facebook-Algorithm-Reach-socialmedia-DigitalMarketing

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน Facebook ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะมีการปรับ Algorithm อีกครั้ง
หลังจากปรับเปลี่ยนมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นนี้กำลังพูดถึงกันบนหมู่ผู้ทำธุรกิจออนไลน์ไม่น้อย
หลายๆ คนคงอาจจะสงสัยว่าการปรับ Algorithm นี้คืออะไร และทำไมถึงต้องรับมือกับมันด้วย
วันนี้ทาง Motion Graphic Plus จึงจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับเจ้า Algorithm นี้ไปพร้อมๆ กันค่ะ

Algorithm คืออะไร?
Algorithm หรือค่าการแสดงข้อมูลบน News feed ว่ากันตรงๆ เลยก็คือการที่ Facebook
คัดเลือกโพสบางโพสจากเพื่อนหรือเพจต่างๆ ให้ขึ้นแสดงบน News feed ของเรา
เมื่อก่อนสมัยที่ Facebook ถูกสร้างขึ้นมาแรกๆ นั้น Facebook ไม่ได้เข้ามาจัดการกับ Algorithm ของเรา
ซึ่งหมายความว่าเราจะเห็นโพสของเพื่อนทุกคนและเพจทุกเพจที่เราติดตาม
แต่จนเมื่อสองปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าบน News feed ของเรานั้นเหลือแค่
โพสของเพื่อนหรือเพจที่เรา Like, Comment, หรือ Share กันบ่อยๆ เท่านั้น
ซึ่งนั่นคือผลจากการปรับ Algorithm ของ Facebook นั่นเอง
และเมื่อ Facebook ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะมีการปรับ Algorithm อีกครั้ง
โดยจะเน้นให้ผู้ใช้งานมองเห็นโพสของเพื่อนและครอบครัวที่มีการ Like, Comment, และ Share กันบ่อยๆ
พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเรามีปฏิสัมพันธ์กับใครบน Facebook มากๆ โพสของคนนั้นก็จะอยู่บน News feed เป็นอันดับต้นๆ
ส่วนเพื่อนที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กัน รวมถึงเพจต่างๆ ก็จะถูกลดความสำคัญลงทันที

Algorithm มีผลอะไรต่อคนทำธุรกิจออนไลน์?
อย่างที่ไปบอกว่าการปรับ Algorithm ของ Facebook ครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญกับเพื่อนและครอบครัวเป็นอันดับแรก
ซึ่งนั่นหมายความว่าบรรดาเพจต่างๆ ที่ผู้ใช้งานติดตามนั้นจะถูกลดความสำคัญลงอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นเพจธุรกิจ เพจข่าวสาร เพจขายสินค้าหรือเพจอะไรก็ตาม
ยอด Reach หรือการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในเพจก็จะลดลงตามไปด้วย
และในที่นี้คือโพสบางโพสอาจไม่ขึ้นแสดงบน News feed ของผู้ติดตามเลย
(ยกเว้นผู้ติดตามบางคนที่ตั้งค่าให้เห็นโพสของเพจนั้นๆ เป็นอันดับแรก)
เมื่อยอด Reach หดหาย การสื่อตัวแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายก็ลดน้อยลง
แม้ว่าเพจจะมีผู้ติดตามมากขึ้น แต่ผลจากการปรับ Algorithm นั้นได้ทำให้ยอด Reach ของเพจลดน้อยลงทุกทีๆ
แม้ว่าจะซื้อโฆษณาบน Facebook แต่ก็ช่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

วิธีรับมือกับการปรับ Algorithm ของ Facebook
หลายๆ คนเริ่มกังวแล้วว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ การเข้าถึงข้อมูลในเพจอาจจะกลายเป็นศูนย์เข้าสักวัน
เอาล่ะ ก่อนที่จะรู้ว่าควรจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ เราควรรู้ก่อนว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เจ้า Algorithm นี้ติดอกติดใจ
จนส่งโพสของเราไปยัง News feed ของผู้ติดตาม ถ้าอยากรู้ก็ไปดูกันเลย

  • โพสที่มีจำนวน Comment, Like, Share เยอะๆ
  • โพสที่มีคน Comment, Like, Share ปริมาณมากในเวลาอันสั้น
  • วีดีโอที่มีจำนวน view มาก และมีระยะเวลาในการชมนาน
  • โพสที่ถูกกด Like หรือ Comment โดยเพื่อนของเรา
  • เพจที่ได้รับการ Like Comment Share จากเพื่อนของเราอย่างสม่ำเสมอ
  • โพสที่แชร์ลิงค์ที่ไม่เคยโพสที่ไหนมาก่อน
  • ประเภทของโพสก็สำคัญ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว Video และ Live Video ย่อมมีผลมากกว่าโพสที่มีแต่ตัวหนังสือ
  • และอื่นๆ

เมื่อดูจากสิ่งที่ Algorithm ชอบแล้ว วิธีรับมือกับปัญหาการลดจำนวน Reach จึงแบ่งคร่าวๆ ออกเป็น4 ข้อดังนี้

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-Facebook-al-05

1.ซื้อโฆษณาให้เป็น
เมื่อขึ้นชื่อว่าธุรกิจก็ย่อมมีการลงทุน การซื้อโฆษณาจาก Facebook จึงเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งเพื่อรับมือ
กับปัญหาการปรับ Algorithm แต่การซื้อโฆษณาบน Facebook นั้นมีหลายรูปแบบ
เราต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายของเราให้ดี และทำความเข้าใจกับการซื้อโฆษณา
เพื่อให้รู้ว่าโฆษณาแบบไหนเหมาะสมกับแบรนด์ของเรา ไม่งั้นจะเป็นการลงทุนแบบเปล่าๆ ปลี้ๆ

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-Facebook-04

2.เปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาและเวลาโพส
อย่างที่บอกว่าเนื้อหาที่มีแต่ตัวหนังสือหรือลิงค์ไม่ค่อยถูกใจเจ้า Algorithm เท่าไหร่นัก
สิ่งที่เราควรทำคือปรับเปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาของเราให้มีภาพประกอบ, ภาพเคลื่อนไหว, Meme,
Video หรือ Live Video เข้ามาเสริม โดยเฉพาะ Live Video นั้นมีผลต่อ Reach สูงกว่าเครื่องมืออื่นๆ ที่ว่ามา
เพราะบางครั้ง Facebook จะแจ้งเตือนผู้ติดตามว่าเพจนั้นๆ กำลังมีการ Live Video อยู่
นอกจากนี้การเลือกช่วงเวลาโพสให้ตรงกับเวลาที่ผู้ติดตามออนไลน์ก็อาจจะช่วยได้เล็กน้อย

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-Facebook-01

3.Content ที่ตอบโจทย์
การเขียน Content นั้นจะต้องตอบโจทย์ทั้งกลุ่มเป้าหมายและเราที่เป็นเจ้าของแบรนด์
โดยกลุ่มเป้าหมายจะต้องได้ในสิ่งที่เขาต้องการจะรู้ และเราก็จะได้เสนอขายแบรนด์ของเราไปด้วย
พูดง่ายๆ เลยก็คือ จำนวน Like Comment และ Share ไม่ใช่เป้าหมายหลักของเรา
จะมีประโยชน์อะไรถ้าหาก Content ที่เราสร้างขึ้นมาทำให้เกิดยอด Reach ที่มหาศาล
มีการ Like และ Share เป็นร้อยๆ พันๆ แต่มันกลับไม่ได้สื่อถึงแบรนด์ของเราเลยแม้แต่น้อย
พึงระลึกไว้เสมอว่าเราได้เงินจากการขายแบรนด์ ไม่ใช่จากยอด Like
ดังนั้น Content ของเราจึงต้องตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและสื่อถึงแบรนด์ของเราไปพร้อมๆ กันด้วย

เรียนกราฟฟิก-เรียน-Graphicdesign-Facebook-02

4.Facebook เป็นเพียงหนึ่งช่องทาง
แม้ว่า Facebook จะเป็นช่องทางที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้และยังสะดวกต่อการทำธุรกิจออนไลน์
แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาหลายๆ อาวุธทางธุรกิจเท่านั้น
เรายังมีอีกหลากหลายช่องทางบนโลกออนไลน์ที่สามารถนำเสนอขายแบรนด์ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่เราควรทำคือไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการลดจำนวน Reach มากเกินไป
และลองมองหาช่องทางอื่นๆ ดูบ้าง ไม่แน่ว่ามันอาจจะให้ผลดีกว่า Facebook ก็ได้นะ

 

motiongraphicplus-dorcom-01

Workshop Graphic Design หลักสูตรเริ่มจาก 0 สู่มืออาชีพ ที่เน้นหลักการออกแบบให้ดูสากล ที่ลงมือทำจริงแบบ Focus เอาใจใส่ทุกๆ คน โค้ชจะดูแลทั้ง 5 ท่าน แบบรายบุคคลอย่างทั่วถึง ไม่ว่าท่านจะเริ่มจาก 0 หรือ เท่าไหรก็ตาม ท่านมีเป้าหมายตั้งไว้โค้ชจะพาไปให้สูงสุด ตามที่หวังไว้ ไดยให้คำปรึกษารายบุคคล ซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวที่สามารถทำหลักสูตรนี้ได้
เพราะเราเน้นคุณภาพ ไม่ใช่เน้นปริมาณ เป็นการสอนแบบ ทำทุกขั้นตอน Step by Step เพื่อให้ทำเป็นจริง ไม่ใช่งานสัมนา
จำกัดห้องละไม่เกิน 5 ท่าน เพื่อประสิทธิภาพในการเรียน และให้อาจารย์ดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง นักเรียนที่มาเรียนก็จะเรียนอย่างสนุกและสนิทกัน ได้ทั้งความรู้ทั้งเพื่อนใหม่ที่มีเป้าหมายเหมือนกัน

รับสมัครเฉพาะ GEN Y อายุ 17-35 เท่านั้น

หากท่านสนใจและต้องการที่จะเรียนรู้งาน Graphic Design ท่านสามารถคลิ๊กรูปด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดได้เลยค่ะ

เรียน Illustrator

สามารถติดตามได้ที่
http://facebook.com/MotionGraphicTH

สนใจเรียนสามารถ Add line ID : @MotionGraphic
เพื่อสอบถามและสมัครได้เลยครับ (อย่าลืมใส่ @ นะครับ)

เรียน Graphic Design,เรียน Photoshop,เรียน Illustrator,เรียนกราฟิก,เรียนกราฟฟิก,เรียนกราฟฟิก ที่ไหนดี,graphic design เรียน ที่ไหน ดี,pปhotoshop tutorial thai,illustrator tutorial,photoshop tutorial