ตกแต่ง Fanpage ให้สวยดูดีอย่างมืออาชีพ ไม่ใช่กราฟิกดีไซเนอร์ก็ทำได้

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-f-marketing-01

ช่องทางการทำธุรกิจออนไลน์ในทุกวันนี้คงหนีไม่พ้น Facebook Fanpage ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหนก็ต่างมีเป็นของตัวเอง
และเจ้าของแฟนเพจเหล่านี้ก็คงอยากให้ร้านของตัวเองดูดี ดูสวย และน่าเชื่อถือในสายตาของผู้บริโภค
แต่ติดปัญหาตรงที่จะทำยังไงให้แฟนเพจดูสวยได้ดั่งใจในเมื่อเราไม่มีพื้นฐานงานดีไซน์เลย

Motion Graphic Plus จึงมาเสนอเทคนิคง่ายๆ ในการตกแต่งแฟนเพจให้ดูสวย ดูดี และดูเป็นมืออาชีพ
ซึ่งต่อให้คุณไม่ได้เป็นกราฟิคดีไซน์เทพๆ ก็สามารถทำตามได้ไม่ยากเลย

1.สร้างกราฟิกด้วยโปรแกรมไม่เป็น ก็ใช้เว็บสร้างซะเลย
ปัญหาใหญ่ของคนที่ไม่ใช่กราฟิกดีไซเนอร์คือใช้โปรแกรมไม่เป็น หรือใช้เป็นแต่อาจไม่คล่อง
ทางแก้ปัญหาง่ายๆ เลยก็คือหันไปใช้เว็บสร้างกราฟิกขึ้นมาแทน! ซึ่งเว็บไซต์ที่ว่านั้นก็คือ Canva
ที่แม้ว่าจะไม่สามารถสร้างงานเทพๆ ได้อย่างที่กราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพเค้าทำกัน
เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องเครื่องมือที่ไม่ครบครันเหมือนกับโปรแกรม
แต่ก็จัดว่ามากพอสำหรับการตกแต่งแฟนเพจของเราให้ออกมาดูดีไม่แพ้ใคร
สามารถศึกษาวิธีการใช้เพิ่มเติมได้ที่ สร้างงานกราฟิกผ่านเว็บไซต์ Canva ง่ายๆ ไม่ต้องใช้โปรแกรม

2.ภาพ Cover และภาพ Profile เป็นเซ็ตเดียวกัน
การกำหนดให้ภาพ Cover และภาพ Profile ที่แสดงบนหน้าแฟนเพจเป็นเซ็ทเดียวกันจะทำให้เพจของเราดูดีและมีเอกภาพ
โดยการทำภาพเซ็ทเดียวกันนั้นอาจกำหนดด้วยสีที่เป็นชุดสีเดียวกัน ฟ้อนต์เดียวกัน ภาพเดียวกันแต่คนละขนาด เป็นต้น

3.สัดส่วนของภาพพอดีกับวัตถุประสงค์การใช้งาน
ภาพที่นำมาใช้บน Facebook นั้นมีขนาดแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์
ไม่ว่าจะเป็นภาพ Profile, Cover, Poster, Linke และ Ads ประเภทต่างๆ
ล้วนมีขนาดของภาพที่แตกต่างกันออกไป เราจำเป็นต้องงสร้างงานออกมาให้มีสัดส่วนที่พอดีกับการใช้งาน
เพราะจะทำให้ภาพไม่ถูกบีบอัดจนรายละเอียดหายไป หรือถูกขยายจนไฟล์แตกนั่นเอง

4.ภาพสินค้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
อย่ามองข้ามเรื่องนี้ไปเชียว ต่อให้คุณจะทำภาพกราฟิกออกมาดีแค่ไหน
แต่ถ้าภาพสินค้าของคุณดูไม่สวย ไม่น่าซื้อล่ะก็แย่แน่ๆ แนะนำให้หาเวลาว่างสัก 2-3 ชั่วโมงมาจัดฉากสวยๆ
แล้วใช้กล้องดีๆ ถ่ายภาพสินค้าของคุณแต่ละชิ้นเพื่อเก็บไว้เป็นแคตตาล็อคในเพจ
หรือจะตกแต่งเพิ่มด้วยกราฟิกเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็สวยโดดเด่นแล้วล่ะค่ะ

ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะสำหรับเทคนิคในการตกแต่งแฟนเพจของคุณให้ดูดีได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์
แค่ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้ รับรองว่าแฟนเพจของคุณต้องดูดีเป็นมืออาชีพแน่ๆ ค่ะ

แต่ถ้าสำหรับใครที่คิดว่าแค่นี้ยังไม่พอ ยังอยากที่จะใช้กราฟิกในการพัฒนาแฟนเพจ
และแบรนด์สินค้าของตัวเองให้มีดูดีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น
การเรียนรู้งาน Graphic Design ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของท่านเลย
ท่านสามารถออกแบบงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจของท่าน
และยังสามารถสร้างกราฟิกขึ้นมาได้ด้วยตัวของท่านเองโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยไอเท็มที่มีอยู่อย่างจำกัดใน Canva อีกต่อไป
หากท่านสนใจที่จะเรียนรู้งาน Graphic Design สามารถคลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ
https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

 

5 คุณสมบัติที่ผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ทุกคนต้องมี

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด

การทำตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จคงเป็นความปรารถนาของคนทำธุรกิจทุกคน
แต่ก็มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ติดขัดจนถึงขั้นปิดกิจการกันไปเนื่องด้วยสาเหตุหลายๆ ประการ
หนึ่งในสาเหตุนั้นอาจเป็นเพราะขาดคุณสมบัติบางอย่างของการเป็นนักธุรกิจออนไลน์
ซึ่งวันนี้ Motion Graphic Plus ได้นำคุณสมบัติเหล่านั้นมาบอกเล่าให้ทุกๆ ท่านที่กำลังทำ
หรือคิดจะทำธุรกิจออนไลน์มาให้ได้ดูกัน จะมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลยค่ะ

1.รู้จักวางแผน
เป็นคุณสมบัติที่สำคัญและขาดไม่ได้ของนักธุรกิจออนไลน์ทุกประเภท
เพราะการตลาดที่ประสบความสำเร็จย่อมเกิดจากการวางแผนที่ดีและมีระบบ
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์การตลาด หรือว่าทุนก็ล้วนแต่ต้องการการวางแผนทั้งนั้น

2.มีความคิดสร้างสรรค์
กลยุทธ์ทางการตลาดแบบเดิมๆ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการทำตลาดแบบออนไลน์
เพราะไม่ว่าใครก็หันมาสร้างร้านค้าออนไลน์ของตัวเองซะหมด
การมีไอเดียใหม่ๆ จะช่วยให้แบรนด์ของคุณน่าสนใจและแตกต่างจากคนอื่น
หากยังขาดแรงบันดาลใจการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ลองศึกษาจากจากการตลาดเจ๋งๆ ของหลายๆ บริษัทที่เคยทำไว้
ไม่ก็เข้าร่วมงานสัมนาการตลาดบ่อยๆ จะช่วยให้คุณมีไอเดียเพิ่มขึ้นเยอะเลยล่ะ

3.อดทน
ไม่ว่าอาชีพไหนก็ต้องการคุณสมบัติข้อนี้ คุณจะไม่ประสบความสำเร็จเลยหากขาดความอดทน
และยิ่งกับธุรกิจออนไลน์ที่ต้องเริ่มต้นจากการทำให้แบรนด์ของตนเป็นที่รู้จัก สื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
แต่ก็ยังไม่ได้รับยอดขายโดยทันทีนั้น จะต้องใช้ความพยายามและอดทนเป็นอย่างมาก

4.ยืดหยุ่น
การเป็นคนยืดหยุ่นและยอมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งสำหรับผู้ทำตลาดออนไลน์ที่ต้องมี
เพราะธุรกิจดิจิตอลนั้นไม่มีคำว่าหยุดนิ่ง โลกเปลี่ยนไปยังไงการตลาดออนไลน์ก็เปลี่ยนไปอย่างนั้น
ผู้ทำธุรกิจจะต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากสิ่งที่ทำอยู่ไม่เวิร์ค หรือส่งผลไม่ดีเท่าที่ควร
ก็ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนไปหาแนวทางใหม่ๆ ที่ดีขึ้นและเข้ากับยุคสมัย

5.มีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ไม่ใช่เพียงแค่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่คุณต้องมีความสุขไปกับมันด้วย
ซึ่งต่อเนื่องจากข้อที่ 4. ที่บอกว่าการตลาดออนไลน์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เราจึงต้องสนุกไปกับหาคำตอบว่าการเปลี่ยนแปลงจนก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่ว่านั้นคืออะไรบ้าง
หากคุณหยุดนิ่ง ก็เท่ากับว่าการตลาดของคุณล้าสมัยกว่าคู่แข่ง ซึ่งนั่นจะทำให้คุณเสียเปรียบในหลายๆ ด้านเลยล่ะ

ลองสำรวจตัวคุณดูนะคะว่าคุณมีคุณสมบัติเหล่านี้ครบทั้ง 5 ข้อมั้ย
แม้ว่าปัจจัยในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจะไม่ได้มีแค่เพียงคุณสมบัติส่วนตัวของผู้ประกอบกิจการ
แต่ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าขาดไม่ได้เลยเช่นกันค่ะ

นอกจากนี้แล้ว ความรู้ในหลายๆ ด้านที่นอกเหนือไปจาก Marketing ก็จะเป็นสิ่งที่เอื้อให้การทำธุรกิจของคุณนั้นสะดวกมากยิ่งขึ้น
ยิ่งคุณมีความรู้รอบตัวมากเท่าไหร่ ปัญหาที่จะเกิดกับธุรกิจของคุณก็จะน้อยลงมากเท่านั้น
เป็นเหตุผลว่าทำไมการเป็นคนที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาถึงมีความจำเป็นสำหรับนักการตลาดออนไลน์ยุคนี้

และสำหรับนักธุรกิจออนไลน์ท่านใดสนใจที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ของตัวเอง
ตลอดจนต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของคุณด้วย Graphic Design แล้วล่ะก็
สามารถคลิ๊กที่ภาพข้างล่างนี้เพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ

graphic-02

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

คำถาม 5 ข้อที่ต้องตอบให้ได้ก่อนสร้างแบรนด์ของตัวเอง

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด

เพราะความสะดวกและรวดเร็วของเทคโนโลยีสมัยนี้ที่ทำให้การซื้อขายออนไลน์เป็นไปอย่างง่ายดาย
ใครๆ ก็หันมาทำธุรกิจออนไลน์กันทั้งนั้น รวมไปถึงแบรนด์ใหม่ๆ ก็ผุดขึ้นมากันเป็นดอกเห็ด
หากคุณเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ทำธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการจะสร้างแบรนด์ของตัวเองแล้วล่ะก็
ต้องระลึกไว้เสมอว่าคู่แข่งบนตลาดออนไลน์ของเรานั้นไม่ใช่น้อยๆ เลย ก่อนจะทำอะไรนั้นก็ต้องคิดให้ดี
Motion Graphic Plus จึงได้เอาคำถามทางธุรกิจมาให้ทุกคนได้ขบคิดกันก่อนจะสร้างแบรนด์ของตัวเอง
มาดูกันซิว่าคุณจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ครบทุกข้อมั้ย

1.แบรนด์ของคุณมีที่มาที่ไปยังไง?
คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับคำถามนี้สักเท่าไหร่
แต่การที่คุณรู้ว่าแบรนด์ของคุณเกิดขึ้นได้ยังไงนั้น จะทำให้คุณรู้ว่าทำไมคุณถึงสร้างมันขึ้นมา
แล้วคุณก็สามารถเอาคำตอบนี้ไปใช้ในการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าและอธิบายคุณค่าสินค้าของคุณเอง

2.มีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากแบรนด์อื่นยังไง?
คำถามนี้สำคัญมากๆ เพราะความแตกต่างจากแบรนด์อื่นจะถือเป็น “ความพิเศษ” ที่มีแต่แบรนด์ของคุณเท่านั้นที่มี
และเมื่อคุณนำเสนอความพิเศษนี้สู่สายตาผู้บริโภค แบรนด์ของคุณก็จะน่าสนใจและไม่กลืนไปกับแบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาด
แต่ถ้าหากตอบคำถามนี้ไม่ได้ล่ะก็ คุณต้องคิดทบทวนเรื่องการสร้างแบรนด์ใหม่ซะแล้ว

3.ส่วนประกอบหรือวัสดุที่เอามาผลิตแบรนด์มีอะไรบ้าง?
การรู้ถึงส่วนประกอบหรือวัสดุของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงแหล่งในการหาซื้อส่วนประกอบนั้นๆ
จะทำให้คุณสามารถคาดเดาต้นทุนในการผลิตได้ ซึ่งเรื่องต้นทุนนี้เป็นสิ่งแรกๆ ที่คุณควรนึกถึงก่อนจะลงมือสร้างแบรนด์

4.ผลิตภัณฑ์ถูกสร้างขึ้นมายังไง?
วิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ก็สำคัญไม่แพ้ส่วนประกอบหรือวัสดุเลย เมื่อคุณสามารถตอบคำถามนี้ได้
คุณจะวิเคราะห์ได้ว่ากระบวนการสร้างแบรนด์ของคุณนั้นยุ่งยากเกินไปรึเปล่า ถ้ามันยุ่งยาก
คุณจะทำยังไงให้มันง่ายและประหยัดเวลาโดยที่คุณภาพสินค้าของคุณยังคงเดิม

5.อะไรบ้างที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์เรา
ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์ของเราก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องคิด เพราะเราจะนำตรงนี้มาเป็นจุดขายได้
ไม่ใช่สักแต่ว่าเราอยากขาย แต่ลูกค้าไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย แบบนี้แบรนด์ไปไม่รอดแน่ๆ

เป็นยังไงกันบ้างคะ ตอบคำถามกันได้ทุกข้อรึเปล่า?
หากคุณสามารถตอบได้ทุกข้อ ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ของคุณแล้วล่ะค่ะ

หากคุณต้องการจะเพิ่มประสิทธิภาพให้แบรนด์ของคุณด้วยตัวคุณเอง
ก็อย่ามองข้ามเรื่องชื่อแบรนด์ โลโก้ และแพ็คเก็จสินค้าด้วยนะคะ
เพราะมันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะดึงดูดลูกค้าเข้ามาสู่แบรนด์ของคุณนั่นเอง
หากใครสนใจจะสร้างโลโก้และออกแบบแพ็คเกจให้กับสินค้าของตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
Graphic Design จะเป็นคำตอบให้กับคุณค่ะ หากใครสนใจสามารถคลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ
https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

 

5 ข้อผิดพลาดที่ผลักให้ธุรกิจของคุณลงไปสู่ปากเหว

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด

ในการทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายๆ ประการ
คนทำธุรกิจออนไลน์บางคนอาจจะเคยประสบปัญหาธุรกิจไปได้ไม่ดี ไม่รุ่งอย่างที่หวัง
Motion Graphic Plus จึงได้รวบรวมข้อผิดพลาดของคนทำธุรกิจออนไลน์ที่อาจทำให้ธุรกิจของคุณไปสู่ปากเหวได้
มาเช็คกันดีกว่าว่าเราทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่รึเปล่า

1.ขาดการวางแผน
ไม่ว่าจะทำการตลาดประเภทไหน การวางแผนย่อมสำคัญที่สุด
แผนจะทำให้รู้ว่าธุรกิจของเราควรดำเนินไปในทิศทางไหน และเพื่อจุดประสงค์อะไร
หากไม่วางแผนและบริหารไปตามที่ใจอยาก เราอาจต้องเสียทั้งเวลา เงิน และโอกาสดีๆ ไปไม่น้อย
โดยเราจะต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของผู้บริโภค กลยุทธ์ของคู่แข่ง ช่องทางการเผยแพร่และจัดจำหน่าย
พร้อมทั้งวิเคราะห์งบประมาณ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคที่น่าจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของเราด้วย

2.ไม่กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
การกำหนดกลุ่มและจำนวนเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้เรารู้ว่าควรจะบริหารธุรกิจอย่างไรให้ตรงใจผู้บริโภค
เพราะต่างคนก็ต่างความคิด ต่างความต้องการ เราไม่สามารถโปรโมทแบรนด์ให้ถูกใจคนทุกกลุ่มได้
จะดีกว่ามั้ยถ้าหันมากำหนดกลุ่มเป้าหมายสักกลุ่มนึง แล้วเสนอในสิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการจะได้จริงๆ

3.ใจร้อน รอไม่ได้
การจะทำตลาดนั้นต้องอาศัยเวลากว่าที่ผลลัพธ์จะออกมาเป็นตัวเป็นตน
เพราะลูกค้าต้องใช้เวลาในการตัดสินใจก่อนจะจ่ายเงินเพื่อซื้ออะไรสักอย่าง
หากใจร้อน ด่วนตัดสินผลสรุปตั้งแต่เนิ่นๆ และเปลี่ยนแผนการตลาดโดยไม่รอดูผลลัพธ์ในระยะยาว
จะทำให้ธุรกิจของเราไม่มีประสิทธิภาพ

4.ไม่ติดตามผล
เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยในการทำตลาดออนไลน์ที่เราต้องหมั่นติดตามผลที่ได้จากการลงทุนลงแรงของเรา
ว่ามันส่งประสิทธิภาพได้ตามเป้าหมายที่วางไว้มากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้เอามาปรับปรุงการบริหารงานในอนาคต
โดยทุกวันนี้เรามีเครื่องมือดีๆ อย่าง Google Analytics ที่ช่วยวิเคราะห์กลุ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
เราสามารถเอาข้อมูลที่มาจากการวิเคราะห์นี้มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงธุรกิจของเราต่อไป

5.ใช้งานทุกโซเชียล
การจะใช้งาน Social Media สักอันจะต้องวางแผนดีๆ เพราะแต่ละเครือข่ายย่อมมีผู้ติดตามในเครือข่ายนั้นๆ
เราต้องอัพเดทข้อมูลข่าวสารและ Content ที่มีประสิทธิภาพในทุกๆ Social Media ที่เราใช้
หากมี Social Media Account มากเกินไปจะทำให้เราบริหารงานได้ไม่ทั่วถึง กลายเป็นเว้าๆ แหว่งๆ ไม่มีประสิทธิภาพ

และนี่ก็คือพฤติกรรมที่ไม่ควรนำมาใช้ในการทำธุรกิจออนไลน์นะคะ
ไม่อย่างงั้นอาจจะก้าวพลาด จนต้องประสบปัญหากับการทำธุรกิจก็ได้

และสำหรับนักธุรกิจออนไลน์ท่านไหนที่อย่างเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การตลาดของคุณ
Graphic Design ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ยอดขายของคุณเพิ่มขึ้น
หากสนใจเรียนรู้งาน Graphic สามารถคลิกลิงค์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ
https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

 

เทคนิคเลือกช่วงเวลาโพสต์ Content ให้คนเห็นเยอะ

facebook-Algorithm-Reach-socialmedia-DigitalMarketing

สำหรับคนทำธุรกิจบน Facebook คงรู้กันดีว่า Content Marketing เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ
เพราะนอกจาก Content จะให้ในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการแล้ว
ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างความตระหนักรู้ ตลอดจนโปรโมทแบรนด์ของเราไปด้วย

แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือการปรับ Algorithm ของ Facebook ที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนและครอบครัวมากกว่า
จนทำให้โพสต์ของแฟนเพจแสดงบนหน้า News Feed น้อยลงจนเหลือไม่ถึง 10%
การทำตลาดด้วย Content บน Facebook จึงไม่ง่ายดายเหมือนเมื่อก่อน
เราต้องคิดแล้วว่าควรจะทำยังไงให้ Content ของเราออกสู่สายตาของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
ซึ่งปัจจัยสำคัญหนึ่งนั้นก็คือช่วงเวลาที่เราทำการโพสต์ Content นั่นเอง

วันนี้ Motion Graphic Plus จึงได้มาแนะนำการเลือกเวลาโพสต์ Content บน Facebook ให้กับทุกท่าน
ซึ่งการโพสต์ Content นั้นไม่มีช่วงเวลาที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับช่วงวัยและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางไหน
แต่รวมๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานหรือวัยเรียน ก็มักจะเล่น Facebook ในตอนเย็นๆ ประมาณ 5 โมงเย็น – 3 ทุ่ม
เพราะเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่ต้องการพักผ่อนหลังจากเรียนหรือทำงานมาทั้งวัน และยังไม่ดึกเกินไปที่จะเข้านอนอีกด้วย

แต่เราไม่ได้บอกให้คุณโพสต์ในเวลานี้

เพราะช่วงเวลา 17.00-21.00 ที่บอกมานั้นถือเป็นช่วง Peak Time ที่นอกจากคนจะ Active กันเยอะแล้ว โพสต์ต่างๆ ก็เยอะตามไปด้วย
ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ของเพื่อนของกลุ่มเป้าหมายเอง รวมไปถึงโพสต์จากแฟนเพจอื่นๆ ที่เขาติดตามอีก
ซึ่งการโพสต์ในช่วงเวลา Peak Time นี้อาจทำให้โพสต์ของเราถูกเบียดจนหายไปเลยก็ได้

ดังนั้นลองเลื่อนเวลาเล็กน้อยให้ห่างจากช่วง Peak Time สัก 1-2 ชั่วโมง จะทำให้โพสต์ของคุณถูกเห็นมากขึ้น

แต่จะยังไงก็ตามก็อย่าเพิ่งเชื่อสนิทใจนะคะ เพราะบางทีกลุ่มเป้าหมายของคุณอาจมีช่วงเวลา Active ที่ต่างออกไป
เพื่อให้แน่ใจว่า Content ของคุณจะถูกเห็นจริงๆ ก็ลองโพสต์ในช่วงเวลาแต่ละช่วงดู สัก 3-4 ช่วงเวลา
ทำซ้ำๆ สัก 1-2 อาทิตย์ แล้วสำรวจดูว่า Content ของคุณได้รับการตอบสนองในช่วงเวลาไหนมากที่สุด
จากนั้นก็นำมาปรับเรื่อยๆ ก็ไม่เสียหายอะไร

เป็นยังไงบ้างคะกับเทคนิคการเลือกช่วงเวลาโพสต์ที่เรามาแนะนำให้ทุกคนได้ทราบกัน
ก็อย่าลืมนำมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจของคุณดูนะคะ และนอกจากเวลาโพสต์ที่เราต้องให้ความสำคัญแล้ว
เนื้อหาและรูปแบบของ Content เองก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย
เมื่อเราได้ช่วงเวลาที่คิดว่าคนจะเห็นโพสต์ของเรามากที่สุดแล้ว ก็ลองปรับรูปแบบ Content ให้น่าสนใจขึ้นด้วยก็ไม่เลวนะคะ
อาจจะทำเป็นวีดีโอ หรือ infographic สวยๆ สักภาพสองภาพ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้การตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ยาก
หากใครสงสัยว่า infographic คืออะไร มีความสำคัญกับ Content Marketing มากขนาดไหน
พร้อมทั้งอยากเรียนรู้งาน Graphic Design ด้วย สามารถคลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ
https://www.motiongraphicplus.com/graphic-design

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ @ นะคะ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial