สร้างตัวอักษร 3 มิติ ใน 5 ขั้นตอน !! [ Isometric Text ]

สวัสดีค่า วันนี้เรามาทำตัวหนังสือ 3 มิติสวยๆด้วยโปรแกรม illutrator กันนะคะ!
เรามาทำความรู้จักกับ Isometric กันก่อนดีกว่าค่ะ

Isometric คือ ภาพไอโซเมตริก หรือ ภาพ 3 มิติ ที่มีแนวสันของวัตถุด้านหนึ่งตั้งฉากกับเส้นระดับ
ส่วนภาพด้านหน้าและด้านข้างจะทำมุม 30 องศากับเส้นระดับ ซึ่งการวาดภาพแบบ Isometric
ทำให้ภาพที่เราวาดเป็นภาพ 3 มิติ โดยวันนี้เราจะมาทำตัวอักษรให้กลายเป็น 3 มิติกันนะคะ
มาเริ่มกันเลยค่ะ !

เกร็ดเล็กๆน้อยๆนะคะ เปิด Smart Guides เพื่อเป็นเส้นช่วยเราในการสร้างรูปทรงต่างๆค่ะ
ไปที่ View > เลือก Smart Guides

สร้าง Grid Isometric ขึ้นมาก่อนนะคะ

เรียบร้อย !! อาจจะต้องใช้ความปรานีตในการสร้างสี่เหลี่ยมหน่อยนะคะ หากเราสร้างโดยลากเส้นมุมไม่ถูกต้อง
อาจจะทำให้กล่องของเราเบี้ยวได้ ค่อยๆทำจนชินมือดูนะคะ ไม่ยากเกินไปแน่นอนค่ะ
ไว้เจอกันบทความหน้าค่ะ 🙂

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ค่ะ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราค่ะ



 

   

3 ขั้นตอน ปรับภาพคมชัด ด้วย Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเสริมเกร็ดความรู้ง่ายๆในการปรับภาพให้คมชัดด้วยโปรแกรม Photoshop กันนะคะ !
มาเริ่มกันเลยค่ะ

ลองใช้กันดูนะคะ อย่าลืมกด Preview เพื่อให้ภาพที่เราปรับแสดงผลด้วยนะคะ
แล้วเจอกันบทความหน้าค่ะ 🙂

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

มาตั้งค่า dpi ให้เหมาะสมกับประเภทของงานกันเถอะ !

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่า DPI ให้เหมาะสมกับประเภทของงานกันนะคะ
ก่อนอื่นเรามารู้จักตัว DPI กันก่อนดีกว่าค่ะ

DPI ย่อมาจากคำว่า Dot Per Inch หน่วยที่บอกว่า พื้นที่ 1 ตารางนิ้วสามารถมีจุดสีได้ทั้งหมดกี่จุด
ซึ่งยิ่งค่า DPI มาก ความละเอียดของไฟล์งานของเราจะสูง และในทางกลับกัน หากค่า DPI น้อย
ความละเอียดของไฟล์งานของเราจะต่ำ หรือ พูดง่ายๆว่า ภาพที่แสดงผลจะไม่คมชัด อาจจะแตกหรือเบลอได้

มาดูตัวอย่างการตั้งค่า DPI ที่นิยมใช้กันค่ะ
1. 300 DPI ตั้งค่าไว้สำหรับไฟล์งานที่เป็นจำพวกสื่อสิ่งพิมพ์
หรือก็คืองานที่ต้องปริ้นท์ออกมานะคะ เช่น โปสเตอร์ โปสการ์ด นามบัตร เป็นต้น

ค่า DPI ที่เหมาะสมสำหรับงาน สื่อสิ่งพิมพ์ อยู่ที่ 300 DPI ค่ะ
ตั้งค่าตามภาพได้เลยค่ะ แต่อย่าลืมเช็คขนาดของไฟล์ภาพด้วยนะคะ ไฟล์ภาพเองก็จำเป็นต้องมีความละเอียด
เช่นเดียวกับตัวไฟล์งานของเรา เพื่อที่งานของเราจะออกมาสวยคมชัดค่ะ

2. 72 DPI สำหรับงานที่ลงสื่อใน Social media
หากงานที่เราทำนั้น จะโพสลงสื่อออนไลน์อย่างเดียว เช่น Brandner, website ,gif animation เป็นต้น
เราสามารถตั้งค่าความละเอียดของงานขั้นต่ำอยู่ที่ 72 DPI ได้เลยค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละ website
หรือสื่อออนไลน์ที่เราจะโพสต์ลง บางทีอาจมีกำหนดขนาดและความละเอียดของภาพอยู่ด้วย
เราก็ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนค่ะ

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยในการทำงานนะคะ “ค่า DPI” มีความสำคัญมากที่เดียว เพราะเป็นตัวชี้วัดถึงคุณภาพงาน
ของเราเลยนะคะ แล้วไว้พบกันบทความหน้าค่ะ  🙂

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

การสร้างลวดลายจากชื่อของเรา !

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาสร้างลวดลายจากชื่อของเรากันครับ เราจะมาสร้างลวดลายต่างๆ ขึ้นมาจากชื่อของเรากันในโปรแกรม illustrator ครับ
ทำง่ายมากๆ และสามารถนำไปต่อยอดเป็น pattern ได้อีกด้วย เราไปดูกัน !

หลายคนคงไม่เคยคิดมาก่อนว่าชื่อของเราจะเอามาทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย !

ขั้นที่ 1
พิมพ์ชื่อของเราขึ้นมา (คำแนะนำอย่าพิมพ์ยาวจยเกินไป) และเลือก font ที่เราต้องการ

ขั้นที่ 2
ให้ทำการ copy ชื่อของเราและวางในตะแหน่งเดิม(คำสั่งลัด ctrl + shift + v )

ขั้นที่ 3
หมุนชื่อของเราไปโดยกด Shift ก่อนจะหมุน

ขั้นที่ 4
ทำซ้ำๆ แบบเดิมโดยหมุนไปทิศทางอื่นจนครบทุกด้าน

ขั้นที่ 5
ถ้าหากยังไม่พอใจสามารถทำเพิ่มจนเต็มวงก็ได้

ขั้นที่ 6
เปลี่ยนสี

หากเราเปลี่ยนชื่อก็จะได้ลายที่ไม่เหมือนเดิม หรือถ้าเปลี่ยน font เราก็จะได้ลวดลายที่แปลกใหม่

การทำข้อความให้มีสีทองแบบง่ายๆ

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสอน illustrator ในการสร้าง textหรือข้อความสีทองกันแบบง่ายๆ กันครับ
หลายคนอาจสงสัยว่าจะทำยังไงในเมื่อทองมันเป็นวัตถุมันวาว สะท้อนแสงได้ จะบอกว่าทำได้และทำได้ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน
เราไปดูกันดีกว่า

ขั้นที่ 1
เราเราไปหารูปทองมา 1 รูปและทำการดูดสีเก็บไว้ครับ โดยการดูดสีนั้นควรดูตั้งแต่ 4 – 6 สี โดยเลือกดูดจากทีอ่อนสุดไปจนถึงเข้มสุดครับ

ขั้นที่ 2
จากนั้นให้เราไปที่ gradient (ใครไม่มีให้ไปกดที่ window > gradient) จากนั้นให้เลือกเปลี่ยนเป็น black & white

ขั้นที่ 3
จากนั้นให้เราเพิ่มช่องของ gradient slider โดยการเอาเม้าส์ไปวางไว้แถวๆขอบเส้นของกล่องสีจะขึ้นเป็นรูป + มาให้เราคลิ๊กไป 1 ทีจะเป็นการเพิ่มช่อง gradient slider
โดยการเพิ่มนั้นให้เป็นเป็น 2 เท่าของสีที่เราดูดมา เช่นดูดมา 4 สีให้เพิ่มเป็น 8 กล่อง

ขั้นที่ 4
ให้เราไปดูดสีใส่ลงไปในกล่อง gradient slider โดยให้เราเลือก gradient slider ที่เราต้องการจะใส่สีแล้วดูดสี แต่ก่อนจะกดดูดสีให้กด shift ค้างไว้
โดยให้ไล่สีจากอ่อนไปเข้มและกลับมาอ่อน

ขั้นที่ 5
เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วให้เราสร้างสี่เหลี่ยมขึ้นมา 1 ชิ้น

ขั้นที่ 6
ให้เราพิมพ์ข้อความที่เราต้องการขั้นมา

ขั้นที่ 7
ให้ทำการ create outline ข้อความนั้น (คลิกขวาเลือก create outline)

ขั้นที่ 8
ดูดสีจากกล่องสี่เหลี่ยมที่เราสร้างมาก่อนหน้านี้

ขั้นที่ 9
ให้เราไปที่ gradient tool ที่อยู่ในแถบเครื่องมือด้านซ้าย

ขั้นที่ 10
ให้เราเลือกข้อความทั้งหมดของเราแล้วใช้ gradient เปลี่ยนทิศทางการ gradient (คลิกค้างแล้วลากไปทิศที่ต้องการจะเกิดเส้นๆแบบในรูป)

ขั้นที่ 11 ให้เราทำการเพิ่ม stroke ของข้อความขึ้นมา

ขั้นที่ 12
เปลี่ยนสีของ stroke ให้เป็นสีเดียวกับข้อความ

เราก็จะได้ข้อความที่เป็นสีทองมาแล้ว

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICKhttps://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

5 ขั้นตอน สร้างรูปทรงเลขาคณิตเจ๋งๆ ในโปรแกรม Illustrator [ Artistic Geometric Shapes ]

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสร้างศิลปะสวยๆจากรูปทรงเลขาคณิต ภายใน 5 ขั้นตอนกันครับ
เมื่อพร้อมแล้วก็เริ่มทำไปพร้อมๆกันเลย

ขั้นตอนที่ 1 : สร้าง Shape รูปทรงเลขาคณิต 1 รูปทรง จะเป็นสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือวงกลม ก็ได้ครับ

ขั้นตอนที่ 2 : เลือก Shape ที่เราสร้างขึ้นมา แล้วไปที่กล่องเครื่องมือ Appearance
โดยเราสามารถหากล่องเครื่องมือนี้ได้ใน Window >  Appearance

ขั้นตอนที่ 3 : กดที่ไอค่อน Add new effect > Distort & Transform > Transform

ขั้นตอนที่ 4 : กด Preview และเริ่มการตั้งค่า
เริ่มจากเพิ่มจำนวนเส้น ตามที่เราต้องการ จากนั้นค่อยปรับแต่ละช่องไปทีละนิด
เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร เมื่อเราตั้งค่าจนพอใจแล้ว กด Ok

ขั้นตอนที่ 5 : เปลี่ยนสี โดยใช้เครื่องมือ Gradient
อย่าลืมเลือก shape ที่เราต้องการจะเปลี่ยนสีก่อนนะคะ จากนั้นให้ไปที่กล่องเครื่องมือ Gradient
เปลี่ยนสีโดยการ ดับเบิ้ลคลิกตัวดินสอนะครับ แล้วเลือกสีที่เราต้องการได้เลย

เท่านี้ก็เรียบร้อย ! ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ
เราสามารถนำรูปทรงไปประยุกต์กับงานของเราได้เลย แล้วไว้เจอกันบทความถัดไปครับ 🙂

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICKhttps://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

การลดขนาดไฟล์ Psd

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาให้ความรู้เกียวกับ การลดขนาดไฟล์ psd กันครับ ไฟล์ psd ที่เรา save กันมานั้นบางคนอาจจะมีขนาดที่ใหญ่มาก
ไฟล์หนักมาก แต่วันนี้เราจะมาสอนวิธีลดขนาดไฟล์กันด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ เราไปดูกันดีกว่า

1.การสร้าง layer สีขาวขึ้นมาด้านบนสุดจะช่วยให้เวลาเซฟไฟล์ psd จะมีขนดลดลงไปมากเลย !

2.การลบเลเยอร์ที่ไม่ใช้หรือไม่จำเป็น ยิ่งมีเลเยอร์มากเท่าไรก็จะทำให้ไฟล์ psd ของเราหนักไปด้วย การที่เราลบเลเยอร์ที่ไม่ได้ใช้หรือเลเยอร์ที่ไม่จำเป็นออกจะช่วยให้ไฟล์ psd ของเรามีขนาดเล็กลง

3.ลดการใช้ layer mode การใช้ layer mode จะทำให้ไฟล์ psd ของเราหนักมาก การที่เราสามารถลดการใช้ layer mode ต่างๆ ได้จะช่วยให้ ไฟล์ของเราเบาขึ้นมาก

4.การรวมเลเยอร์ จะคล้ายๆ กับข้อ 2. คือการลดจำนวนเลเยอร์ลงก็จะช่วยให้ไฟล์ของเราเบาลง แต่การรวมต้องดูให้ดีๆ เพราะอาจจะทำให้แก้ไขยาก

5.การปรับขนาดภาพ ในกรณีที่ภาพที่เราจะนำมาใช้ในงานมีขนาดที่ใหญ่มากเกินไปนั้น เมื่อนำมาใช้ให้งานจะทำให้งานของเราหนัก ถ้าเราดูแล้วว่ารูปที่เราจะนำมาใช้มีขนาดใหญ่หรือความละเอียดที่มากเกินไปจริงๆ ให้เราลดขนาดของภาพหรือลดความละเอียดของภาพนั้นๆ ลงหน่อยก่อนจะนำไปทำงานก็สามารถช่วยลดความหนักของไฟล์ psd ของเราได้เช่นกัน

 

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICKhttps://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

ข้อควรรู้ การตั้งค่าพื้นที่การทำงานในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้การตั้งค่าพื้นที่การทำงาน หรือ Workspace ในโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Workspace
 กันก่อนนะคะ เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop ขึ้นมาก็จะพบว่า
มีแถบเครื่องมืออยู่บริเวณหน้าจอเต็มไปหมดเลย ทั้งหมดเราเรียกว่าพื้นที่การทำงาน หรือ  Workspace นั่นเอง
แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า หากเราจะทำงานตัดต่อภาพ หรือทำโปรเตอร์ เราควรใช้เครื่องมือไหนบ้าง
เพราะในการทำงานจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทุกชิ้นค่ะ เราสามารถเลือกตั้งค่าพื้นที่การทำงาน
เพื่อให้สะดวกกับเราค่ะ

โดยไปที่ Window > Workspace > เลือก Workspace ที่เหมาะกับการทำงานของเรา

เรามาดูกันค่ะว่าหน้าตาของพื้นที่การทำงานต่างๆเป็นอย่างไร


1. Essentials [Default] เป็นการตั้งค่าการทำงานเบื้องต้น


2. Motion เหมาะสำหรับการทำงานภาพเคลื่อนไหว เช่น Gif animation ,CINEMAGRAP เป็นต้น


3. Painting เหมาะสำหรับการวาดรูป ลงสี เพ้นท์ภาพ


4. Photography เหมาะสำหรับงานตัดต่อ ตกแต่งภาพ


5. Typography เหมาะกับงานที่เน้นตัวอักษร มีข้อความเยอะๆ

แล้วถ้าเราต้องการทำงานโปสเตอร์ที่จะต้องแต่งภาพด้วย และ ใส่ข้อความลงไปด้วยเราก็สามารถสร้าง Workspace
ที่เหมาะกับการทำงานของเรา โดยสามารถเลือกกล่องเครื่องมือเพิ่มเติมได้ที่
Window > เลือกเครื่องมือที่ต้องการ
หากมีเครื่องมือไหนที่อยู่บนพื้นที่การทำงานของเรา จะมีลูกศรติ๊กถูกอยู่ค่ะ
หากเครื่องมือไหนที่เราไม่ได้ใช้ เราก็สามารถกด x ลบทิ้งได้เลยค่ะ

เมื่อจัดเลือกเครื่องมือที่ต้องการใช้ และลบเครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องใช้บนพื้นที่การทำงานของเราแล้วให้ไปที่
Window > Workspace > New Workspace…


แก้ไขเป็นชื่อตามที่เราชอบเลยค่ะ จากนั้นกด Save

ทีนี้เมื่อเราเปิดมาที่ Workspace ก็จะมี Workspace ของเรา โดยที่ไม่ต้องมานั่งหากล่องเครื่องมือทุกครั้ง
ที่เราเปิดโปรแกรมแล้วละค่ะ มาตั้งค่า Workspace ให้การทำงานของเราง่ายขึ้นกันนะคะ 🙂

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามข่าวสารและเทคนิคที่เราจะนำมาแจกให้ท่านทุกวัน
อย่าลืมกดติดดาว see first ในเฟสบุ้คแฟนเพจ Motion Graphic Plus 
เพียงเข้าไปที่หน้าเพจ เลือก Following > เลือก See First
เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะไม่พลาดบทความดีๆ ใหม่ๆ แล้วครับ

Content Marketing,Digital Marketing,social media marketing,สัมมนาการตลาดออนไลน์,การตลาดออนไลน์, Online Marketing,รับทํา content marketing,content marketing การตลาด,การตลาดออนไลน์ 2016,online marketing strategy,กลยุทธ์การตลาด,Facebook,การตลาด Facebook,Fanpage,See First

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial

การสร้างรูปทรงด้วยเส้นในโปรแกรม illustrator

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสร้างรูปทรงด้วยเส้นในโปรแกรม illustratorกันครับ หลายๆคนอาจคิดว่ามันทำยังไง ค่อยๆ เอาเส้นทีละเส้นมาวางเรียงกันให้เกิดเป็นรูปร่างรึเปล่า ?
ไม่ใช้ครีบวิธีมันไม่ได้ยากขนาดนั้น แค่ 10 วิธีง่ายๆ เราก็สามารถทำได้ครับ แม้แต่คนไม่เคยใช้โปรแกรม illustrator ก็สามารถทำได้ครับ
เพียง 10 ขั้นง่ายๆ เราก็สามารถได้งานแล้ว !!

เรามาดูวิธีทำกันเลยดีกว่า !!!

ขั้นที่ 1
สร้างรูปทรงหรือข้อความที่เราต้องการขึ้นมา (ถ้าเป็นข้อความต้องทำการ create outline ก่อนจึงจะใช้ได้)

ขั้นที่ 2
สร้าง layer ขึ้นมาใหม่ด้านบน layer เดิม (หากใครไม่มีหรือหาไม่เจอให้ไปที่ window > layer )

ขั้นที่ 3
สร้างเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้นโดยปรับความหน้าของเส้นตามใจชอบ

ขั้นที่ 4
ทำการ copy เส้นแล้วนำไปวางข้างๆเส้นเดิมโดยความห่างของทั้งสองเส้นตามใจชอบ

ขั้นที่ 5
จากนั้นให้กด ctrl+D จะเป็นการทำซ้ำให้เส้นทับรูปทรงให้หมด

ขั้นที่ 6
เลือกทั้งหมด (ทั้งรูปทรงและเส้น)จากนั้นกดที่อุปกรณ์ shape builder tool

ขั้นที่ 7
กด alt +shift ค้าง และลากเส้นไปบรเวณเส้นที่เกินออกมาจากรูปทรง จะเป็นการลบเส้นที่เกินออกมาและให้เหลือไว้แค่เส้นที่พอดีกับรูปทรงของเรา

ขั้นที่ 8
เมื่อได้แล้วให้เราทำการปิดตา layer รูปทรงของเรา

ขั้นที่ 9
ปรับ stroke ให้เป็นหัวมน หรือปรับเป็นแบบที่เราต้องการตามใจชอบ (หากใครหาไม่เจอให้ไปที่ window > stroke)

ขั้นที่ 10
เปลี่ยนสี

แค่ 10 ขั้นตอนง่ายๆเราก็สามารถทำได้แล้ว และยังสามารถนำมาประยุกค์ใช้กับงานโลโก้หรือกราฟฟิกได้จริงๆอีกด้วย !!

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICKhttps://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ



   

10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAPH ในโปรแกรม Photoshop

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้ 10 ขั้นตอนง่าย ๆ กับการทำ CINEMAGRAP ด้วยโปรแกรม Photoshop กันนะคะ
เทคนิค CINEMAGRAP ที่ดูแล้วเราจะสามารถทำได้ไหมนะ ? จะยากเกินไปสำหรับท่านที่ไม่เก่งหรือเปล่า ?
ไม่เคยเรียน Photoshop มาก่อนเลย จะทำได้ไหมนะ ?

แต่ขอบอกเลยว่าแม้คุณจะไม่เคยเรียน Graphic หรือ
โปรแกรม Photoshop มาก่อน ก็สามารถทำ CINEMAGRAP แบบง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Photoshop
ภายใน 10 ขั้นตอนเท่านั้นค่ะ!!

มาเริ่มกันเลยค่ะ 🙂

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมไฟล์ VDO
เราสามารถถ่าย VDO โดยใช้กล้อง หรือมือถือที่มีความละเอียดสูง ถ่าย VDO ที่เราต้องการได้เลย
หากยังนึกไม่ออกว่าจะทำแบบไหน เราก็สามารถเสิร์จคำว่าCINEMAGRAP เพื่อหาตัวอย่างสวยๆ
เป็นแรงบันดาลใจก่อนได้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 : ตั้งค่า Work Space ในโปรแกรม Photoshop
เมื่อเราเปิดโปรแกรม Photoshop เราควรจะตั้งค่า Work Space หรือพื้นที่การทำงานของเรา
ให้เหมาะสมกับงานที่เราทำค่ะ

CINEMAGRAP เป็นกึ่งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว เราจึงควรตั้งค่าพื้นที่การทำงานของเราเป็นภาพเคลื่อนไหวค่ะ
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน Window > Work Space > Motion
จะสังเกตุเห็นว่าหน้าต่างของเราจะมีแถบ Timeline ขึ้นมานะคะ ซึ่งเจ้าตัว Timeline นี่ละ
ที่จะช่วยเราในการทำ CINEMAGRAP กัน

ขั้นตอนที่ 3 : New File
เราจะสร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะกำหนดขนาดของงานกันนะคะ หากเราจะนำ CINEMAGRAP ไปโพสใน
website หรือ Facebook เราควรกำหนดขนาดของงานให้เหมาะสมค่ะ และตั้งค่าความละเอียดอยู่ที่ 72 dpi

ขั้นตอนที่ 4 : นำไฟล์ VDO เข้ามา
โดยไปที่แถบเมนูด้านบน File > Place Embedded > เลือกไฟล์ VDO ที่ต้องการ

สาเหตุที่เราเลือก Place Embedded เพื่อที่เป็นการฝังเจ้าตัว VDO นี้ลงในไฟล์นี้เลย แม้เราจะลบ VDO ไปแล้ว
ไฟล์ที่เราฝังก็จะยังอยู่ เมื่อนำ VDO เข้ามาเรียบร้อยให้กด Create vdo timeline บนแถบเมนู timeline ค่ะ

เราก็จะเห็นว่าไฟล์ VDO ของเราอยู่บน timeline เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 : เลือกช่วงภาพเคลื่อนไหวที่ Loop ที่สุด
เพื่อที่จะให้ภาพเรา loop หรือเล่นวนไปเรื่อยๆ แบบไม่สะดุด ให้เราเลือกตัดช่วงที่ภาพเคลื่อนไหวแล้วเนียนที่สุดค่ะ
โดยเราสามารถกด Play หรือเลื่อนแถบสีแดงไปมา เพื่อเลือกช่วงของ VDO ที่เราต้องการค่ะ หากไม่ต้องการช่วงไหน
เราสามารถใช้เครื่องมือ กรรไกร ตัด VDO ช่วงที่เราไม่ต้องการออกแล้วกด delete ตรง Layer นั้นทิ้ง
ตรงกล่อง Layer ได้เลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 :  SNAP SHORT
เลือกภาพนิ่งที่เราต้องการโดยเลื่อนแถบสีแดงไปยังช่วงที่เราต้องการได้เลยค่ะ
จากนั้น SNAP SHORT ด้วยคำสั่ง Control + Alt + Shift + E  [Pc] หรือ Command + Alt + Shift + E
เราก็จะได้ Layer ภาพนิ่งมา 1 อันค่ะ เลื่อนให้ตรงกับไฟล์ VDO ของเรา ตามตัวอย่างภาพนี้นะคะ

ขั้นตอนที่ 7 : Add layer mask
กดที่ layer ที่เราเพิ่ง SNAP SHORT ไปในขั้นตอนที่แล้ว แล้วกดไปที่ไอค่อนคล้ายรูปกล้อง หรือเรียกว่าคำสั่ง
“Add layer mask”

ขั้นตอนที่ 8 : ใช้ Bursh ระบายตรงส่วนที่ต้องการให้ขยับ
เลือกใช้ Bursh ฟุ้งๆ เพื่อให้ได้การขยับที่เนียน หรือจะเลือก Bursh ตามที่เราชอบได้เลย

ขั้นตอนที่ 9 : กด Play
กดปุ่ม Play บนแถบเครื่องมือ timeline เพื่อดูว่าส่วนที่เราต้องการให้หยุด และ เคลื่อนไหวนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่
หากเราต้องการเปลี่ยนส่วนที่จะขยับ เราสามารถแก้ไขได้ โดยใช้ เครื่องมือ Eraser ลบบริเวณที่เราอยากให้หยุดนิ่ง
และใช้ Bursh ระบายในส่วนที่เราต้องการให้ขยับ

ขั้นตอนที่ 10 : SAVE
file > save for web
คลิ๊ก GIF
คลิ๊ก Forever
> Save

เรียบร้อยแล้วค่า ! เพียงเท่านี้ เราก็ได้เรียนรู้วิธีการตั้งค่าที่ถูกต้อง และ ขั้นตอนง่ายๆในการทำ
CINEMAGRAPH ของเราแล้ว ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ ไม่ยากเกินความสามารถเราแน่นอนค่ะ

แล้วไว้พบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ 🙂

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ค่ะ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

สำหรับท่านที่สนใจ Graphic Design และต้องการทำเป็นแบบอิสระ ช่วงนี้มี Promotion
คอร์สออนไลน์ เหลือแค่คอร์สละ 5900 บาท
รายละเอียด CLICK
https://www.motiongraphicplus.com/onlinecourses

และสำหรับท่านที่ไม่มีพื้นฐานแล้วอยากทำเป็นเลย แนะนำให้มาศึกษาคอร์สนี้ครับ ตอบโจทย์มากๆ
https://motiongraphicplus.com/graphic-academy

และด้านล่างนี้เป็นผลงานของนักเรียนเราครับ