การ outline stroke และการ create outline

สวัสดีครับเราจะมาพูดถึงความสำคัญของการ outline stroke และการ create outline ในโปรแกรม illustrator กันครับ
หลายๆ คนคงไม่รู้ว่ามันสำคัญยังไง มันมีหน้าที่ยังไงแค่มีคนบอกว่าก่อนส่งงานให้ทำด้วย วันนี้เราจะมาอธิบายแบบง่ายๆ ให้เข้าใจครับ
เราไปดูกันดีกว่า !

create outline นั้นจะใช้กับ font ทำให้ font ที่เราเลือกกลายเป็นวัตถุ หรรือ shape(สามารถใช้ path finder หรือ แยกชิ้นๆ ได้)

ข้อดีคือเมื่อเรา create outline แล้วนั้นเราสามารถส่งไฟล์ ai ของเราให้ใครก็ได้แบบสบายใจเพราะ font ในไฟล์ของเราถูกเปลี่ยนเป็น shape แล้ว
ถ้าหากเราส่งงานให้คนอื่นโดยไม่ create outline แล้วในเครื่องของเขาไม่มี font ของเรา font ที่เราใช้จะมีปัญหาทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากตามมา

ข้อเสียของการ create outline คือเมื่อเราทำการ create outline ไปแล้วจะทำให้เรากลับมาแก้ไขข้อความได้ลำบากมากๆ
หรือไม่ก็ต้องพิมพ์ข้อความใหม่เลยควรจะตรวจสอบข้อความให้แน่ใจว่าถูกต้องก่อนที่จะ create outline

สรุป
ข้อดี ทำให้สามารถส่งไฟล์ ai ให้คนอื่นทำงานต่อได้โดยไม่ต้องกลัวว่า font จะเด้ง
ข้อเสีย แก้ไขยาก ควรตรวจสอบข้อความให้แน่ใจว่าถูกต้องก่อนจะ create outline

*การส่งไฟล์ ai ให้คนอื่นควรจะ create outline ไว้เสมอเพื่อป้องกันการ font เด้ง ให้เราcreate outline และส่ง font ที่เราใช้ไปด้วยกัน *

outline stroke นั้นจะคล้ายๆ กับการ create outline แต่จะเป็นการเปลี่ยนจาก stroke ให้เป็น shape แทน

 

การ outline stroke นั้นจะทำให้เส้น stroke กลายเป็น shape เมื่อมีการขยายหรือหดรูปทำให้เส้นของเรามีการเปลี่ยนแปลง
ตามการขยายหรือหดนั้น

ถ้าหากเราทำการ outline stroke แล้วเรามีการเปลี่ยนแปลงของขนาดวัตถุจะทำให้เส้นนั้นมีการเปลี่ยนแปลงขนาดตามวัตถุ
(เปลี่ยนเส้นให้เป็น shape ทำให้การย่อขยายใช้หลักการเดียวกับการย่อขยายวัตถุปกติแต่ถ้าหากไม่ทำการ outline stroke
ขนาดเส้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติไปจากที่ควรเป็นเช่น เมื่อหดรูปเส้นจะไม่เล็กตามไปด้วยเส้นจะมีความหนาเท่าเดิม
แต่ที่เล็กลงจะมีแค่วัตถุของเรา)

จะเห็นว่าถ้าไม่ outline stroke ไม่ว่าจะขยายหรือหดรูป เส้นก็จะมีขนาดเท่าเดิม

เมื่อ outline stroke แล้วขนาดเส้นจะเปลี่ยนไปตามขนาดของวัตถุด้วย

ข้อเสียของ outline stroke จะเหมือนกันกับ create outline คือจะแก้ไขได้ยากถ้าหากต้องการเพิ่มขนาด

* การที่จะ outline stroke ต้องให้แน่ใจว่าจะใช้แบบนี้แน่นอน ไม่ปรับขนาดเพิ่มแล้วแน่ๆ แนะนำให้ใช้ตอนเสร็จงานพร้อมส่ง
หรือก่อนส่งต่อให้คนอื่นทำงานต่อ *

สรุป
ข้อดี ทำให้เส้นของเรากลายเป็น shape เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของวัตถุจะทำให้เส้นมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย (ถ้าไม่ Outline stroke ขนาดของเส้นจะไม่เปลี่ยนแปลงตามวัตถุ)
ข้อเสีย จะแก้ไขขนาดเส้นได้ยาก ควรจะแน่ใจก่อนที่จะใช้

รู้จักกับ Pantone

สวัสดีครับ วันนี้เราจะแนะนำให้รู้จักกับ pantone ใน illustrator กันครับ
บางคนอาจจะรู้จักแล้วว่ามันคืออะไร บางคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร มันมีในโปรแกรม illustrator ด้วย?
เราจะไปดูกันว่ามันคืออะไร

Pantone คือสีพิเศษที่ใช้สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสีสากล ทุกๆสีของ pantone จะมีหรัสอยู่เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าคือสีอะไร

Pantone ใช้สำหรับการพิมพ์เป็น spot colorหรือสีพิเศษ pantone เวลาที่พิมพ์จะเป็นสีที่แทบจะไม่เพี้ยน
เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความตรงเรื่องสี

แล้วสี pantone ไปอยู่ตรงไหนของโปรแกรม illustrator ?

สำหรับโปรแกรม illustrator ให้เราไปที่ window > swatch libraries > color books > pantone จะมีให้เลือกมากมาย

เมื่อกดแล้วจะปรากฏแถบสี pantone มาจำนวนมากเวลาใช้ก็แค่เลือกวัตถุที่จะใส่สีแล้วจิ้มสีที่ชอบได้เลย

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าสีนี้คือสีอะไร / หรัสอะไร

ให้เราเลือกวัตถุที่เราใส่สี pantone ไปแล้วต้องการจะรู้ว่าคือสีอะไร

ไปที่ color (ใครไม่มีให้ไปที่ window > color) กดแถบเล็กๆด้านขวาบน(ข้างล่าง x) เลือกที่ Show option

แค่นี้เราก็จะเห็นว่าสีนี้คือสีอะไร หรัสอะไรแล้ว
หวังว่าความรู้เรื่อง pantone จะช่วยให้ทุกคนทำงานได้ง่ายขึ้นนะครับ ^^

มาสร้าง brush ใน Ai ของตัวเองกัน

การสร้าง Art brush ด้วยตัวเอง

 

สวัสดีครับวันนี้จะมาสอนเกี่ยวกับการสร้าง brush ใน Illustrator กันครับ เพียงไม่กี่วิธีง่ายๆ และที่สำคัญเราสามารถสร้างเองได้ด้วย !!
เราไปดูกันดีกว่าว่าทำกันอย่างไร

brush จะอยู่ที่ window > Brush เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาเราจะเจอหัว brush จำนวนมาก

การสร้าง brush


ขั้นที่1
สร้าง brush ที่เราต้องการขึ้นมา (จะเป็นอะไรก็ได้ สร้างเองได้ตามใจ)

ขั้นที่ 2
เลือกทั้งหมด

ขั้นที่ 3
กดที่ New Brush

ขั้นที่ 4
จะขึ้นหน้าต่างมาให้เราเลือกชนิดของ brush ให้เลือก art brush

ขั้นที่ 5
เมื่อกดเลือกไปแล้วจะขึ้นหน้าต่างเพื่อตั้งค่าของ Brush

 

ขั้นที่ 6
ปรับตามใจชอบ(แนะนำปรับแค่ที่ Direction ที่เป็นลูกศร ปรับตรงนี้เพื่อเปลี่ยนทิศทางของ Brush ของเรา)
เมื่อเลือกทิศต่างๆ ก็จะได้เส้นที่แตกต่างกันออกไป เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วกด ok

ขั้นที่ 7
เราก็จะได้ Brush ของเราเองแล้วจากนั้นก็ไปลอง Brush ของเราโดยใช้ Paintbrush tool(B) ในแถบอุปกรณ์ และลองวาดดู

*ถ้าหาก Brush ที่เราสร้างมาไม่ตรงกับที่เราต้องการเราก็สามารถลบได้โดยการเลือก Brush นั้นแล้วกดที่ลบ (รูปถังขยะ)

สำหรับท่านที่สนใจเรียน AI Illustrator cc แบบลงลึกให้เข้าใจถึงรากฐานของงาน Graphic Design
จะมีทั้งแบบ Online ที่ปรึกษาอาจารย์ได้จริง CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/ai

สำหรับหรือต้องการเรียนสด CLICK

 

บทสัมภาษณ์และความคิดเห็นผู้ที่ได้เข้า Workshop ที่  Motion Graphic Plus




เรียนกราฟฟิก

 

ความแตกต่างระหว่างไฟล์ JPG และ PNG

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของไฟล์ .PNG และ .JPG กันครับ
หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่ามันต่างกันยังไง หรือไฟล์ไหนๆ ก็เหมือนกันแหละใช้ได้หมด จริงๆ แล้วทั้ง 2 ไฟล์มีความแตกต่างกันอยู่ครับและจำเป็นต่อการทำงานด้วยโดยเฉพาะการทำงานที่ต้องเกี่ยวกับรูปภาพอย่าง Photoshop วันนี้เราจะมาอธิบายให้เข้าใจว่าไฟล์ PNG และ JPG
แตกต่างกันอย่างไร เราไปดูกันครับ

1. ไฟล์ JPG
ไฟล์ JPG นั้นเป็นไฟล์สำหรับเก็บภาพถ่ายดิจิตอล ไฟล์ JPG นั้นจะมีขนาดที่เล็กทำให้สามารถจัดเก็บหรือส่งไฟล์ได้ง่ายและเป็นที่นิยมมากๆ เป็นไฟล์ที่ใช้การบีบอัดสูง

2.ไฟล์ PNG ไฟล์ PNG นั้นจะมีความละเอียดของภาพมากกว่า JPG ทำให้ไฟล์มีขนาดที่ใหญ่กว่าแต่ก็มีความคมชัดของภาพมากกกว่า และข้อดีของไฟล์ PNG คือสามารถ saveไฟล์ที่มีลักษณะของพื้นใสได้ (JPG ไม่สามารถเซฟได้)

*เมื่อ save ไฟล์ JPG ใน Photoshop ถึงแม้เราจะทำพื้นใสแล้วก็ตาม เมื่อ save ออกมาเป็น JPG ไฟล์ที่ได้ก็จะมีพื้นขาวอยู่ดีไม่สามารถเป็นพื้นใสได้*

 

*แต่กับไฟล์ PNG นั้นเมื่อทำพื้นใสและ save ออกมานั้นมันจะทำพื้นใสให้เราด้วย แต่จะแลกมากับไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ JPG เห็นได้จากเวลา save รูปที่นานกว่าอย่างเห็นได้ชัด*

เมื่อนำไฟล์ทั้ง 2 ไฟล์มามาเทียบกันจะเห็นว่าขนาดไฟล์ของ PNG จะใหญ่กว่า JPG อย่างเห็นได้ชัด (เป็นไฟล์ภาพเดียวกันแต่ save 2 แบบ)

 

และถ้าหากเรานำไฟล์ทั้ง 2 มาเปิดใน Photoshop จะเห็นถึงความแตกต่าง

ไฟล์ JPG จะเปิดมาเป็นพื้นขาวๆ ปกติ

แต่ไฟล์ PNG จะเปิดออกมาเป็นพื้นตารางๆ ซึ่งใน Photoshop พื้นตารางๆ หมายถึงไม่มีพื้นหลังหรือพื้นใสนั่นเอง

การเลือกใช้ไฟล์ JPG และ PNG นั้นควรดูความเหมาะสม ถ้าต้องการส่งรูปภาพที่มีความละเอียดสูงๆ หรือพื้นใสควรเป็น PNG แต่ถ้าต้องการส่งรูปภาพที่ปกติไม่พื้นใส ส่งรูปภาพเล่นกับเพื่อน JPG ก็เพียงพอแล้ว

สำหรับท่านที่สนใจเรียน AI Illustrator cc แบบลงลึกให้เข้าใจถึงรากฐานของงาน Graphic Design
จะมีทั้งแบบ Online ที่ปรึกษาอาจารย์ได้จริง CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/ai

สำหรับหรือต้องการเรียนสด CLICK

Graphic Academy

 

บทสัมภาษณ์และความคิดเห็นผู้ที่ได้เข้า Workshop ที่  Motion Graphic Plus




เรียนกราฟฟิก

 

 

เทคนิคเจ๋งๆ กับ polygon tool

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาสอนเทคนิคเกี่ยวกับ polygon tool ใน illustrator กันครับ
polygon tool นั้นนอกจากจะสร้าง 6 เหลี่ยมแล้วยังสร้างรูปทรงอื่นหรือสามารถประยุคใช้อย่างอื่นได้อีกด้วย เราไปดูกันดีกกว่า

polygon tool เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างวัตถุที่มีหลายๆ เหลี่ยมได้แต่มันสามารถสร้างได้มากกว่า 6 เหลี่ยมมันสามารถ
สร้างได้มากกว่าหรือน้อยกว่านั้นได้เพียงแค่เรากดไปที่ polygon tool จากนั้นคลิ๊กที่ไหนก็ได้ 1 ทีจะเกิดหน้าต่างขึ้นมา

 

จะมีช่องที่เขียนว่า sides เราสามารถแก้ไขเพื่อเพิ่ม – ลดเหลี่ยมได้ตามใจชอบหรือเราสามารถสร้าง 3 เหลี่ยมก็ได้เพียงแค่ตั้งค่าsides ไปที่ 3 เราก็จะได้ 3 เหลี่ยมแล้ว

นอกจากการสร้างเหลี่ยมแล้วเราก็สามารถนำมาใช้สร้างดอกไม้ได้อีกด้วยเพียงแค่ไม่กี่วิธีง่ายมากๆ

เริ่มจากสร้าง polygon ขั้นมาจะกี่เหลี่ยมก็ได้ตามใจเรา

จากนั้นให้ไปที่ effect > Distort & Tranform > Pucker & bloat เมื่อกดไปจะปรากฏหน้าต่างขึ้นมา

จากนั้นให้เราติ๊กตรง preview เพื่อที่เราจะได้สามารถเลือกได้ตามที่เราต้องการ และในหน้าต่างจะมีให้ใส่ตัวเลขเป็น% หากเราเลือกปรับไปด้านขวา ให้ % มากขึ้นเรื่อยๆ มุมต่างๆ จะมนโค้งและเกิดรูปทรงคล้ายดอกไม้ขึ้น

แต่ถ้าเราเลือกไปอีกด้านหนึ่งที่ % ติดลบมุมต่างๆ จะแหลมขึ้นทำให้เกิดลักษณะรูปทรงคล้ายประกาย ดาว เมื่อได้ที่ต้องการแล้วกด ok

เพียงง่ายๆ เราก็สามารถสร้างรูปทรงใหม่ๆ ได้แล้วถือเป็นเทคนิคเล็กน้อยที่สร้างจากรูปทรง polygon

สำหรับท่านที่สนใจเรียน AI Illustrator cc แบบลงลึกให้เข้าใจถึงรากฐานของงาน Graphic Design
จะมีทั้งแบบ Online ที่ปรึกษาอาจารย์ได้จริง CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/ai

สำหรับหรือต้องการเรียนสด CLICK

Graphic Academy

 

บทสัมภาษณ์และความคิดเห็นผู้ที่ได้เข้า Workshop ที่  Motion Graphic Plus




เรียนกราฟฟิก

 

มารู้จักกับ path finder กัน

สวัสดีครับวันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ path finder ในโปรแกรท illustrator กันครับ
path finder เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ใช้งานกันบ่อยมาก เราไปดูกันดีกว่า

path finder นั้นเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้กันบ่อยมากๆ path finderนั้นอยู่ที่ Window > path finder
เมื่อเปิดมาแล้วจะมีหน้าต่างขึ้นมา

ในหน้าต่างของ path finder นั้นจะมีให้ใช้หลักๆ อยู่ 10 อย่าง

แบ่งออกเป็น Shape modes 4 อย่าง และ pathfinders 6 อย่าง

Shape modes
– unite
– minus front
– Intersect
– exclude

pathfinder
– divide
– trim
– merge
– crop
– outline
– minus back

Unite
คือการรวมวัตถุให้เป็นชิ้นเดียวกัน แต่ถ้าวัตถุคนละสีจะเปลี่ยนให้เป็นสีเดียวกันทั้งหมด

Minus front
คือการเจาะภาพ (เจาะวัตถุที่ซ้อนทับกันโดยเจาะส่วนที่อยู่ด้านบนและโดนทับออกเหลือแต่วัตถุที่อยู่ด้านหลังและไม่โดนทับ)

Intersect
คือการตัดภาพ (เอาแต่ส่วนที่ทับกัน)

Exclude
คือการตัดภาพ ( ตัดส่วนที่ทับกันออกเหลือแต่ที่ไม่ทับกัน)

Divide
คือการตัดภาพ เมื่อตัดแล้วสามารถกด ungroup แล้วแยกออกมาเป็นชิ้นๆ ได้การตัดด้วย Divide นั้นจะตัดทุกส่วนที่ทับกันแต่ไม่ได้ลบหายไปเพียงแค่ตัดให้เป็นชิ้นๆ เท่านั้น (เหมือนแยกส่วน)

Trim
คือการตัดภาพ เมื่อตัดแล้วสามารถกด ungroup แล้วแยกออกมาเป็นชิ้นๆ ได้ Trim นั้นจะตัดโดยเอาแต่ส่วนที่อยู่ด้านบนส่วนที่ถูกทับจะถูกลบไป

Merge
คือการรวมวัตถุแต่จะแตกต่างกับ Unite ตรงที่เราสามารถ ungroup แล้วดึงออกมาเป็นชิ้นๆ ได้ (เหมือนแยกส่วน) และจะรวมโดยแยกสีไม่เปลี่ยนสีให้เหมือน Unite

Crop
คือการครอปภาพหรือรูปทรงโดยจะครอปรูปที่อยู่ด้านล่างให้ขนาดเท่ากับรูปทรงที่อยู่ด้านบน

Outline
เมื่อกดแล้วรูปทรงทั้งหมดจะเหลือเป็นแค่เส้นเท่านั้น

Minus back
จะเหมือนกับ Minus front ทุกอย่างแต่สลับกันแค่จะเหลือแต่วัตถุที่อยู่ด้านบนและไม่โดนทับ

สำหรับท่านที่สนใจเรียน AI Illustrator cc แบบลงลึกให้เข้าใจถึงรากฐานของงาน Graphic Design
จะมีทั้งแบบ Online ที่ปรึกษาอาจารย์ได้จริง CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/ai

สำหรับหรือต้องการเรียนสด CLICK

Graphic Academy

 

บทสัมภาษณ์และความคิดเห็นผู้ที่ได้เข้า Workshop ที่  Motion Graphic Plus




เรียนกราฟฟิก

 

 

เทคนิคเจ๋งๆ ในการสร้าง wave

 

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสอนการสร้าง wave แบบง่ายๆด้วยโปรแกรม illustrator กันครับ
แม้แต่คนที่ไม่เคยเรียนillustrator มาก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงไม่กี่ขั้ตอนเท่านั้น

เราไปดูกันดีกว่าว่าทำอย่างไร !!

ขั้นที่ 1
สร้างเส้นขึ้นมา 1 เส้น

ขั้นที่ 2
ทำการ copy เส้นนั้นไว้ข้างล่างเส้นแรก

ขั้นที่ 3
จากนั้นให้เรากด ctrl + d เพื่อจะทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนได้จำนวนเส้นที่เราต้องการ

ขั้นที่ 4
เปลี่ยนสี ขนาด เส้นตามใจชอบ

ขั้นที่ 5
เลือกเส้นทั้งหมดแล้วไปที่ object > envelope distort > make with mesh จะเป็นการสร้างตารางเพื่อจะขยับเส้นข้างในได้

ขั้นที่ 6
เมื่อกดเข้าไปแล้วจะขึ้นหน้าต่างมาโดยจะมี rows และ columns ซึ้งถ้าค่าทั้ง 2 เยอะขึ้นความละเอียดของตารางที่ใช้ในการขยับจะเยอะขึ้นด้วย (Rows คือเส้นแนวนอน Columns คือเส้นแนวตั้ง)

ขั้นที่ 7
เมื่อเราได้ตามที่ต้องการแล้วก็กด ok จะขึ้นเป็นตารางมาบนเส้นที่เราสร้างไว้ก่อนหน้านี้

ขั้นที่ 8
เราสามารถดึงรูปได้โดยใช้ลูกศรขาว (อยู่ข้างๆลูกศรดำ(Move tool)ในแถบอุปกรณ์ด้สนซ้าย )โดยให้เราคลิ๊กไปที่จุดตัดของตารางจะปรากฏจุดสีขาวขึ้นมา เราสามารถดึงไปทิศทางต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็น wave ได้

ขั้นที่ 9
เสร็จแล้ว !!

ข้อควรระวัง
หากเรา make with mesh ไปแล้วเราจะไม่สามารถเปลี่ยนความหนาของเส้น เปลี่ยนสี หรือแก้อะไรเกี่ยวกับเส้นได้เลย ควรแก้ให้เรียบร้อยก่อนกด !

สำหรับท่านที่สนใจเรียน AI Illustrator cc แบบลงลึกให้เข้าใจถึงรากฐานของงาน Graphic Design
จะมีทั้งแบบ Online ที่ปรึกษาอาจารย์ได้จริง CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/ai

สำหรับหรือต้องการเรียนสด CLICK

Graphic Academy

 

บทสัมภาษณ์และความคิดเห็นผู้ที่ได้เข้า Workshop ที่  Motion Graphic Plus




เรียนกราฟฟิก