ข่าวปิดตัว GTH จีทีเอช

ข่าวสุดช็อค ทั้งวงการศุกร์ 13 พ.ย. 2558

กระแสข่าวลือในโลกออนไลน์เกี่ยวกับค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยอย่าง “จีเอ็มเอ็ม ไท หับ” หรือ “จีทีเอช (GTH)” ที่อ้างว่ามีแนวโน้มจะทำการปิดตัวลงภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากทีมผู้บริหารบางส่วนได้ทำการถอนหุ้นออกจากบริษัทเพราะปมปัญหาขัดแย้งภายในองค์กร

ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ (13 พ.ย.) ทีมผู้บริหารซึ่งนำโดย บุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารกลุ่ม บ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), นายวิสูตร พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บ. จีเอ็มเอ็ม ไทหับ จำกัด (จีทีเอช), น.ส.จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม, นายจิระ มะลิกุล และ นายยงยุทธ ทองกองทุน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงรายละเอียดของกระแสข่าวที่เกิดขึ้นให้เราฟังว่า…

บุษบา ดาวเรือง “ก่อนอื่นเลยต้องขอกล่าวสวัสดีและขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจและช่วยเหลือเราอย่างดีมาโดยตลอด และวันนี้เองเราก็มีความเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัทจีทีเอชมาบอกต่อ คือประมาณช่วงกลางปีที่ผ่านมาเราทั้ง ห้า คนได้มีการพูดคุยปรึกษาเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตของบริษัท ซึ่งทางไทเอนเตอ์เทนเม้นท์มีความเห็นว่าต้องการที่จำนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์”

“แต่ขณะเดียวกันทาง หับ โห้หิ้น บางกอก ก็เห็นว่าบริษัทยังไม่พร้อมที่จะเข้าตลาดในช่วงเวลานี้ ซึ่งสำหรับทางจีเอ็มเอ็มแกรมมี่แล้วก็มองเห็นข้อดีของการพัฒนาบริษัทไปในสองทิศทาง”

“แต่เมื่อผู้ถือหุ้นมีเป้าหมายที่ไม่ตรงกันเราก็มองว่าอาจจะนำมาซึ่งปัญหาในการบริหารจัดการ และก็จะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสามบริษัทในอนาคตได้ ดังนั้นพอเรามองเห็นว่าความเห็นเป็นเช่นนี้เราก็น่าจะที่จะตัดสินใจยุติการดำเนินงานของบริษัทจีทีเอช โดยจะมีผลในวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้”

“ซึ่งสิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญมากที่สุดในการตัดสินใจครั้งนี้ก็คือพนักงานของบริษัท ดังนั้นเราจึงตัดสินใจว่าจะช่วยดูแลเรื่องการจ่ายโบนัส การจ่ายค่าชดเชยให้ถูกต้องตามหลักกฏหมายทุกอย่าง และในส่วนของนักแสดงที่มีสัญญาผูกพันอยู่กับบริษัทเราก็ได้มีการพูดคุยให้ทุกคนรับทราบแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งในส่วนตรงนี้นักแสดงทุกคนก็มีสิทธิ์ในการตัดสินใจได้เช่นกันในเรื่องของสัญญาค่ะ”

“นอกจากนี้ในส่วนของสิทธิ์ในการจัดการบริหารภาพยนตร์และละครที่ผลิตในนามจีทีเอชที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะให้ทางจีเอ็มเอ็มแกรมมี่เป็นผู้บริหารจัดการสิทธิ์โดยมีการแต่งตั้งผู้มีอาจในการบริหารสิทธิ์อีกครั้ง และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่เราอยากจะเรียนให้ทุกท่านทราบค่ะ”

วิสูตร พูลวรลักษณ์ “ในเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้วผมก็คงต้องเรียนว่าผมมีอาชีพทำหนัง และตลอดระยะเวลา สามสิบ ปีที่ผ่านมาผมก็ทำแค่อาชีพเดียวนั่นก็คือการสร้างภาพยนตร์ ฉะนั้นถ้าถามว่าจากจุดตรงนี้เมื่อเรามองต่างคนต่างเดินแล้วเราจะทำอะไรกันต่อไปอีก ในส่วนผมเองก็คงที่จะสร้างภาพยนตร์ต่อและเปิดบริษัทใหม่ในอนาคต เพราะผมอยากเห็นภาพยนตร์ไทยเติบโตและเจริญไปข้างหน้าเรื่อยๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือสิ่งที่ผมเชื่อมั่น ผมเชื่อว่าแม้รถไฟของจีทีเอชจะจบที่สถานีนี้แต่มันก็ไม่ได้จบแค่นี้แน่นอน มันยังมีอีกหลายเส้นทางให้เราเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ และจากจุดนี้มันก็น่าจะช่วยให้หนังไทยได้เติบโตไปอีกมากเลยครับ”

จิระ มะลิกุล “หลังจากที่ผมมีโอกาสเข้ามาทำหนังไทยได้ 11ปี มันทำให้ผมได้รู้สึกว่าผมรักอาชีพนี้มาก และที่สำคัญก็ต้องขอบคุณคุณวิสูตรที่ช่วยสอนช่วยแนะแนวให้ผมได้ทำหนังในแนวที่คนไทยรักและชอบมาโดยตลอด นอกจากนี้แล้วผมก็ต้องขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยสนับสนุนเราจนทำให้ตลอดระยะเวลา 11ปี ที่ผ่านมานี้วงการหนังไทยดูคึกคักและมีความหวังมากขึ้น และผมเชื่อว่าภารกิจนี้มันยังไม่สิ้นสุด ผมยังอยากที่จะทำหนังต่อไปเรื่อยๆ ครับ”

จินา โอสถศิลป์ “ในส่วนของคนที่รักคนทำหนังทั้งสองฝ่ายหากพี่เก้งยังอยากที่จะทำหนังที่ดีอยู่ จินาในฐานะนักบริหารก็ยินดีที่จะบริหารงานให้พี่เก้ง ซึ่งจุดนี้เองเราก็คงที่จะเปิดบริษัทใหม่ส่วนรายละเอียดจะเป็นอะไรยังไงนั้นเราคงต้องแถลงข่าวอีกทีในเดือนธันวาคม”

บุษบา ดาวเรือง “สำหรับวันนี้เราก็ต้องขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งที่มาร่วมฟังการแถลงข่าว และอย่างที่คุณวิสูตรได้พูดไว้ การที่เรายุติรูปแบบของจีทีเอชแต่ในส่วนของความสัมพันธ์เราก็คงยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันอยู่ เพราะเราทุกคนต่างก็รักหนักและรักการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ให้ผู้ชม ส่วนบริษัทใหม่ที่จะเปิดตัวขึ้นมานั้นมีโครงสร้างอย่างไรบ้างคงต้องขอแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไปอีกที”

จุดเปลี่ยนสำหรับเรื่องนี้ก็คือประเด็นการนำเข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างเดียวเลยใช่ไหม

บุษบา ดาวเรือง “ใช่ค่ะ ไม่มีเรื่องอื่นใดๆ เข้ามาเกี่ยว เพราะเรื่องนี้สำหรับคนทำหนังคือเรื่องใหญ่มาก”

จิน่า โอสถศิลป์ “คือทัศนคติ เป้าหมาย รวมถึงแนวทางบริษัทค่อนข้างมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอย่างทางหับเองยังรู้สึกว่าไม่สามารถสู้กับภาวะความกดได้มากพอ การทำธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์เราจะต้องมั่นใจว่าเราพร้อมจริงๆ แต่ ณ ตอนนี้เราอาจจะยังไม่พร้อมมากก็เท่านั้นเอง”

เห็นว่ามีการจะเปิดบริษัทใหม่ด้วย อันนี้คือได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าใช่ไหม

จิน่า โอสถศิลป์ “ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้านะคะ เพียงแต่ว่าถ้าหากพี่เก้งอยากทำหนังอยู่พี่ก็ยินดีที่จะเข้าไปช่วยในการบริหารสิ่งที่พี่เก้งอยากทำให้มันเป็นรูปร่างก็เท่านั้นเอง”

ในส่วนของเราในฐานะผู้บริหารรู้สึกเสียดายแบรนด์และความผูกพันที่มีต่อแฟนๆ ไหม

บุษบา ดาวเรือง “อย่างที่บอกค่ะเรายังทำกันต่อ แม้จะไม่ใช้แบรนด์จีทีเอชแล้ว

ที่มา

http://news.sanook.com/1898734/