colours March)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=BTuL9zzxq3c]

18.เมื่อโสมส่อง (I Never Dream)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=sYUvczOCFFo]

19.ลมหนาว (Love in Spring)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=TDYvU0a36W8]

20.ศุกร์สัญลักษณ์ (Friday Night Rag)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=XEV5oCs1Evg]

21.Oh I say

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=A8g0R-iswJQ]

22.Can’t You Ever See

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=pgfw50wz3vY]

23.Lay Kram Goes Dixie

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=X3NhZ5VYMHU]

24.ค่ำแล้ว (Lullaby)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=6c_480cC-Xs]

25.สายลม (I Think of You)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=w4yLSR1K1Pg]

26.ไกลกังวล (When), เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=Oa_hZsLVKuw]

27.แสงเดือน (Magic Beams)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=RPJXYIssdvg]

28.ฝัน (Somewhere Somehow), เพลินภูพิงค์

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=B8dUAbMkrBg]

29.มาร์ชราชนาวิกโยธิน (Royal Marines March)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=yDtYrmLS3_Q]

30.ภิรมย์รัก (A Love Story)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=FB0i-v_LVXU]

31.Nature Waltz

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=y2Y4kTcJhqA]

32.The Hunter

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=090VC_Gae6Q]

33.Kinari Waltz

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=ezX1UmV-oLw]

34.แผ่นดินของเรา (Alexandra)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=R5wiEGeLN50]

35.พระมหามงคล

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=478yuGV2jlA]

36.ยูงทอง

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=ShDhpa0hPBo]

37.ในดวงใจนิรันดร์ (Still on My Mind)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=FhwRhz-RPWk]

38.เตือนใจ (Old-Fashioned Melody)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=YMlKZmuFrH0]

39.ไร้เดือน (No Moon), ไร้จันทร์

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=e5NtoWSfFpw]

40.เกาะในฝัน (Dream Island)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=ktarfLsmF6g]

41.แว่ว (Echo)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=kzZYo2Vlfzk]

42.เกษตรศาสตร์

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=MxZ6PQisG84]

43.ความฝันอันสูงสุด (The Impossible Dream)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=o0HsrX8l0Q8]

44.เราสู้

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=vJeiApfF8hM]

45.เรา-เหล่าราบ ๒๑ (We-Infantry Regiment 21)

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=FsJ4cfkMYqw]

46.Blues for Uthit

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=Sj7N7ANW4DA]

47.รัก

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=OQ58HsuWSYE]

48.เมนูไข่

[youtube https://www.youtube.com/watch?v=zOVIKCxVweg]

ส.ค.ส. พระราชทาน 2530-2559 จากพระหัตถ์สู่สายตาประชาชน

ส.ค.ส.หรือบัตรส่งความสุขเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เพราะจะได้รับในทุกๆ วันปีใหม่
และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ของไทยก็ได้พระราชทาน ส.ค.ส.นี้
ให้แก่พสกนิกรชาวไทยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ทุกปีตั้งแต่ พ.ศ.2530-2559
ยกเว้นปี พ.ศ.2548 ที่เกิดเหตุการณ์คลื่นสึนามิเข้าชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย

พระองค์ทรงประดิษฐ์ ส.ค.ส นี้ขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง
ซึ่งข้อความบน ส.ค.ส.จะแตกต่างกันไปตามเหตุการณ์บ้านเมืองในแต่ละปี
สค.ส.พระราชทานจึงเป็นสิ่งสะท้อนว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาใดบ้างนั่นเอง

Motion Graphic Plus จึงได้ขอน้อมนำเอา ส.ค.ส.พระราชทาน พ.ศ.2530-2559
ที่ถูกอัพโหลดขึ้นบนเว็บไซต์สำนักราชเลขาธิการ มาเผยแพร่ให้ทุกๆ ท่านได้ชมกันค่ะ

พ.ศ.2530
2530

พ.ศ.2531
2531

พ.ศ.2532
2532

พ.ศ.2533
2533

พ.ศ.2534
2534

พ.ศ.2535
2535

พ.ศ.2536
2536

พ.ศ.2537
2537

พ.ศ.2538
2538

พ.ศ.2539
2539

พ.ศ.2540
2540

พ.ศ.2541
2541

พ.ศ.2542
2542

พ.ศ.2543
2543

พ.ศ.2544
2544

พ.ศ.2545
2545

พ.ศ.2546
2546

พ.ศ.2547
2547

พ.ศ.2548 พระองค์ทรงไม่พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องจากในวันที่ 26 ธันวาคม 2547
ประเทศไทยได้ประสบกับเหตุการณ์คลื่นสึนามิเข้าชายฝั่งทะเลอันดามัน
ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก

พ.ศ.2549
2549

พ.ศ.2550
2550

พ.ศ.2551
2551

พ.ศ.2552
2552

พ.ศ.2553
2553

พ.ศ.2554
2554

พ.ศ.2555
2555

พ.ศ.25562556

พ.ศ.2557
2557

พ.ศ.2558
2558

พ.ศ.2559
2559

ขอขอบคุณ: สำนักราชเลขาธิการ