aisoc8_14

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทยได้รับรู้ข่าวการเสด็จสวรรคต
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
สร้างความเศร้าสลดให้แก่ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศเป็นอย่างมาก

แต่การเสด็จสู่สวรรค์คาลัยของพระองค์ไม่ได้ทำให้พระองค์เลือนหายไปจากใจของคนไทย
ทั้งนี้เพราะพระราชกรณียกิจต่างๆ รวมไปถึงคำสอนที่ท่านพระราชทาน
แก่ชาวไทยมาตลอด 70 ปีของการครองราชย์นั้น ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยทั้งชาติ

Motion Graphic Plus จึงได้ขอน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์
ผู้เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนไทยมาย้ำเตือนให้ทุกท่านได้คิดและไตร่ตรอง
เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตในวันข้างหน้าต่อไป

1.พ่อสอนให้เราสุจริตและมุ่งมั่น
“…คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคงชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้
ผู้ที่มีความสุจริต และความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานยิ่งใหญ่ที่คุณเป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2522

2.พ่อสอนให้เราสนับสนุนคนทำดี ไม่เห็นผิดเป็นชอบ
“…ในบ้านเมืองนี้ มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดีปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้…”

พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมชนลูกเสือแห่งชาติ
ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2512

3.พ่อสอนให้เรารักษาสัจจะ
“…สัจจะวาจานั้นเป็นรากฐานของการทำงาน หรือการดำรงชีวิตที่ดีที่งาม ที่มีความก้าวหน้ามีความสำเร็จ
‘สัจ’ เป็นการตั้งใจ ตั้งจิตใจ ‘วาจา’ เป็นคำพูดออกมา แสดงถึงคำพูดนั้นต้องออกมาจากใจ
คือเป็นการตั้งใจที่จะทำอะไรเพื่อความสำเร็จในงานนั้น…”

พระบรมราโชวาทในโอกาสที่ผู้พิพากษาประจำกระทรวงยุติธรรมเข้าเฝ้าฯ
ถวายสัตย์ปฏิญาณ 
ก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2525

4.พ่อสอนให้เรารู้จักและปฏิบัติตามหน้าที่ของตน
“…ชาติบ้านเมืองประกอบด้วยนานาสถาบัน อันเปรียบได้กับอวัยวะทั้งปวงที่ประกอบกันขึ้นเป็นชีวิตร่างกาย
ชีวิตร่างกายดำรงอยู่ได้ เพราะอวัยวะใหญ่น้อยทำงานเป็นปรกติพร้อมกันอย่างไร
ชาติบ้านเมือง ก็ดำรงอยู่ได้เพราะสถาบันต่างๆ ตั้งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยพร้อมมูลอย่างนั้น…”

พระบรมราโชวาทในพิธีตรวจพลสวนสนามในงานพระราชพิธีรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2514

5.พ่อสอนให้เราใช้ทรัพยากรอย่างฉลาด
“…ทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีทรัพยากรพร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล
…ข้อสำคัญเราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรนั้นอย่างฉลาด
คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้เปลืองไปโดยไร้ประโยชน์หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า
หากแต่การระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบ
ประกอบด้วยความคิดพิจารณาตามหลักวิชาเหตุผลและความถูกต้องเหมาะสม
โดยมุ่งถึงประโยชน์แท้จริงที่จะเกิดแก่ประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว”

พระราชดำรัสในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2529

6.พ่อสอนให้เราดูแลรักษาป่าไม้
“…เราจะทำห้ประเทศไทยกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื่นได้ ขออย่าไปรังแกป่าเท่านั้นเอง…”

พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้า ณ ศาลาดุสิตดาลัย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2537

7.พ่อสอนให้เราคิดเผื่อถึงอนาคตไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
“…ทุกปีที่ผ่านมา น้ำลดแล้วก็ลืม ฉะนั้นปีนี้ขอให้เก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้เป็นหลักฐานประกอบการแก้ไขในอนาคต
ในส่วนพระองค์ก็จะนำข้อมูลเหล่านี้เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้เพื่อเป็นสิ่งเปรียบเทียบกับปัญหาในอนาคต…”

พระราชดำรัสพระราชทานแก่ นายประเสริฐ สมะลาภา ผู้อำนวยการ สำนักการระบายน้ำ
กรุงเทพมหรานคร ผู้ตามเสด็จฯ ออกตรวจสภาพน้ำท่วมปี พ.ศ.2526

8.พ่อสอนให้เราเข้าใจคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” อย่างถูกต้อง
“…ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว
จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันมากเกินไป…มีเงินเดือนเท่าไหร่อจะต้องใช้ภายในเงินเดือน..
กู้เงินนั้น เงินจะต้องให้เกิดประโยชน์ มิใช่กู้สำหรับไปเล่น ไปทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์…”

พระราชดำรัสในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2540

9.พ่อสอนให้เราเสียสละเพื่อส่วนรวม
“…(Our loss is our gain) ‘ขาดทุนของเราเป็นกำไรของเรา หรือ เราขาดทุนเราก็ได้กำไร’
…การเสีย คือการได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุข เป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ได้…”

พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ตัวแทนของปวงชนชาวไทยที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตดาลัยสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2534

10.พ่อสอนให้เราประพฤติตนให้ถูกต้องตามหลักธรรม
“…ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นหลักสำคัญ
ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบ และหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น ย่อมจะมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา
เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับใช้กระทำการทำงาน
สิ่งหลัง เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับส่งเสริมความประพฤติ และการปฏิบัติงานให้ชอบคือให้ถูกต้องและเป็นธรรม”

พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม
4 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2519

11.พ่อสอนให้เรามุ่งมั่นที่จะเป็นคนดีและไม่หวั่นไหวต่อการยุยุงให้แตกสามัคคี
“…ในปัจจุบันนี้ ศัตรูของเรามาในรูปการก่อการร้าย มาด้วยอาวุธก็มาก
แต่มาในรูปการก่อการร้ายด้วยการยุยงให้แตกแยกกันก็มากเหมือนกัน
และไม่ใช่ตามชายแดน ในเมืองใหญ่ๆ ในภาคต่างๆ ทุกภาคแม้แต่ในภาคกลางนี้ แม้แต่กรุงเทพฯนี้
ก็มีการแทรกซึมและการยุแหย่ให้เกิดความแตกสามัคคีให้เกิดความยุ่งยาก เป็นสงครามสมัยใหม่
ขอให้พิจารณาดู ถ้าทุกคนเข้มแข็ง มุ่งหน้าที่จะเรียน และมุ่งหน้าที่จะตั้งตัวเป็นคนดี
ก็เท่ากับทุกคนเป็นทหารทั้งชายหญิง ช่วยบ้านเมืองให้ดำรงอยู่
และเมื่อบ้านเมืองดำรงอยู่แล้ว เอกชนทุกคน ก็จะอยู่ได้ด้วยความผาสุก”

พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงานชุมนุมนักศึกษาชาวเหนือ “ชาวเหนือบอล”
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2513

12.พ่อสอนให้เราคิดอย่างเป็นกลาง
“…หลักของคุณธรรมคือ การคิดด้วยจิตใจที่เป็นกลาง ก่อนจะพูดจะทำสิ่งไร จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อน
เพื่อรวบรวมสติให้ตั้งมั่น และจิตสว่างแจ่มใส ซึ่งเมื่อฝึกหัดคุ้นเคยชำนานแล้ว
จะกระทำได้คล่องแคล่วช่วยให้สามารถแสดงความรู้ ความคิดในเรื่องต่างๆ ให้ผู้ฟังได้เข้าใจได้ง่าย
ได้ชัด ไม่ผิดทั้งหลักวิชา ทั้งหลักคุณธรรม…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2535

13.พ่อสอนให้เราดูแลรักษาสุขภาพของเราเอง
“…การรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายเป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดี และสังคมที่มั่นคง
เพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้น โดยปกติจำอำนวยผลให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์ เมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ดี
พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ย่อมมีกำลังทำประโยชน์สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมของบ้านเมืองได้เต็มที่
ทั้งไม่เป็นภาระแก่สังคมด้วย คือเป็นผู้แต่งสร้างมิใช่ผู้ถ่วงความเจริญ…”

พระบรมราโชวาทในพระราชพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2522

14.พ่อสอนให้เราเข้มแข็ง
“…ความเขมแข็งในจิตใจนี้เปนสิ่งที่สําคัญที่จะตองฝกฝนแตเล็ก เพราะวาตอไปถามีชีวิตที่ลําบาก
ไปประสบอุปสรรคใดๆ ถาไมมีความเขมแข็ง ไมมีความรู ไมมีทางที่จะผานอุปสรรคนั้นได
เพราะวา ถาไมเจออุปสรรคอะไร ก็ไมมีอะไรที่จะมาชวยเราได แตถามีความรู มีอัธยาศัยที่ดี
และมีความเข็มแข็ง ในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผานพนอุปสรรคตางๆนั้นได…”

พระราชดํารัสที่พระราชทานแกคณะครูและนักเรียนโรงเรียน ราชวินิต เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2518

15.พ่อสอนให้เราเคารพสิทธิของผู้อื่น
“…การมีเสรีภาพนั้นเปนของดีอยางยิ่ง แตเมื่อจะใชจําเปนตองใชดวยความระมัดระวัง
และความรับผิดชอบมิใหลวงละเมิดเสรีภาพของผูอื่นที่เขามีอยูเทาเทียมกัน
ทั้งมิใหกระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพ และความเปนปกติสุขของสวนรวมดวย
มิฉะนั้น จะทําใหมีความยุงยากจะทําสังคมและ ชาติประเทศตองแตกสลายโดยสิ้นเชิง …”

พระราชดํารัสที่พระราชทานแก่สภาการวิทยุและโทรทัศนแหงชาติ-
ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (สวชพ.)
เนื่องในวันนักขาว เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2520

16.พ่อสอนให้เรามีสติในการเผยแพร่ข่าวสาร
“การแพรขาวโดยขาดความระมัดระวังหรือแมแตคําพูด งายๆ เพียงนิดเดียว
ก็สามารถทําลายงานที่ผูมีความปรารถนาดีทั้งหลายพยายามสรางไวดวยความยากลําบากเปนเวลาแรมป
หากจะแกตัววาการพูดพลอยๆ เพียงสองสามคํานี้ เปนเรื่องเล็ก ไมนาจะเก็บมาถือเปนเรื่องใหญเลยก็ไมถูก
เหมือนฟองอากาศนิดเดียว ถาเขาไปอยูในเสนเลือด ก็จะสามารถปลิดชีวิตคนไดทั้งคน..”

พระราชดํารัสในการถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ํา ที่พิพิธภัณฑเมโทรโปลิแตน
ระหวางเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2510

17.พ่อสอนให้เรารู้จักเป็นผู้ให้
“…ประเทศหรือสังคมจะอยูไดก็เพราะมีผูที่ให คือ ในหมูมนุษยตองมีพวกที่ให และพวกที่รับ…”

พระบรมราโชวาทพระราชทานแกศึกษาธิการจังหวัดและผูตรวจการศึกษาทั่วราชอาณาจักร
ณ พระตําหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2511

18.พ่อสอนให้เราประหยัดอดออม
“…การใชจายอยางประหยัดนั้น จะเปนหลักประกันความสมบูรณพูนสุขของผูประหยัดและครอบครัว
ชวยปองกันความขาดแคลนในวันขางหนา การประหยัดดังกลาวนี้จะมีผลดีไมเฉพาะแกผูที่ประหยัดเทานั้น
ยังเปนประโยชนแกประเทศชาติดวย…”

พระราชดํารัสเนื่องในวันขึ้นปใหม เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2502

19. พ่อสอนให้เราสามัคคีและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน
“…คนเราอยูคนเดียวไมได จะตองอยูเปนหมูคณะ
และถาหมูคณะนั้นมีความสามัคคี คือ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ชวยเหลือในทุกเมื่อ
ชวยกันคิดวาสิ่งใดควร สิ่งใดไมสมควร สิ่งใดที่จะทําใหนํามาสูความเจริญความมั่นคง ความสุข ก็ทํา
สิ่งใดที่นํามาซึ่งหายนะหรือเสียหาย ก็เวน และชวยกันปฏิบัติทั้งหนาที่ทางกาย ทั้งหนาที่ทางใจ…”

พระราชดํารัสเนื่องในพิธีพระราชทานธงประจํารุนลูกเสือชาวบาน จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2519

20.พ่อสอนให้เราเป็นคนดี
“…การทําความดีนั้น โดยมากเปนการเดินทวนกระแสความพอใจและความตองการของมนุษย
จึงทําไดยากและเห็นผลชา แตก็จําเปนตองทํา เพราะหาไม ความชั่ว ซึ่งทําไดงายจะเขามาแทนที่
แลวจะ พอกพูนขึ้นอยางรวดเร็วโดยไมทันรูสึกตัว…

พระบรมราโชวาทเนื่องในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแกวาที่รอยตํารวจตรีฯ
โรงเรียนนายรอยตํารวจฯ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2529

จากคำสอนทั้ง 20 ข้อที่กล่าวมาข้างบนนั้น จะเห็นได้ว่าพระองค์มีพระราชประสงค์ให้เราทุกคนเป็นคนดี
รู้จักหน้าที่ และรักกัน ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขเป็นปึกแผ่นของประเทศชาตินั่นเอง

และแม้วันนี้จะยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเศร้าโศก แต่สิ่งที่เราควรทำคือเดินหน้าต่อไป
นอกจากเพื่อตัวเองแล้ว ยังเพื่อพ่อหลวงของเราอีกด้วย

———————————————

ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก : กองพลพัฒนาที่ 4
ภาพจาก : ศปร.กอ.รมน.ภาค 3